เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 538 กลับคฤหาสน์ตระกูลฉู่
บทที่ 538 กลับคฤหาสน์ตระกูลฉู่
หลังถ่ายทำรายการสัปดาห์นี้เสร็จแล้ว ฉู่ลั่วก็ตามพวกฉู่จิงกลับไปที่เมืองเจียง
ตระกูลฉู่ได้เตรียมรถมารับพวกเขาไว้ก่อนแล้ว
มาถึงคฤหาสน์ตระกูลฉู่ ฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่าต่างก็อยู่บ้าน เมื่อเห็นพวกเขาสามคนเข้ามา ใบหน้าของทั้งคู่ก็มีรอยยิ้ม
ซ่งเชียนหย่ากำลังมองสำรวจฉู่ลั่ว แต่ถูกฉู่หร่านเข้ามาบังสายตาเสียก่อน
“แม่คะ ดีใจไหม? พวกเราพาลั่วลั่วกลับมาแล้วค่ะ!” ฉู่หร่านเข้ามาหาด้วยความร่าเริง และคล้องแขนแม่ไว้ พลางพูดออดอ้อน “แม่คะ แม่ต้องให้รางวัลหนูนะ”
“ได้ ๆๆ เดี๋ยวให้รางวัลลูก” ซ่งเชียนหย่าอยากคุยกับฉู่ลั่ว แต่ถูกฉู่หร่านดึงแขนไป และเอาแต่เล่าเรื่องสนุกในรายการให้ฟัง
ฉู่ลั่วจึงเห็นแต่ฉู่เหว่ยฮ่าวที่เดินเข้ามา “ข้างนอกยังไงก็ไม่ใช่บ้าน จะมีที่ไหนสบายเท่าอยู่คฤหาสน์ตระกูลฉู่อีก เป็นครอบครัวเดียวกัน มีเรื่องอะไรก็พูดให้เข้าใจกันนะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า และตามพวกเขาเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลฉู่
เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ชอบออดอ้อน ฉู่เหว่ยฮ่าวก็ติดนิสัยผู้นำ เขาไม่รู้ว่าจะเข้าหาลูกสาวคนนี้อย่างไร จึงได้แต่ถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ
เขาหันหน้าไปมองฉู่จิง “การถ่ายทำเป็นยังไงบ้าง? เหนื่อยไหม?”
ฉู่จิงตอบ “ก็ดีครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวถามต่อ “งานช่วงนี้ล่ะ? มีภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่เห็นโปรโมตอะไรเลย?”
“ไม่มีครับ ช่วงหลังเกิดปัญหานิดหน่อย ผู้กำกับกำลังแก้ไขอยู่ เวลาออกฉายเลยเลื่อนออกไปแล้ว”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพยักหน้า “แกเนี่ย… อย่าเอาแต่คิดเรื่องงาน อายุไม่น้อยแล้ว ควรคิดเรื่องของตัวเองบ้าง”
ฉู่จิงไม่ตอบอะไร เขาเพียงมองฉู่ลั่วที่เดินขึ้นไปชั้นสาม
ในห้องรับแขกเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอย่างอบอุ่น แต่ฉู่ลั่วเหมือนถูกแยกออกจากบรรยากาศอบอุ่นนั้น จนต้องจากไปอย่างเงียบ ๆ
“มองอะไร ฉันกำลังพูดกับแกนะ” ฉู่เหว่ยฮ่าวกดเสียงต่ำ
“พ่อครับ”
“มีอะไร?”
พี่ชายรองของบ้านหันมามองฉู่เหว่ยฮ่าวที่มีสีหน้าหงุดหงิด “พ่อกับแม่ให้ผมพาฉู่ลั่วกลับมา แค่ให้กลับมาบ้านเฉย ๆ เหรอครับ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวไม่เข้าใจความหมาย “ไม่ใช่แน่นอน เธอออกจากบ้านไปนาน ไม่ติดต่อพวกเรามาเลย ฉันกับแม่ของแกเป็นห่วงเธอ กังวลเรื่องเธอ เลยให้เธอกลับมาที่บ้าน”
ฉู่จิงชี้ไปที่บันได “เป็นห่วงยังไงเหรอครับ? เธอกลับมาแล้ว แต่พ่อกับแม่ไม่ถามอะไรเธอสักคำ”
อย่าว่าแต่เป็นลูกสาวแท้ ๆ เลย ต่อให้เป็นแขก ก็ไม่ควรได้รับการต้อนรับแบบนี้
ฉู่เหว่ยฮ่าวถึงได้รู้ตัวว่าฉู่ลั่วขึ้นข้างบนไปแล้ว!?
เขาขมวดคิ้วเป็นปม “ลูกคนนี้… กลับมาบ้านก็ไม่รู้จักทักทายพวกเราสักคำ!”
“พ่อครับ พ่อแม่อยากแก้ไขความสัมพันธ์กับเธอไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเบิกตาโพล่ง “แก้ไขความสัมพันธ์อะไร เธอเป็นลูกสาวของพวกเรา คนครอบครัวเดียวกันจะมีเรื่องบาดหมางกันได้ยังไง?”
ผู้เป็นพ่อพูดออกมาท่ามกลางสายตาไม่เห็นด้วยของฉู่จิง “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากพูดคุยกับเธอนะ แต่แกก็เห็นท่าทางของเธอ มีลูกสาวที่ไหนพูดจาเย็นชากับพ่อแม่ขนาดนี้!”
ฉู่จิงถาม “แล้ว… พ่อกับแม่คาดหวังให้เธอเป็นยังไงเหรอครับ?”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพูดอย่างไม่คิด “ก็เหมือนหร่านหร่านยังไงล่ะ!”
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหร่านหร่านถึงมีแต่คนเอ็นดู!
“เป็นผู้หญิงแต่ทำหน้านิ่งเป็นเทวรูป ทำอย่างกับพวกเราติดหนี้เธออย่างนั้นแหละ!” ใครได้เห็นสีหน้าแบบนั้น ก็พูดคำว่าเป็นห่วงไม่ออกหรอก
แม้ว่าซ่งเชียนหย่าจะคุยกับฉู่หร่านอยู่ แต่เธอก็ใส่ใจเรื่องที่พวกเขาพูด “อาจิง ไม่ใช่พวกเราไม่เป็นห่วงเธอ ลูกก็เห็นแล้วนี่ ท่าทางเมื่อกี้ของเธอน่ะ เฮ้อ… ไม่เหมือนหร่านหร่าน ที่เป็นฝ่ายเข้ามาเล่าเรื่องราวให้พวกเราฟังก่อน”
ซ่งเชียนหย่ามองลูกสาวคนโปรดด้วยความรักใคร่ “นิสัยแบบนี้ของหร่านหร่าน ต่อให้เธอไม่ใช่ลูกสาวของแม่ แม่ก็ชอบ! และถ้าเป็นลูกสาวของแม่ แม่จะยิ่งรักมากขึ้นด้วย ไม่เหมือนฉู่ลั่ว…”
พูดถึงลูกสาวแท้ ๆ คนเป็นแม่ก็ถอนหายใจและส่ายหน้า
ฉู่จิง “…”
พ่อแม่ที่อยู่ตรงหน้ามีสีหน้าผิดหวังเมื่อพูดถึงฉู่ลั่ว แต่กลับมีสายตาชื่นชมและยอมรับฉู่หร่าน
แตกต่างกันเกินไปแล้ว…
ก่อนหน้านี้พ่อแม่มาคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว พวกท่านหวังว่าเขาจะพาฉู่ลั่วกลับบ้านได้ ในตอนนั้นสีหน้าของพ่อแม่เต็มไปด้วยความรักและเป็นห่วงฉู่ลั่ว กลัวว่าอยู่ข้างนอกจะถูกรังแก
พ่อแม่คิดถึงเธอมาก ถึงขนาดที่ว่าได้ทานข้าวด้วยกันสักมื้อก็พอใจแล้ว
แต่ตอนนี้กลับ…
“พ่อครับ ท่าทางเวลาผมพูดกับพ่อมันน่าเอ็นดูหรือเปล่า?”
“ผมพูดคุยถึงเรื่องราวต่าง ๆ กับพ่อแม่เหมือนที่หร่านหร่านทำเหรอ?”
“แต่พ่อกับแม่ก็ยังห่วงเรื่องงาน ห่วงสุขภาพ เป็นห่วงความรู้สึกและชีวิตผม… แต่กับฉู่ลั่ว ทำไมพ่อกับแม่ถึงได้เข้มงวดกับเธอนัก?”
ทำไมจู่ ๆ ท่าทีถึงได้เปลี่ยนไป?
ฉู่จิงไม่เข้าใจ… ไม่เข้าใจเอามาก ๆ