เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 578 พี่ลั่ว เขาจะตีผม
บทที่ 578 พี่ลั่ว เขาจะตีผม
ในคฤหาสน์
หัวหว่านเดินนำคนตระกูลซ่งหลายคนไปที่ห้องรับแขก
“ปรมาจารย์ฉู่ยังพักผ่อนอยู่เหรอ?”
“ค่ะ”
“อย่างนั้นก็ไม่ต้องรบกวนปรมาจารย์ฉู่หรอก พวกเรารอก็ได้”
หัวหว่านรับคำแล้วเดินนำพวกเขาไปที่ห้องรับแขกอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก หลังจากที่ยกน้ำชามาเสิร์ฟให้พวกเขาแล้วก็ไปทำงานของตัวเอง
คนพวกนี้มารบกวนคนพักผ่อนแต่เช้าเลย
หึ!
แล้วก็คนที่เคยด่าคุณหนูบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ ที่เธอพาพวกเขาเข้ามาก็เพราะคุณหนูสั่งเอาไว้เมื่อคืนหรอกนะ
ถ้าไม่อย่างนั้น คนพวกนี้ก็อย่าคิดที่จะก้าวเข้ามาในคฤหาสน์แม้แต่ปลายนิ้วเท้าเลย!
“นี่มันจะมากเกินไปแล้วหรือเปล่า! พี่ใหญ่ก็ขอโทษแล้ว พวกเราเองก็มาเชิญเธอด้วยตัวเองแล้ว ฉู่ลั่วนี่ยังคิดจะเอาอะไรอีก?” หญิงสาวอายุสามสิบกว่าคนหนึ่งแต่งหน้าจัดเต็มพร้อมกับใส่ชุดแบรนด์เนมทั้งตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ซ่งเฉินอี้ทำแค่จ้องพี่สาวแล้วพูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไร “ถ้าเธอไม่อยากรอก็กลับไปได้นะ!”
ซ่งเฉินเจี๋ยกัดริมฝีปากแดง ๆ นั้น เธอกลับไปไม่ได้ต่างหาก
คุณปู่พูดชัดเจนแล้วว่าใครที่สามารถเชิญฉู่ลั่วกลับไปได้ก็จะได้รับสิทธิ์ในการรับมรดก
ถ้าไม่ได้เป็นแบบนี้ พวกเขาจะมาที่นี่กันได้ยังไงล่ะ
ผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่านั่งไขว่ห้างแล้วมองไปรอบ ๆ “ได้ยินว่าฉู่ลั่วเป็นลูกสะใภ้ที่ทางตระกูลฮั่วหมายปองเอาไว้ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่นะ?”
“ผู้บำเพ็ญลัทธิเต๋าก็แต่งงานได้เหรอ?”
“เหอะ!”
“ฉู่ลั่วคนนี้หน้าตาสะสวย ถ้าตระกูลฮั่วไม่ได้ชอบเธอ ฉันก็จะ…”
“นายก็จะอะไร!” เสียงหนึ่งดังมา ตามมาด้วยซ่งจือหนานพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ซ่งเฉินเย่า นายก็จะอะไร?”
ซ่งเฉินเย่าที่ตกใจอยู่พอเห็นว่าเป็นซ่งจือหนานก็กลอกตา “โวยวายอะไรเล่า! ล้อเล่นก็ไม่ได้หรือไง?”
“ไม่ได้!” ซ่งจือหนานกัดฟันอย่างโมโห “ซ่งเฉินเย่า ฉันจะเตือนนายนะ พี่ลั่วเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลซ่งของเรา เก็บความคิดสกปรกของนายไปซะ!”
ซ่งเฉินเย่าไม่พอใจขึ้นมาทันที “ความคิดสกปรกอะไรกัน! ฉันพูดความจริงนะ! ถ้าฉู่ลั่วกับฮั่วเซียวหมิงเลิกกัน เธอก็จะต้องแต่งงานนี่! สถานะตระกูลซ่งของเราก็ไม่ได้ต่ำต้อยอะไร ฉันซ่งเฉินเย่าเองก็ไม่ได้แย่นะ!”
“ถ้าเธอแต่งงาน…”
ผัวะ!
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หมัดของซ่งจือหนานก็ชกเข้าที่หน้าเขาแล้ว
ในขณะที่ซ่งเฉินเย่ายังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็โดนหมัดอีกหลายหมัดซัดเข้าหน้าอย่างไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย จนแก้มเขาบวมขึ้นมาทันที
“มันไม่มีคำพูดดี ๆ จากปากคนเลวหรอก ฉันจะบอกนายไว้เลยนะว่าอย่ามาดูถูกพี่ลั่ว!”
“พอได้แล้ว ๆ”
พวกคนตระกูลซ่งพุ่งเข้ามาดึงซ่งจือหนานเอาไว้
ซ่งเฉินเย่าตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น แล้วยกหมัดไปหาซ่งจือหนาน ในตอนที่หมัดกำลังจะปะทะเข้าที่ใบหน้าของซ่งจือหนานนั้นก็มีอะไรเย็น ๆ มาพันที่รอบแขนของเขา
“เห้ย!”
“งู!”
หางของงูสีเงินพันอยู่รอบแขนของเขาและกำลังออกแรงเหวี่ยงซ่งเฉินเย่าลงไปกับพื้น!
พวกตระกูลซ่งตกใจจนหน้าซีด จากนั้นก็พากันถอยหลังไป
งูสีเงินที่มีขนาดยาวห้าเมตรยืดลำตัวตรงขึ้นมาแล้วเอียงหัวแลบลิ้นขู่ฟ่อ ๆ
สีหน้าของพวกตระกูลซ่งยิ่งดูแย่มากขึ้นไปอีก
“เจียเหยียน!” หัวหว่านรีบก้าวเข้าไปแตะที่ลำตัวของจิ่งเจียเหยียน
ลิ้นของปีศาจงูสวาทก็ยิ่งแลบออกมาเร็วขึ้นอีก
หัวหว่านลูบเธออย่างปลอบโยนพลางกดเสียงต่ำพูด “ฉันรู้ว่าพวกเขาทำเกินไป แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าพวกเขาพูดอะไร แต่เธอจะกลายร่างต่อหน้าคนไม่ได้นะ มันจะทำให้คุณหนูเดือดร้อนเอาได้”
จิ่งเจียเหยียน “…”
ลิ้นงูยิ่งแลบออกมาเร็วขึ้นอีก
หัวหว่านเอ่ย “วางใจได้ มีคนที่โกรธยิ่งกว่าเธออีก”
เมื่อมองตามสายตาของหัวหว่านไป จิ่งเจียเหยียนก็เห็นร่างวิญญาณที่เปล่งแสงสีทองและพลังงานสีม่วงออกมา
ดวงตาของร่างวิญญาณนั้นจับจ้องไปที่คนตระกูลซ่งอย่างเย็นชาดุร้าย ซึ่งนั่นก็คือฮั่วเซียวหมิงนั่นเอง
ซ่งเฉินเย่าแค่รู้สึกหนาวเย็นอย่างน่าประหลาด เขามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย
แต่ว่า …มันยิ่งน่ากลัว
ใคร ๆ ก็รู้ว่าฉู่ลั่วติดต่อกับสิ่งนั้นอยู่ตลอด!
ไม่แน่ว่ารอบ ๆ นี้อาจจะมีสิ่งนั้นอยู่ด้วยก็ได้!
น่าแปลกที่มานั่งทำสงครามเย็นกันตอนนี้
“โวยวายอะไรกัน!” ซ่งเฉินอี้ลุกขึ้นจ้องมองซ่งเฉินเย่า “ที่นี่คือบ้านปรมาจารย์ฉู่ มันใช่ที่ที่นายจะมาก่อเรื่องหรือไง?”
ซ่งเฉินเย่าคิดจะโต้แย้งแต่เห็นว่าซ่งเฉินอี้มีท่าทีสดใสขึ้นมาก่อน “ปรมาจารย์ฉู่”
ซ่งเฉินเย่าหันไปมองก็เห็นสาวสวยสง่าคนหนึ่งเดินลงบันไดมา แม้ว่าใบหน้าของเธอจะดูงดงาม แต่เพราะบุคลิกที่เย็นชา ทำให้คนอื่นมีความรู้สึกว่าไม่กล้าล่วงเกินอะไรทั้งนั้น
โดยเฉพาะดวงตาเย็นยะเยือกคู่นั้น แค่มองนิ่ง ๆ ก็ทำให้ใจคนมองสั่นสะท้านได้แล้ว
“คุณหนู คนตระกูลซ่งมาค่ะ” หัวหว่านเดินเข้าไปบอกเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างคร่าว ๆ
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองไป
ซ่งเฉินอี้จึงรีบอธิบายทันที “ปรมาจารย์ฉู่ น้องชายผมมันไม่รู้ความเองครับ เฉินเย่า… นายยังไม่รีบขอโทษจือหนานอีก!”
“จือหนาน การทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างพี่น้องมันเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปถือสาหาความอะไรมากมายเลยนะ”
เขาขยิบตาให้ซ่งจือหนาน
คนตระกูลซ่งเหมือนกันทั้งนั้น อย่าให้มันมากเกินไปนักเลย
ซ่งจือหนานไม่ได้สนใจสายตาของซ่งเฉินอี้แล้วพูดออกไปอย่างรู้สึกไม่เป็นธรรม “พี่ลั่ว! พี่ไม่รู้หรอกว่าเขานิสัยเสียแค่ไหน ถ้าไม่ใช่เพราะจิ่งเจียเหยียนมาขวางไว้ เขาก็คงจะตีผมแล้ว!”