เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 541 หร่านหร่านไม่ใช่คนผิด
บทที่ 541 หร่านหร่านไม่ใช่คนผิด
ฉู่จิงก็ไม่ได้ใส่ใจฉู่ลั่วมากนัก
ไม่ว่าจะตอนอยู่ต่อหน้ากล้อง หรือตอนอยู่หลังกล้อง เขาก็พูดคุยกับฉู่ลั่วน้อยมาก
แต่เขายังสังเกตเห็นกิจวัตรประจำวันของเธอ แม้กระทั่งทีมงานหลายคนในกองถ่ายต่างก็รู้ ว่าถ้าอยากตามหาฉู่ลั่ว สามารถไปตามที่ห้องได้เลย
ปรมาจารย์ฉู่ใช้เวลาส่วนใหญ่บำเพ็ญอยู่ในห้อง
นี่เป็นเรื่องที่ทีมงานทุกคนรู้
ฉู่หร่านโต้กลับเสียงเบา “หนูคิดว่าพอกลับมาที่บ้าน ลั่วลั่วจะใช้เวลาอยู่กับคุณแม่มากกว่านี้ และเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันไปบ้าง อีกอย่าง การอยู่กับคุณแม่ก็สำคัญกว่าไม่ใช่เหรอคะ? พวกเราอยู่ข้างนอกกันตลอด พอกลับมาบ้านก็ต้องอยู่กับพ่อแม่ให้มาก ๆ สิ!”
ยิ่งพูด หล่อนก็ยิ่งหาเหตุผลมาหักล้างได้
ซ่งเชียนหย่าถลึงตามองฉู่จิง “ได้ยินที่หร่านหร่านพูดไหม? ลูกช่วยมีเหตุผลกันหน่อยได้ไหม เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าเรื่องนี้คนผิดไม่ใช่หร่านหร่าน ลูกจะโทษเธอไม่ได้ อาจิง เมื่อก่อนลูกไม่ได้เป็นแบบนี้นะ”
ฉู่จิง “…”
ความรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจผุดขึ้นมาในใจ “แม่ ถ้าคนผิดไม่ใช่หร่านหร่าน แล้วแม่คิดว่าเป็นใครครับ?”
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นแววตาราบเรียบไร้ความรู้สึกใดของอีกฝ่าย หัวใจก็สั่นไหว และรีบหลบสายตา “ถึงยังไง หร่านหร่านก็ไม่ใช่คนผิด!”
ทุกอย่างถูกหยุดไว้แค่นั้นอยู่พักใหญ่
ฉู่ลั่วที่เงียบไม่พูดอะไรมาตลอดปริปากออกมาท่ามกลางความเงียบ ถามฉู่หร่าน “พระเครื่ององค์นั้นล่ะ?”
ฉู่หร่านถามกลับ “อะไรเหรอ?”
“พระเครื่องปลุกเสกมีจิตวิญญาณ การทิ้งหรือทำลายวัตถุที่มีจิตวิญญาณเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ จะทำให้เกิดผลสะท้อนกลับที่รุนแรง”
พูดจบ เธอก็บอกกับซ่งเชียนหย่าว่า “ก่อนหน้านี้หนูเคยบอกไปแล้ว หนูกับฉู่หร่านไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข และไม่สามารถดีกันได้ด้วยการพูดคุยอย่างที่แม่บอก”
“ถ้าแม่หวังว่าหนูกับฉู่หร่านจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบ เพียงเพราะการพูดคุยกัน ถ้าอย่างนั้นก็ลองถามเธอค่ะ ว่าเธอยอมหรือเปล่า?”
ระหว่างที่ซ่งเชียนหย่ากำลังตกตะลึง ฉู่ลั่วก็เดินจากไปแล้ว
ฉู่หร่านรีบพูดว่า “หนูยอมแน่นอนค่ะ! หนูทำอะไรตั้งมากมาย เพื่อให้อยู่กับลั่วลั่วได้อย่างสงบสุข!”
ซ่งเชียนหย่าจับมือเธอเบา ๆ “แม่รู้จ้ะ”
…
จนกระทั่งฉู่ลั่วเดินเข้าห้องนอนไปแล้ว ฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ข้างกายมาตลอดก็พูดขึ้น “สามีภรรยาตระกูลฉู่ไม่ใช่คนโง่”
เธอเดินไปตรงหน้าเบาะรองเพื่อนั่งสมาธิ
“ฉู่เหว่ยฮ่าวมีฝีมือเรื่องบริหารห้างสรรพสินค้ามาก หลายปีก่อนมีวิกฤตเศรษฐกิจโลก ฉู่กรุ๊ปได้ผลกระทบ ก็เป็นฉู่เหว่ยฮ่าวที่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ช่วยฉู่กรุ๊บกลับมาได้”
“ซ่งเชียนหย่าถึงจะไม่ได้ช่วยกิจการของสามี แต่อยู่ในแวดวงของเมืองเจียง ไม่ว่าจะการวางตัวหรือการปฏิบัติตัวก็ไม่เคยมีปัญหา”
“พวกเขาไม่ใช่คนโง่เลย”
ฉู่ลั่วหลับตา “ฉันรู้”
ฮั่วเซียวหมิงยืนพิงเก้าอี้ แล้วพูดเสียงเบาว่า “ไม่ใช่คนโง่แต่กลับพูดเรื่องโง่ ๆ ทำเรื่องโง่ ๆ หึ น่าสนใจ”
มุมปากของฉู่ลั่วก็ยกขึ้นเล็กน้อย “น่าสนใจมากจริง ๆ ”
ระบบรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเธอก็อกสั่นขวัญแขวนไปหมด
[นายหญิง คุณกำลังคิดเรื่องชั่วร้ายอะไรอยู่หรือเปล่า?]
ฉู่ลั่วเอาสองมือประสานกัน ‘อะไรที่เรียกว่าเป็นเรื่องชั่วร้ายล่ะ?’
[…]
มันกลัวยิ่งกว่าเดิมแล้ว!
เสียงของมันเบามาก
[นายหญิง ผมเดินทางข้ามผ่านเวลาและห้วงมิติมากับคุณ ผมอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยให้คุณเพิ่มพลังวิญญาณในการต่อสู้กับปีศาจ เสียเหงื่อเสียเลือดมาด้วยกันกับคุณ พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันนะ!]
ฉู่ลั่วตอบเสียงเรียบ ‘นายวางใจได้ เรื่องชั่วร้าย… ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะกำจัดนายหรอก’
[…]
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มันถึงได้กลัวยิ่งกว่าเดิม!
เช้าวันต่อมา ฉู่ลั่วตื่นเพราะเสียงเคาะประตูดังปึงปัง!
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่โปร่งแสงหน้าหนึ่ง
อยู่ใกล้จนราวกับจะทาบทับลงมาบนใบหน้าของเธอ
ฮั่วเซียวหมิงยืดตัวตรงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เกิดเรื่องกับฉู่หร่านแล้ว”
[นายหญิง ผมคิดว่าเมื่อกี้เขาจะจูบคุณ]
ฉู่ลั่ว “…”
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะเดินมาเปิดประตู
หน้าประตูคือฉู่จ้านที่กำลังโกรธ ทั้งที่ยังสวมชุดนอนอยู่
เขาตบประตูอย่างแรง “ฉู่ลั่ว เธอเคยทำเรื่องดีบ้างไหม?!”
เธอหรี่ตา “ถ้ามาที่ห้องนอนของฉันแต่เช้าเพื่อมาใส่อารมณ์ ก็ปล่อยมือด้วย”
ฉู่จ้านดันประตูแรงขึ้นไปอีก “ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับหร่านหร่าน!?”
พี่ชายสามไม่ปล่อยมือ ดวงตาของเขาปูดโปน ราวกับจะหลุดออกมานอกเบ้าตา
กล้ามเนื้อแขนปูดขึ้น รู้ได้เลยว่าเขาออกแรงมากทีเดียว
ฉู่ลั่ว “…”
เธอสะบัดมือ แขนที่ดันประตูของฉู่จ้าน ก็ถอยออกไปทันที
ปัง!
ประตูตรงหน้าเขาปิดลง