เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 546 กฎเกณฑ์ฟ้าดิน
บทที่ 546 กฎเกณฑ์ฟ้าดิน
บนรถเงียบมาก
ฉู่จิงสังเกตดูฉู่ลั่วผ่านทางหางตา ในหัวก็คิดถึงความเปลี่ยนแปลงของซ่งเชียนหย่า
จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งเครื่องบินลำเดียวกัน กระทั่งถึงเมืองตี้จิง
พี่หมิง ผู้จัดการส่วนตัวของฉู่จิงก็ขับรถมารอรับแล้ว
ทันทีที่พี่หมิงเห็นพวกเขาปรากฏตัวก็วางสายโทรศัพท์ พร้อมกับเดินเข้ามาหา
“ปรมาจารย์ฉู่!” เขายิ้มทักทายฉู่ลั่ว ก่อนจะดึงแขนฉู่จิง เตรียมจะพาไปที่อื่นต่อ
ในฐานะราชาภาพยนตร์ ตารางงานของเขาแน่นมาก งานแต่ละอย่างล้วนสำคัญ
พี่หมิงนวดคอที่เคล็ดของตนเอง พร้อมพูดเรื่องตารางงานกับฉู่จิง
ฉู่จิงตอบกลับสองสามประโยค ก็หันไปถามฉู่ลั่ว “อยากให้ฉันไปส่งไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “หัวหว่านกำลังมารับค่ะ”
ฉู่จิงพยักหน้า เตรียมจะจากไป
“เดี๋ยวค่ะ” ฉู่ลั่วหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ฉู่จิงดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะควบคุมท่าทีของตนเองอย่างรวดเร็ว
น้องสาวคนนี้ยังคิดว่าเขาเป็นพี่ชายสินะ ยังรู้จักให้ยันต์กับเขาด้วย
เขาเอื้อมมือจะไปรับ แต่ก็เห็นฉู่ลั่วยื่นยันต์แผ่นนั้นไปให้พี่หมิงเสียก่อน “ถ้ามีปัญหาอะไร โทรหาฉันได้นะคะ”
พี่หมิงชะงักก่อนจะรับยันต์มา “ขอบคุณครับ”
ผู้จัดการเก็บยันต์เอาไว้อย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะขึ้นรถไปพร้อมฉู่จิง เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องยันต์ที่ได้มานัก แต่เมื่อหันหน้ามา ก็เห็นฉู่จิงจ้องมองเหมือนกำลังงอนเขาอยู่
พี่หมิงถาม “อะไรเหรอ?”
“เปล่าครับ”
ฉู่จิงถอนสายตากลับมา
ก็แค่ยันต์แผ่นเดียวไม่ใช่เหรอ?
เขาไม่สนใจหรอก…
ชิ
…
หัวหว่านมารับฉู่ลั่ว ซ่งจือหนานก็มากับเธอด้วย
คุณชายซ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีสันสดใส สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ ปล่อยผมลงสบาย ๆ เมื่อเขาปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ทนที
“พี่ลั่ว!” ซ่งจือหนานอุ้มซ่งเมี่ยวเมี่ยวด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงเหมือนสุนัขตัวใหญ่ที่ไม่เข้ากับรูปลักษณ์ในตอนนี้เลย
ฉู่ลั่ว “…”
หัวหว่านที่อยู่ด้านข้างอธิบายว่า “หลังจากเมี่ยวเมี่ยวออกไปข้างนอกได้ พอตระกูลซ่งรู้เข้าเลยมารับเธอกลับบ้านไปสองวันค่ะ ทุกอย่างปกติดี”
“อืม”
“พี่ลั่วลั่ว!” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวโบกมือให้ฉู่ลั่วด้วยความดีใจ
ตอนนี้เฉิงยวนกับจิ่งเจียเหยียนก็ลงมาจากรถด้วย
“มีแต่คนสวยทั้งนั้นเลย!”
“คนนั้นใช่ฉู่ลั่วหรือเปล่า?”
“ฉู่ลั่วจริงเหรอ? ฉู่ลั่วตัวจริงดูดีกว่าในจอเยอะเลยนะ โทรทัศน์ทำฉันเข้าใจผิด!”
ฉู่ลั่วเข้าไปนั่งในรถท่ามกลางเสียงพูดซุบซิบของทุกคน
ซ่งจือหนานเก็บแว่นกันแดดและเลิกคิ้วขึ้น “พี่ลั่ว ลุคใหม่ของผมเป็นยังไงบ้างครับ! หล่อไหม!”
ฉู่ลั่วรับตัวซ่งเมี่ยวเมี่ยวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขามาวางไว้บนเบาะด้านหลัง
เฉิงยวนเองก็นั่งเบียดอยู่บนรถคันนี้ หล่อนนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้า แต่ก็ยังไม่วายเอี้ยวตัวมาหาพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
ยิ่งฉู่ลั่วหรี่ตามอง เฉิงยวนก็ยิ่งยิ้มประจบมากขึ้น ก่อนจะถูกฉู่ลั่วผลักศีรษะอย่างไม่สบอารมณ์
เฉิงยวนยื่นหน้าเข้ามาอีกครั้ง เธอพูดเสียงเบา “ก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่หรือ?”
ฉู่ลั่ว “…”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเป็นวิญญาณเด็ก ปกติแล้วความโกรธแค้นของเธอจะมากกว่าวิญญาณทั่วไป
บวกกับคนตระกูลซ่งที่เป็นญาติทางสายเลือด หากพัวพันอยู่ด้วยนาน ๆ ย่อมไม่ดีทั้งกับซ่งเมี่ยวเมี่ยวและตระกูลซ่ง
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวอายุยังน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่เฉิงยวนไม่มีทางที่จะไม่รู้!
“พี่ลั่ว คุณอย่าโทษพี่ยวนเลยครับ เธอเคยบอกพวกเราแล้ว แต่พ่อกับแม่ผมอยากใช้เวลากับพี่สาวน่ะครับ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็รับลูกคู่ “พี่ลั่วลั่วขา อย่าโกรธเลยนะคะ หนู… ต่อไปหนูจะไม่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ได้ค่ะ”
ฉู่ลั่วถอนหายใจ “มนุษย์กับผีแยกจากกัน หยินหยางอยู่คนละเส้นทาง ฉันให้พวกเธออยู่โลกมนุษย์ เพราะพวกเธอยังไม่ถึงเวลาที่จะไปปรภพ”
“พวกเธอเป็นผีกันแล้ว ย่อมต้องเข้าใจกฎของฟ้าดินแน่นอน”
ทันทีที่ตายกลายเป็นผี ก็สามารถรับรู้ได้ถึงกฎของฟ้าดินทันที
ยิ่งถ้าเป็นผีร้าย จะยิ่งรับรู้ได้อย่างชัดเจน
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเป็นผีเด็ก เฉิงยวนเป็นผีร้ายพันปี
พวกเธอต้องรู้อยู่แล้ว!
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับเฉิงยวนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่เบาะหลัง มองฉู่ลั่วด้วยแววตาน่าสงสารเป็นครั้งคราว
ฉู่ลั่วถอนหายใจเบา ๆ “ฉันจะให้ยันต์กับตระกูลซ่งไว้สองสามแผ่น เพื่อกำจัดพลังหยินบนตัวพวกเขาเวลาเมี่ยวเมี่ยวไปหาก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะพี่ลั่วลั่ว!”
“ขอบคุณมากครับพี่ลั่ว!”
เฉิงยวนเลิกคิ้วให้ซ่งเมี่ยวเมี่ยวอย่างได้ใจ บอกแต่แรกแล้วว่าฉู่ลั่วต้องตกลง
สองคนนี้ยักคิ้วหลิ่วตาให้กัน ฉู่ลั่วเห็นอยู่ในคาตาแต่ก็รู้สึกจนปัญญา
ด้านหลังรถ
จิ่งเจียเหยียนถามด้วยความกังวล “ถ้าฉู่ลั่วโกรธขึ้นมา จะทำยังไงล่ะ?”
ตอนนี้ใบหน้าหัวหว่านสงบนิ่งมาก “คุณหนูเป็นคนใจอ่อน แค่เมี่ยวเมี่ยวกับเฉิงยวนแกล้งทำท่าน่าสงสารนิดหน่อย เรื่องนี้ก็ผ่านไปแล้ว”
จิ่งเจียเหยียนที่ตอนแรกกังวลมาก เมื่อนึกถึงท่าทางในเวลาปกติของฉู่ลั่ว หัวใจของเธอก็กลับมาเป็นปกติ
ซ่งจือหนานพาพวกเขามาส่งที่บ้าน เมื่อได้ยันต์สามแผ่นจากฉู่ลั่ว เขาก็จากไปด้วยความดีใจ
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวจับประตูไม่ยอมปล่อย เฝ้ามองซ่งจือหนานจากไป
เฉิงยวนถาม “เอาละ ครั้งนี้ได้ไปเล่นที่บ้านมาตั้งหลายวันไม่ใช่หรือ ยังเล่นสนุกไม่พอหรือไร?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเดินคอตกท่าทางหดหู่เข้าไปในบ้าน “ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะได้เจอน้องชายอีกเมื่อไหร่น่ะค่ะ?”