เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 547 คาถาบังตา
บทที่ 547 คาถาบังตา
“ทำไมนายมาที่นี่อีกแล้วล่ะ” ซ่งเมี่ยวเมี่ยวตาโตมองซ่งจือหนานที่ปรากฏตัวในบ้านตั้งแต่เช้าตรู่
วันนี้ซ่งจือหนานแต่ตัวฉูดฉาดกว่าเมื่อวานเสียอีก ท่อนบนใส่เสื้อเชิ้ตลายดอก ท่อนล่างก็สวมกางเกงลายดอก ตรงกลางลำตัวมีเข็มขัดแบรนด์เนม ข้อมือมีนาฬิกาแบรนด์เนม ที่คอก็สวมสร้อยทอง
“เจ้าแต่งตัวอย่างกับพวกเศรษฐีใหม่ ไม่เข้ากับภาพลักษณ์ลูกหลานคนรวยรุ่นสองของเจ้าเลยนะ!” เฉิงยวนมองซ่งจือหนานตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับส่งสายตารังเกียจออกมาชัดเจน
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็รังเกียจเช่นกัน “น่าเกลียดมาก น่าเกลียดมากเลย!”
ทว่าซ่งจือหนานก็ลูบเสื้อผ้ากับสร้อยทองของตนเองด้วยท่าทางพอใจ “น่าเกลียดตรงไหน นี่เป็นการแต่งตัวที่กำลังได้รับความนิยม! เท่จะตาย!”
เขาทำท่าเก๊กหล่อ
เฉิงยวนหันหน้าหนี เพราะทนดูต่อไปไม่ไหว
มือเล็กของซ่งเมี่ยวเมี่ยวยกขึ้นมาปิดตา ปาก็พูดพึมพำว่า “ไม่เท่ ไม่เท่ น่าเกลียดมาก น่าเกลียด!”
ซ่งจือหนาน “…”
ตอนนี้เอง จิ่งเจียเหยียนที่สวมชุดเดรสก็เดินลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นซ่งจือหนาน เธอก็ชะงักค้างไป “นายถูกผีสิงร่างมาเหรอ? แต่งตัวระคายตาชาวบ้านอะไรขนาดนี้!”
ซ่งจือหนานตอบกลับ “แฟชั่นตามกระแสไง เข้าใจไหม?”
“ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ” และไม่อยากเข้าใจด้วย
เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่สองคนกับเด็กหนึ่งคน ต่างก็รังเกียจเขา
ซ่งจือหนานไม่ได้รู้สึกหดหู่ใจแต่อย่างใด กลับกันเขาหยิบกระจกขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างมีความสุข พลางจัดทรงผมของตัวเอง “โคตรหล่อ!”
“เสื้อผ้านี้มีแต่ฉันที่ใส่แล้วถึงจะหล่อขนาดนี้!”
ก็มีแต่แกที่ใส่ไง
ทั้งสามคนที่อยู่ไกลออกไปคิดในสิ่งเดียวกัน ขณะมองซ่งจือหนานที่ส่องกระจกอย่างหลงตัวเอง
เฉิงยวนเอ่ย “ต้องถูกสิงแน่นอนเลย”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวถาม “ใช่เหรอคะ? แต่หนูไม่รู้สึกถึงวิญญาณอื่นบนตัวน้องชายเลยนะคะ”
“เมี่ยวเมี่ยว! เจ้าอยากยอมรับว่าน้องชายของตัวเองมีรสนิยมด้านความงามแบบนี้ หรืออยากยอมรับว่าเขาถูกผีสิงกันล่ะ?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวทำหน้านิ่ง “แน่นอนว่าถูกผีสิงสิคะ! ต้องถูกผีดอกไม้หรือไม่ก็ผีผีเสื้อสิงแน่เลย!”
จิ่งเจียเหยียนทำจมูกฟุดฟิด ดมกลิ่นในอากาศ “ไม่มีกลิ่นปีศาจ และไม่มีพลังหยินด้วย ไม่ใช่หรอกมั้ง…”
ทำไมรสนิยมของซ่งจือหนานแย่ขนาดนี้?
ถ้าอย่างนั้นเมื่อก่อน…
เธอที่ถูกซ่งจือหนานมาชอบพอ ก็เป็น…
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!
“ต้องมีพลังปีศาจแน่ ต้องมีพลังปีศาจแน่นอน! แต่เพราะตบะของฉันอ่อนเกินไป เลยสัมผัสไม่ได้!”
พวกเธอมองหน้ากัน และพยักหน้าอย่างเชื่อมั่น นอกจากถูกสิงร่างก็ไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว
“ไม่ใช่สิงร่าง” เสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง “เป็นคาถาบังตา เป็นคาถาง่าย ๆ ของลัทธิเต๋า”
สองสาวกับหนึ่งเด็กหันไปมองฉู่ลั่ว ก่อนจะแหวกทางให้เจ้านิกายเดินมาตรงหน้าซ่งจือหนาน
ก่อนที่ซ่งจือหนานจะได้พูดอะไร ฉู่ลั่วก็จับนิ้วกลางของเขาไว้ บีบอย่างแรงให้เลือดออก จากนั้นก็เอาไปป้ายบนตาของเขา
“พี่ลั่ว คุณทำอะไรครับ?”
ฉู่ลั่วปล่อยมือ แล้วชูกระจกไปตรงหน้าเขา
ซ่งจือหนานจึงเหลือบมอง
“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้ผมหล่อมากจนฟ้าดินผีสางต้องตกใจเลยนะ ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกว่ามันดูทั้งไร้รสนิยมและฉูดฉาดแบบนี้?”
เขามองซ้ายมองขวาในกระจก ก่อนจะทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“พี่ลั่ว… ผมถูกผีร้ายสิงหรือเปล่าครับ?”
“เป็นคาถาอย่างหนึ่งของสำนักเต๋า เรียกว่าคาถาบังตา ไม่อันตรายกับคนและคาถาอยู่ได้ไม่นาน เป็นแค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
ซ่งจือหนานโยนกระจกทิ้งอย่างรังเกียจ “ต้องเป็นนักพรตคนนั้นแน่เลย!”
“และร่างกายนายก็ถูกปนเปื้อนไปด้วยพลังหยินด้วย” ฉู่ลั่วสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ตอนนั้นเธอคิดว่าพลังหยินที่ติดอยู่บนร่างกายของซ่งจือหนานมาจากซ่งเมี่ยวเมี่ยว
และเพราะพลังหยินเหล่านั้นมีกลิ่นคาวเลือด เธอถึงได้กังวล
กระทั่งซ่งจือหนานที่พกยันต์เอาไว้ บนร่างกายไม่มีพลังหยินของซ่งเมี่ยวเมี่ยวแล้ว แต่กลิ่นคาวเลือดยังคละคลุ้ง
“นายไปยุ่งเกี่ยวกับของที่มีพลังหยินมาเหรอ?”
ซ่งจือหนานรีบส่ายหน้า “เปล่าครับ ช่วงนี้ผมไม่ได้เจอเรื่องราวอะไรแปลก ๆ เลยนะ”
“แต่ว่า ผมมาครั้งนี้ เพราะมีเรื่องที่อยากจะให้พี่ลั่วเป็นธุระให้ครับ”
เขาเล่าเหตุผลที่มาให้ฉู่ลั่วฟัง
“เป็นสมาชิกตระกูลซ่งเหมือนกันนั่นแหละครับ อารองของผมเอง เขาป่วย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พลังกายพลังใจลดลงไปทุกวัน แพทย์แผนจีน แพทย์แผนตะวันตกก็ไปหามาหมดแล้ว นักพรตหรือพระก็ไปหามาหมด แต่ก็ไม่ได้ผลเลยครับ”
“หลังจากนั้น ไม่รู้ว่าพวกเขาไปรู้มาจากไหนว่าบ้านของผมกับพี่ลั่วรู้จักกัน เลยมาหาพ่อแม่ผม เพราะอยากให้พี่ลั่วช่วยเหลือ”
ซ่งจือหนานหัวเราะเย็นชาด้วยความไม่พอใจ “พ่อแม่ผมนิสัยยังไง พี่ลั่วก็รู้อยู่แล้ว พวกเขาปฏิเสธไปน่ะครับ”
“แต่ใครจะรู้ว่าอารองจะไร้ยางอายขนาดนี้! เขาเอาหลุมศพของคุณย่ามาขู่พ่อผม! บอกว่าถ้าพี่ลั่วไม่ยอมออกหน้าช่วยเหลือ เขาจะเอาหลุมศพของคุณย่าออกจากสุสานบรรพบุรุษ!”
พูดไป ซ่งจือหนานก็ทระทืบเท้าด้วยความโกรธ เขากำหมัดแน่น “คิดว่าคุณย่าของผมเต็มใจถูกฝังไว้ในสุสานบรรพบุรุษอะไรนั่นเหรอ? ก็กลัวว่าผู้หญิงชั้นต่ำนั่นจะเข้าไปอยู่ในสุสานบรรพบุรุษ ก็เลยเข้าไปยึดเอาไว้ในนามเท่านั้น”
“แต่อารองจะขุดหลุมศพคุณย่าออก แล้วเอาหลุมศพของแม่ตัวเองที่เป็นเมียน้อยใส่เข้าไป!”
ยิ่งพูดซ่งจือหนานก็ยิ่งหัวร้อน!