เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 616 ข้อเท้าแพลง
บทที่ 616 ข้อเท้าแพลง
[มีแค่ฉันที่จิ้นคู่ลั่วเย่ (ฉู่ลั่ว + เย่อวิ๋นชู) เหรอ]
[ฉันก็จิ้น ฉันก็จิ้น]
[+1!]
[+10086!]
ช่องไลฟ์ถกเรื่องคู่จิ้นสามคู่ของฉู่ลั่วอย่างเมามัน คู่จิ้นลั่วเย่โดดเด่นทะยานขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของคู่จิ้นทั้งสาม
เรื่องเหล่านี้ ฉู่ลั่วซึ่งกำลังไลฟ์อยู่ไม่รู้เลย
เธอถูกเย่อวิ๋นชูคล้องแขนดึงไปนั่งตรงเก้าอี้ข้าง ๆ ตัวหนึ่ง ก่อนจะเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
ฉู่ลั่วถาม “ทำไมถึงรีบร้อนวิ่งกลับมา มีเรื่องอะไรเหรอ”
เธอพูดไปพลาง ก็ยื่นน้ำอุ่นให้เย่อวิ๋นชูไปแก้วหนึ่ง
เย่อวิ๋นชูรับน้ำมา มองอีกฝ่ายอย่างกระเง้ากระงอด
จะเพราะอะไรอีกเล่า
เพราะปรมาจารย์ฉู่ยังไงล่ะ!
เย่อวิ๋นชูเห็นสีหน้างุนงงของฉู่ลั่วแล้วถอนหายใจอีกครั้ง ยังดีที่เธอกลับมา ไม่อย่างนั้นพี่ลั่วได้โดนสองคนนั้นวางแผนรังแกแน่ ๆ
เมื่อกี้หลังเธอสอบถามจากชาวบ้านคนหนึ่งเสร็จ ก็หยิบมือถือออกมาเพื่อดูสถิติและคอมเมนต์ในช่องไลฟ์ด้วยความว่าง หารู้ไม่ ได้มาเห็นว่าฝางไคจี้กับฉู่หร่านวางแผนล่อลวงฉู่ลั่ว
เธอแตกตื่นขึ้นมาทันที
พี่ลั่วไม่เข้าใจกับดักของวงการบันเทิง ไม่แน่ว่าอาจติดกับพวกเขาสองคน
ทันทีที่แฟนคลับปักธงเรื่องนี้ ภายหน้าอยากแก้ต่างคงยากแล้ว
แฟนคลับเหล่านั้นมีแต่จะเพ้อพกว่าพี่ลั่วพยายามกู้หน้าเพราะไม่ได้ครอบครองพี่ชายของพวกเขา
ในฐานะแฟนคลับตัวยงของพี่ลั่ว แน่นอนว่าเธอยอมไม่ได้!
แต่…
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าพี่ลั่วจะทำลายแผนร้ายของพวกเขาได้ในกระบวนท่าเดียว
จริงดังที่ว่า ความจริงใจคืออาวุธพิฆาต!
รอต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง ที่เหลือถึงกลับกันมาหมด
ทันทีที่ฉู่จิงเข้ามา ก็เห็นฉู่หร่านที่มีเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลล้อมรอบ “หร่านหร่านเป็นอะไรไป”
“พี่รอง~” ฉู่หร่านตาแดงอีกครั้ง ทำเสียงเศร้าสร้อยและมองฉู่จิง
ฉู่จิงรีบวิ่งไปหา “เป็นอะไรไป บาดเจ็บตรงไหนเหรอ”
เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลข้าง ๆ “ข้อเท้าแพลง แต่บาดเจ็บไม่ถึงกระดูก และไม่ถึงเอ็น ตอนนี้พ่นยาแก้ปวดให้แล้วค่ะ”
ถ้าไม่ใช่ว่าฉู่หร่านร้องเจ็บ เจ้าหน้าที่คงคิดว่าเธอนั้นเสแสร้งแกล้งทำ
“…” ฉู่จิงมองข้อเท้าน้องสาว “เจ็บมากเหรอ”
“ค่ะ!” ฉู่หร่านดึงแขนเขาไว้ “พี่รอง เจ็บมากจริง ๆ นะคะ!”
เย่อวิ๋นชูมุงเข้ามาพร้อมดวงตาเบิกกว้าง หน้าตาแตกตื่น “เจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ คงไม่ใช่ว่าบาดเจ็บถึงกระดูกหรอกมั้ง”
“ไม่ถึงค่ะ เมื่อกี้ฉันได้ตรวจสอบดูแล้ว บาดเจ็บไม่ถึงกระดูก” รายการเชิญเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลมาด้วยก็เพื่อรับรองความปลอดภัยของเหล่าแขกรับเชิญ
ฉู่หร่านทำท่าจะพูดบางอย่าง เย่อวิ๋นชูเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แต่พี่หร่านหร่านร้องเจ็บนี่นา! อาจจะบาดเจ็บถึงกระดูกแต่ตรวจไม่เจอก็ได้ เอาอย่างนี้ พวกเราส่งพี่หร่านหร่านไปโรงพยาบาลดีกว่า”
เธอยิ้มกริ่มมองฉู่หร่าน “เรื่องถ่ายรายการไม่สำคัญเท่าสุขภาพพี่หร่านหร่าน”
ตอนนี้ชื่อเสียงฉู่หร่านไม่ค่อยดี ตั้งใจจะใช้รายการนี้กู้ชื่อ
ถ้าไปตอนนี้ ไม่มีซีนตัวเองไม่ว่า ไม่แน่อาจถูกชาวเน็ตบางส่วนคาดเดาไปว่าสำออย หรือทำตัวยโสเพราะคิดว่าตัวเองมีชื่อเสียง
“ไม่ต้อง ไม่ต้อง!” ฉู่หร่านรีบแย้มยิ้ม “ที่จริงก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น”
เย่อวิ๋นชูเอียงคอ ทำหน้าตาสับสน “แต่เมื่อกี้พี่หร่านหร่านเอาแต่บอกว่าเจ็บขามากนี่!”
อีกฝ่ายร้องมาครึ่งชั่วโมงแล้ว
เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลล้อมเธอไว้เป็นจำนวนมาก ทำอย่างกับว่าหนักหนาขนาดเธอขาหัก
ฉู่หร่านปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่เป็นไร ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น”
เธอหันมองเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาล
เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลก็เริ่มลังเล ถึงอย่างไรก็เป็นดาราดังกันทั้งนั้น มิหนำซ้ำฉู่หร่านยังเป็นคุณหนูตระกูลฉู่ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ คงรับผิดชอบไม่ไหว!
“ถ้าเจ็บมากจริง ๆ ไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยดีกว่า ฉันเองก็วินิจฉัยจากการคลำเท่านั้น”
ฉู่จิงเห็นฉู่หร่านมีแววตาลนลาน ลูกตากลอกไปซ้ายทีขวาที เห็นได้ชัดว่าไม่อยากไปโรงพยาบาล
เขาลอบถอนหายใจ หาทางลงให้เธอ “หร่านหร่าน ยังเจ็บขาอยู่ไหม”
“ไม่เจ็บแล้ว ไม่เจ็บแล้วค่ะ!”
“ทนไหวไหม”
“ไหว ๆๆ ถ้าทนไม่ไหว หนูจะบอกทางทีมงานรายการค่ะ!”
ฉู่จิงบอกกับเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาล “ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณจัดการให้ด้วยนะครับ”
เจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลขบคิด พ่นยาให้ข้อเท้าฉู่หร่านอีกครั้ง พันผ้าพันแผลให้ ดูเหมือนได้รับบาดเจ็บหนักมาอย่างไรอย่างนั้น
หางเจียซิ่นมองสองพี่น้องที่ยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น แล้วหันมองฝางไคจี้ที่นั่งอยู่เพียงลำพังในหลืบ รู้สึกว่าตัวเองพลาดเรื่องน่าสนุกไป จึงเขยิบไปอยู่ข้าง ๆ เย่อวิ๋นชู หลบจากกล้องแล้วถามเสียงเบา
เย่อวิ๋นชูใช้มือบังไมค์ไว้ กระซิบกระซาบกับหางเจียซิ่นเสียงเบา
เหยียนอันอี้ “…”
เมื่อเห็นกล้องที่เบนเข้ามา เขาก้าวเข้าไปขวางอยู่หน้ากล้อง บังทั้งสองที่กระซิบกระซาบกันอยู่ไว้ อีกทั้งไอเบา ๆ เป็นการเตือน
เย่อวิ๋นชู “…”
หางเจียซิ่น “…”
ทั้งคู่รีบผละจากกันทันที ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กล้องอย่างมืออาชีพ
เหยียนอันอี้ “…”
ไม่รู้ทำไม เขารู้สึกเหนื่อยชะมัด!