เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 545 กลับตี้จิง
บทที่ 545 กลับตี้จิง
ฉู่หร่านโล่งใจแล้ว เธอทิ้งตัวลงบนโซฟา แล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “พรีเซนเตอร์แบรนด์ใหญ่สี่แบรนด์ เหอะ! อย่างน้อยก็มีโชคดีในความโชคร้าย!”
ฉู่ลั่วนะฉู่ลั่ว!
คิดว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะเอาชะฉันได้อย่างนั้นเหรอ?
ดูถูกฉู่หร่านเกินคนนี้ไปแล้ว!
ขณะที่กำลังลำพองใจอยุ่นั้นเอง โทรศัพท์ของฉู่หร่านก็ดังขึ้นมา เมื่อผู้จัดการหยิบมาดู ก็ชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือพลางพูดกับฉู่หร่านแบบไม่ออกเสียง ‘ฝางไคจี้’
ฉู่หร่าน “…”
เธอไม่อยากรับสายสักเท่าไหร่เลย
แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ รับโทรศัพท์มา ก่อนจะกดรับสาย และพูดด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “พี่ไคจี้ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ! เมื่อกี้ฉันกำลังจะโทรหาพี่เลยค่ะ แต่พี่โทรมาก่อน”
ฝางไคจี้เอ่ยถามฉู่หร่านภายใต้สายตาของผู้จัดการ “หร่านหร่าน เรื่องที่ถูกเปิดเผยออกไป เกี่ยวข้องกับเธอหรือเปล่า?”
“พี่ไคจี้ พี่กำลังพูดอะไรคะ!” ฉู่หร่านทำเสียงตกใจและผิดหวัง “ถ้าฉันจะเปิดเผยเรื่องนี้จริง ทำไมต้องรอถึงตอนนี้ ฉันเปิดเผยออกไปตั้งแต่เกิดเรื่องก็ได้นี่”
“พี่ไคจี้ ฉันไม่คิดเลยนะคะ ว่าพี่จะคิดกับฉันแบบนี้”
“ฉันเห็นพี่เป็นพี่ชายแท้ ๆ มาตลอด”
“คิดไม่ถึงเลย…”
ไม่รอฝางไคจี้พูดอะไร ฉู่หร่านก็กดตัดสายไปแล้ว
ครั้นโทรศัพท์ดังขึ้นมาอีกครั้ง ฉู่หร่านก็แค่เหลือบมอง ก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปไว้ด้านข้าง
ฝางไคจี้เห็นว่าฉู่หร่านไม่รับโทรศัพท์ จึงรีบร้อนส่งข้อความหาแทน สุดท้ายเขาเห็นว่าเบอร์โทรศัพท์ของเขาถูกบล็อก ช่องทางการติดต่อทุกทางถูกบล็อกทั้งหมด
“ผมบอกแล้วว่าไม่ใช่หร่านหร่านแน่นอน คุณไม่เชื่อผม ตอนนี้หร่านหร่านโกรธแล้ว!” เขาถลึงตาใส่ผู้จัดการ
ผู้จัดการถอนหายใจ “นายเนี่ย… จริง ๆ เลย”
เธอส่ายหน้า ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฝางไคจี้ที่อยู่ข้างหลังโทรหาฉู่หร่านไม่หยุดอยู่คนเดียว
ผู้ช่วยเห็นคนเดินออกมาด็อ้าปากจะถามไถ่ “พี่ชวี คุณไคจี้…”
ผู้จัดการชวีปิดประตูพลางส่ายหน้าให้ผู้ช่วย “ฝางไคจี้ไม่ไหวแล้ว บอกกับทางบริษัทด้วยว่าในอนาคต ทรัพยากรของบริษัทไม่ต้องเอามาให้เขา เขาโง่จะตายอยู่แล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องผลักดันคนโง่!”
ผู้ช่วย “…”
ทิศทางลมเปลี่ยนแล้ว สถานะในวงการของฉู่หร่านขยายใหญ่ขึ้น นอกจากได้เป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ใหญ่ ยังได้รับบทละครหลายเรื่องไปเลือกด้วย
ซ่งเชียนหย่าเอาข่าวนี้มาบอกทุกคนในบ้านด้วยความดีใจตั้งแต่เช้า “หร่านหร่านบอกว่า หลายวันนี้เธอยุ่งมาก จะไม่กลับมาที่บ้านล่ะ”
คุณแม่มองฉู่ลั่วอย่างคาดหวัง
ฉู่ลั่วเอ่ย “วันนี้หนูจะกลับตี้จิงค่ะ”
ซ่งเชียนหย่าชะงัก “เร็วขนาดนี้เชียว?”
“เป็นห่วงที่บ้านน่ะค่ะ”
เมื่อนึกถึงเหล่าวิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ข้างกายฉู่ลั่ว ซ่งเชียนหย่าก็ไม่รั้งลูกสาวไว้แล้ว
ทานอาหารเช้าเสร็จ ฉู่ลั่วก็กลับไปเก็บของที่ห้อง
ฉู่จิงก็มีถ่ายโฆษณาที่เมืองตี้จิงเช่นกัน จึงกลับไปพร้อมกับเธอ
ซ่งเชียนหย่าดึงลูกชายคนรองเอาไว้ พลางมองไปยังฉู่ลั่วที่นั่งอยู่บนรถ แล้วหยิบบัตรใบหนึ่งยัดใส่มือเขา “อีกเดี๋ยวลูกเอาอันนี้ให้ลั่วลั่วนะ”
“ฉู่ลั่วไม่ขัดสนเงินทองหรอกมั้งครับ?”
“เธอจะขัดสนหรือไม่ขัดสนก็เรื่องของเธอ พวกเราเป็นพ่อแม่ จะให้หรือไม่ให้ก็เป็นเรื่องของพวกเรา” ซ่งเชียนหย่าถอนหายใจ “พูดตามตรง ที่เรื่องมันวุ่นวายถึงขนาดนี้เป็นความผิดของแม่กับพ่อเอง ถ้าตอนนั้นพวกเรารอบคอบกว่านี้ก็คงดี แต่กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กถูกสลับตัวไปแล้ว”
ฉู่จิง “…”
ความรู้สึกย้อนแย้งกลับมาอีกครั้ง
ซ่งเชียนหย่ายังบ่นต่อไปอีก “ลูกเป็นพี่ชายก็ใส่ใจเธอให้มากหน่อย เธอเป็นน้องสาวของลูก”
ฉู่จิงกะพริบตาปริบ “แม่ครับ เมื่อวานแม่…”
“เมื่อวานทำไมเหรอ?” ซ่งเชียนหย่ามองเขาด้วยความสงสัย
ฉู่จิงรู้สึกขนลุกขึ้นมาอีกรอบ ได้แต่ส่ายหน้า “ผมรู้แล้วครับ แม่ครับ… ถ้าแม่ไม่มีธุระอะไรก็ไปเยี่ยมพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้บ่อย ๆ นะครับ อย่าเอาแต่อุดอู้อยู่บ้าน รอให้พวกเรากลับมาทั้งวัน”
“แม่รู้แล้ว แต่เวลาหร่านหร่านกลับบ้านไม่แน่นอน ที่บ้านไม่มีคนอยู่ไม่ได้หรอก”
ฉู่จิง “…”
เขาเดินไปขึ้นรถโดยไม่ได้พูดอะไรอีก
บนรถ ฉู่ลั่วกำลังใช้โทรศัพท์ส่งข้อความ ทันใดนั้นก็มีบัตรเครดิตยื่นมาให้
“คุณแม่ให้เธอ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันมีเงิน”
“เธอมีหรือไม่มีเงินก็เป็นอีกเรื่อง คุณแม่ให้เธอก็เป็นอีกเรื่อง” ฉู่จิงยัดบัตรเครดิตใส่มือของน้องสาวแท้ ๆ
ฉู่ลั่วไม่ได้ปฏิเสธอีก เธอรับบัตรเอาไว้ก่อนจะดูโทรศัพท์ต่อ