เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 533 พวกเราไม่ผิด
บทที่ 533 พวกเราไม่ผิด
ช่วงกลางคืน
ยามค่ำคืนอันมืดมนที่ท้องฟ้าพร่างพรายไปด้วยแสงดาว
แสงไฟวิลล่าของตระกูลเฉินส่องสว่างราวกับแสงไฟอันบางเบาท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด
จี้ไจ่เดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยสีหน้าน่าเกลียด “ซู่เซี่ยงหยางโทรเข้ามา เขาบอกว่าไปดูที่บ้านรองแห่งตระกูลเฉินแล้ว พวกเขายืนกรานไม่ยอมรับว่าใช้คุณไสยทำร้ายผู้คน สุดท้าย หลังจากถูกเปิดโปงก็แสดงท่าทีเบ่งอำนาจ”
องค์กรศักดิ์สิทธิ์เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานนัก ภายในโลกของคนธรรมดานั้นยังไม่มีอำนาจอะไร
และภายในเมืองหนาน สถานะของบ้านรองตระกูลเฉินนั้นยังสูงส่งเป็นอย่างมาก ทั้งยังแบกรับเศรษฐกิจในเมืองหนานอีกด้วย
ถ้าหากจะแตะต้องพวกเขา ถ้าหากไม่มีหลักฐานอย่างแน่นหนาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
จี้ไจ่พลันรู้สึกหดหู่
เดิมทีลัทธิเต๋าจัดการเรื่องทุกอย่างได้ตามอำเภอใจ
ตราบใดที่เป็นเรื่องกำจัดปีศาจและปกป้องลัทธิ พวกเขาก็สามารถลงมือจัดการได้ทันที
เหมือนกับที่ฉู่ลั่วแอบเลี้ยงผีร้าย เขาบุกเข้าไปในบ้านแล้วพาตัวพวกมันออกไป
แต่ตอนนี้เมื่อเปิดองค์กรศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็มักจะถูกจำกัด ไม่น่าแปลกใจที่ผู้อาวุโสจำนวนมากไม่ยินยอมเข้าร่วม
“คุณแน่ใจเหรอ? นี่แผนผังที่ส่งผลกระทบสองอย่าง และมีศูนย์รวมอยู่ที่บ้านรองแห่งตระกูลเฉิน คนของพวกเราแม้แต่จะเข้าไปก็ยังไม่ได้”
แผนผังที่ส่งผลกระทบสองอย่าง หากพลาดเพียงนิดเดียวก็จะสั่นคลอนผลลัพธ์ได้ ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถคลายแผนผังได้ แต่มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดผลสะท้อนกลับไปยังร่างกายของฉู่ลั่ว!
เจ้านิกายมองไปยังหลุมศพบรรพบุรุษของตระกูลเฉิน “ทำได้สิ”
เธอพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ภายในหัวใจของจี้ไจ่รู้สึกอึดอัด
หลังจากการไลฟ์จบลง ผู้อาวุโสของสำนักและลัทธิเต๋าต่างก็โทรติดต่อหาเธอ บอกว่าการทำลายแผนผังที่ส่งผลกระทบถึงสองอย่างนั้นเป็นเรื่องยากมาก หากเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย มีความเป็นไปได้สูงว่าจะทำให้โชคชะตาของทายาทคนแรกแห่งตระกูลเฉินย่ำแย่ลงไปอีก
และยังต้องการให้เขาพูดโน้มน้าวฉู่ลั่ว
แต่เธอกลับเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่าทำได้
หลังจากนั้นไม่นาน พ่อลูกตระกูลเฉินก็กลับมาจากด้านนอกและหอบหิ้วสิ่งของที่พวกเขาต้องการออกมาจากท้ายรถ ขณะที่ด้านหลังยังตามมาด้วยรถอีกหลายคัน
ชายชราหนวดเคราผมขาวคนหนึ่งลงมาจากรถ ตามมาด้วยชายหญิงหลายสิบคนที่มีอายุแตกต่างกัน
“หลานชายคนโต! การทำลายแผนผังนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ปีนั้นปรมาจารย์ก็บอกแล้ว ถ้าหากทำลายตามอำเภอใจ มันจะส่งผลกระทบต่อแกมากยิ่งขึ้น” แม้ว่าชายชราคนนั้นจะใช้ไม้ค้ำยัน แต่ดูเหมือนว่าเขายังเต็มไปด้วยอำนาจบารมีขณะเดินตามหลังเฉินฟู่
พ่อลูกตระกูลเฉินนิ่งเงียบ เพียงเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยสีหน้ามืดมน
เมื่อเสร็จแล้วก็เอ่ยกับฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่ ของที่คุณให้พวกผมเตรียมไว้พร้อมแล้วครับ”
คนของบ้านรองจ้องมองฉู่ลั่วผู้ยืนอยู่ภายในห้องรับแขก
“หลานชาย แกคงไม่มีทางเชื่อแม่หนูคนนี้ขนาดนี้หรอกใช่ไหม”
“พี่ใหญ่ พวกผมไม่ได้ทำแผนผังนี้! เป็นคุณปู่ที่ล่วงลับไปแล้วเป็นคนทำ ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ถ้าหากบุ่มบ่ามทำลายก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่อย่างนั้น เอาแบบนี้… พวกผมจะชดใช้ให้กับพวกคุณ”
“ทำไมจะต้องชดใช้ด้วย?” คนหนุ่มของตระกูลสายทายาทคนรองเอ่ยด้วยสีหน้าไม่แยแส “ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องงมงาย ต่อให้เป็นจริงก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเรา! เป็นปู่ทวดต่างหากที่หาคนมาสร้างแผนผังนี้”
“ตลอดหลายปีมานี้พวกเรายังดีกับพวกเขาไม่พออีกเหรอ? ทั้งส่งเงินให้ ทั้งสนับสนุนธุรกิจของพวกเขา ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวของพวกเรา ไม่แน่ว่าครอบครัวของพวกเขาอาจจะกลายเป็นขอทานข้างถนนแล้ว!”
“จริงด้วย!”
“ปู่ ปล่อยให้พวกเขาทำลายเลย”
“พวกเราไม่ผิด”
“ถ้าหากจะโทษก็ต้องโทษปู่ทวดที่ตายไปแล้ว!”
สมาชิกบ้านรองต่างก็พูดคุยกัน แม้ว่าเสียงจะเบามาก แต่ทุกคนที่อยู่ภายในนั้นกลับได้ยินอย่างชัดเจน
“พวกคุณไม่รู้อะไรเลยจริงเหรอ?” ฉู่ลั่วเอ่ยด้วยเสียงเบาพลางตรวจสอบสิ่งของที่พ่อลูกตระกูลเฉินเตรียมมา
“แม้ว่าตอนแรกทำแผนผังนั้นพวกคุณจะไม่รู้ แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”
“ไม่ยอมให้กำเนิดลูกคนโต หลานชายคนโต มันบังเอิญไปหรือเปล่า?”
หลังจากฉู่ลั่วตรวจสอบเสร็จแล้วก็เอ่ยกับพ่อลูกตระกูลเฉิน “ของเหล่านี้ไม่มีปัญหา เมื่อได้ฤกษ์แล้ว พวกเราจะเริ่มทำลายแผนผังนี้กันค่ะ”
หัวใจของสองพ่อลูกที่ถูกบ้านรองทำให้กระสับกระส่าย พลันสงบลงด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยของฉู่ลั่ว
“ขอบคุณมากปรมาจารย์ฉู่”