เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 532 กรอบพระเครื่องแตก
บทที่ 532 กรอบพระเครื่องแตก
แม้ว่าคนในตระกูลฝั่งทายาทคนรองจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ สุดท้ายแล้วก็ได้รับการปกป้องเพราะโชคอันยิ่งใหญ่นั้น ทางกลับกันหันมามองครอบครัวของพ่อลูกตระกูลเฉิน
บุญกุศลทั้งหลายที่สั่งสมมาจากการทำความดี กลายเป็นอำนาจบารมีให้กับทายาทคนรอง
[ไม่ใช่หรอกมั้ง! นี่เป็นเรื่องน้ำเน่าอะไรของตระกูลไฮโซ?]
[เรื่องน้ำเน่าที่ไหน นี่มันถึงขั้นฆาตกรรมแล้ว!]
[ทายาทคนรองตระกูลเฉิน…. บ้านรองตระกูลเฉินมหาเศรษฐีแห่งเมืองหนาน! ฉันรู้จัก ฉันรู้จัก เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งเมืองหนาน ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจท่องเที่ยว บอกเลยว่ารวยมว้ากกก…]
เมื่อเห็นว่าผู้คนภายในห้องไลฟ์เริ่มรู้รายละเอียดของตระกูลเฉิน ผู้กำกับเฉียวโจวพลันก้าวเท้าออกมาและพูดต่อหน้ากล้อง “ผู้ชมทุกท่าน ผลลัพธ์ของการแข่งขันนี้ พวกเราก็เห็นกันชัดเจนแล้ว นั่นก็คือ…หร่านหร่านของพวกเรา ตอบได้ตรงคำถาม ถูกทุกประการ”
“ผู้ชนะอันดับหนึ่งของพวกเราได้รับพระเครื่องเป็นของรางวัลครับ!”
เจ้าหน้าที่หยิบพระเครื่องออกมาและยื่นไปยังด้านหน้าของฉู่หร่าน
ฉู่หร่านพลันยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะรับพระเครื่องมา หล่อนมองดูด้วยความชื่นชมแล้วถือมันเดินไปหาฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว ไม่ใช่ว่าเธอชอบพระเครื่องนี้มากหรอกเหรอ? พี่ยกให้เธอ”
ฉู่ลั่วมองอีกฝ่าย “ไม่ต้อง”
“ไอหยา! ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก พี่รู้ว่าเธอชอบ เธอพยายามขนาดนี้ ตั้งใจขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องอยากได้พระเครื่องชิ้นนี้อยู่แล้ว ในฐานะพี่สาวก็ควรมอบให้กับเธอ” คำพูดพูดออกมาเช่นนี้ แต่ทว่านัยน์ตากลับยังคงมองพระเครื่องอย่างอาลัยอาวรณ์ แสร้งทำเป็นฝืนใจปล่อยมันไป
เมื่อแฟนคลับของฉู่หร่านภายในห้องไลฟ์เห็นเหตุการณ์นี้ ทุกคนต่างก็แสดงตัวออกมาทันที
พวกเขาจะปล่อยให้ไอดอลของตนเองถูกรังแกได้ยังไง
ช่องแสดงความคิดเห็นถูกยึดทันที ทุกคนก่นด่าฉู่ลั่วและเห็นใจฉู่หร่าน
“ฉันเป็นคนของลัทธิเต๋า” ฉู่ลั่วผลักมือของฉู่หร่านและเอ่ยด้วยท่าทีสงบ
ฉู่หร่านคว้าแขนอีกฝ่าย “ลั่วลั่ว ฉันรู้ว่าเธออยากได้ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ สิ่งของที่เธอชอบ ฉันจะไม่แย่งกับเธอ ฉัน…”
“คุณฉู่” จี้ไจ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง “คนของลัทธิเต๋าไม่ต้องการสิ่งของในพุทธศาสนา”
ฉู่หร่าน “…”
เขาเน้นย้ำ “ปรมาจารย์ฉู่นับถือลัทธิเต๋า ไม่จำเป็นต้องใช้ พระเครื่องนี้คุณฉู่เก็บไว้เองเถอะ”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนค่อย ๆ ผ่อนคลายความพยายามของตน แสดงท่าทีเขินอายเล็กน้อย หัวเราะแห้งสองครั้ง “ฉันเห็นว่าลั่วลั่วเข้าใจพระเครื่องดีขนาดนั้น แน่นอนว่าจะต้องชอบพระเครื่องมาก คาดไม่ถึงว่า…”
“ปรมาจารย์ฉู่เข้าใจเรื่องพระเครื่องดี ถือว่ามีความรู้รอบตัว และ…” จี้ไจ่มองฉู่หร่านด้วยแววตาล้ำลึก “ที่ปรมาจารย์ฉู่อธิบายเรื่องพระเครื่องอย่างละเอียด ไม่ใช่เพราะความต้องการของคุณฉู่หรอกเหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”
หล่อนยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกฉู่จิงคว้าแขนเอาไว้และใช้สายตาเตือน
ฉู่หร่านกำพระเครื่องไว้ภายในมือ ใบหน้าแทบจะฝืนยิ้มไม่ได้
“งั้นก็ต้องขอบคุณทางทีมรายการมากนะคะ ฉันจะใส่ไว้เป็นอย่างดี”
หลังจากแขกรับเชิญหลายคนได้กล่าวทักทายต่อหน้ากล้อง ไลฟ์ก็ถูกปิดลง
ปัก
เฉินฟู่เดินมายังด้านหน้าของฉู่ลั่วและคุกเข่าลงจนเกิดเสียงดัง เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง อัดแน่นไปด้วยความโกรธและเกลียดชัง “ปรมาจารย์ฉู่ ผมขอร้องล่ะครับ ช่วยเปลี่ยนแผนผังให้ผมหน่อย ตราบใดที่คุณสามารถเปลี่ยนมันได้ ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไรผมก็ยอม”
เฉินอันอี้จ้องมองพ่อที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาเองก็คุกเข่าลงจนเกิดเสียงดังเช่นกัน “ฉู่… ปรมาจารย์ฉู่ ผม… ตราบใดที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงแผนผังได้ คุณต้องการให้ผมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น”
ขณะกล่าวก็ต้องการคำนับ
แต่เพียงแค่ทั้งสองก้มตัวลง ก็ถูกฉู่ลั่วคว้าไหล่และห้ามการกระทำนั้น
“ลุกขึ้นเถอะค่ะ ต่อให้พวกคุณไม่พูด ฉันเองก็จะเปลี่ยนมัน แผนผังชั่วร้ายแบบนี้ไม่ใช่วิถีของลัทธิเต๋าอย่างแน่นอน”
ฉู่ลั่วหันไปมองจี้ไจ่ ซึ่งเขาเองก็พยักหน้ายืนยัน
ปรมาจารย์หนุ่มได้ติดต่อกับองค์กรแล้ว และกำลังให้พวกเขารีบไปยังบ้านรองของตระกูลเฉิน
“งั้นไว้เจอกันนะคะ” ฉู่หร่านโบกมือและเอ่ยคำลาต่อแขกรับเชิญคนอื่น เมื่อพ้นสายตาทุกคนแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
หล่อนหยิบพระเครื่องออกมาจากลำคอด้วยอารมณ์หม่นหมอง สายตาจ้องมองด้วยความโกรธ
“นี่มันของเฮงซวยอะไรกัน!?” ว่าแล้วก็โยนพระเครื่องลงบนพื้นจนเกิดเสียงกระแทกที่คมชัดดังขึ้น
เธอล้มตัวลงบนโซฟาโดยไม่ได้สนใจ ภายในหัวครุ่นคิดเรื่องราวระหว่างการถ่ายทอดสด
ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่ว
ทุกอย่างเป็นเพราะฉู่ลั่ว!
ทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้ากล้องอีกแล้ว!
เธอกัดฟันและใช้กำปั้นทุบหมอนด้วยความรุนแรง ราวกับว่าเห็นมันเป็นศัตรูอย่างไรอย่างนั้น “ไปตายซะ! ไปตายซะไป!”
หลังจากทุบหมอนไปหลายครั้ง ฉู่หร่านก็โยนมันลงบนพื้นด้วยความคับข้องใจจนหมอนกระแทกกับพระเครื่องที่อยู่บนพื้น
พระเครื่องกระเด็นออกไปหลายเมตร กระแทกเข้ากับขาโต๊ะ
กระจกใสเหนือพระเครื่องแตกเกิดเป็นช่องว่างขนาดเล็ก
มีเสียงราวกับการถอนหายใจดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
ควันสีดำบางเบาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าลอยออกมาจากช่องว่างนั้น…