เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 623 คืนโชคลาภขจัดภัยพิบัติ
บทที่ 623 คืนโชคลาภขจัดภัยพิบัติ
เย่อวิ๋นชูถาม “ถ้าอย่างนั้นคนที่เก็บเงินได้ ไม่โชคร้ายแย่เหรอคะ?”
หางเจียซิ่นโวยวาย “วิธีการนี้เจ้าเล่ห์เกินไปหรือเปล่าครับ! คุณไม่ทันระวังไปแตะโดนเข้า ก็นับว่าทำสัญญาสำเร็จแล้ว แล้วลูกบิดประตู ผมไม่แตะได้เหรอ!”
สีหน้าของหางเจียซิ่นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน “ปรมาจารย์ฉู่ หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่แตะไปแล้ว จะทำยังไงครับ?”
เหยียนอันอี้เป็นคนเมืองเป่ย วิชาแบบนี้มีชื่อเสียงมากในเมืองเป่ย เมืองหนาน และเมืองเฉิง
ดาราหนุ่มเองก็เคยได้ยิน สมัยเด็กเขายังเคยเห็นอีกด้วย แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาในท้องถิ่น
“ที่จริงถ้าไม่ระวังเก็บซองแดงแบบนี้ขึ้นมา สามารถนำเงินไปหย่อนลงในตู้บริจาคที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ค่ะ จากนั้นก็เอาใบแลกอายุขัยไปที่แม่น้ำ ลำธาร หรือคูน้ำ ต้องเป็นที่ที่น้ำไหล แล้วเอาใบแลกอายุขัยวางไว้บนพื้น ใช้เท้าเหยียบสามครั้ง ก่อนเตะใบแลกอายุขัยลงน้ำไป”
“ตอนเตะ ต้องท่องไปด้วยว่า ‘เหตุและผลเป็นวัฏจักร สรรพสิ่งมีเวลากำหนด เป็นตายคือโชคชะตา ชะตาคือฟ้าลิขิต’ สามจบ”
ทุกคนพยักหน้า “แบบนี้ก็โอเคแล้วใช่ไหม?”
“แม้ว่าสัญญาจะสำเร็จแล้ว แต่คุณเอาเงินที่มีรอยนิ้วมือเลือดไปหย่อนลงตู้บริจาค การใส่วัตถุหยินลงในกล่องสำหรับทำบุญ ย่อมทำให้บุญของอีกฝ่ายเสียหายได้”
“และสายน้ำไหลเชื่อมไปถึงยมโลก เท่ากับคุณฟ้องร้องต่อยมโลกว่าอีกฝ่ายแลกอายุขัยไปโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“ถ้าอย่างนั้นอีกฝ่าย…” หางเจียซิ่นดวงตาเป็นประกาย “ก็ได้ไม่คุ้มเสียใช่ไหมครับ?”
ทั้งเสียบุญบารมี ทั้งถูกลงบันทึกในยมโลก
“วิธีนี้ดีมากเลยครับ!” เขาปรบมือ หันไปพูดกับกล้องว่า “ทุกคนจำได้แล้วใช่ไหมครับ? ถ้าต่อไปเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็ทำตามที่ท่านปรมาจารย์บอก”
ในช่องไลฟ์สตรีมครึกครื้นกันน่าดู
ทุกคนพูดคุยกันอีกสองสามประโยค เฉียวโจวก็ให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนที่ห้องต่อ
รุ่งเช้าวันต่อมา ฉู่จิงกลับมาจากโรงพยาบาล เพื่อมาปรึกษาเรื่องของฉู่หร่านกับเฉียวโจว
“เท้าของหร่านหร่านไม่ได้บาดเจ็บไปถึงกระดูก แต่หมอแนะนำให้พักประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ เลยไม่สามารถเข้าร่วมการถ่ายทำครั้งนี้ได้”
เฉียวโจวพยักหน้า แสดงว่าตนเองเข้าใจแล้ว
ทันทีที่ไลฟ์สตรีมเริ่ม ทางทีมงานรายการที่โรงพยาบาลก็หันกล้องไปหาฉู่หร่าน
ฉู่หร่านพิงหัวเตียง โบกมือให้กล้องด้วยใบหน้าอ่อนล้า ระหว่างนั้นก็รายงานสถานการณ์ของตัวเองไปด้วย “คุณหมอบอกว่า ดูเหมือนเท้าของฉันบาดเจ็บรุนแรง แต่ที่จริงพักไม่กี่วันก็หายแล้วค่ะ พวกเราเจอกันตอนหน้านะคะ!”
“บ๊ายบาย!”
ฉู่จิงได้ยินมาถึงตรงนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตอนอยู่ที่โรงพยาบาล เขากับฉู่หร่านพูดคุยกันอย่างดีแล้ว ว่าต่อจากนี้ฉู่หร่านจะตั้งใจรักษาเท้าเพื่อไม่ให้หลงเหลือรอยแผลเป็น
ผู้ใหญ่บ้านก็รีบมาที่บ้านพัก “เมื่อคืนวานนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ได้ยินว่ามีเรื่องเกิดกับใครสักคน!”
เฉียวโจวมองใบหน้าซื่อ ๆ ที่ดูไม่เหมือนจะหลอกใครได้ของอีกฝ่าย ในใจก็รู้สึกหวาดผวา แต่ยังคงยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไรครับ แขกรับเชิญคนหนึ่งบังเอิญได้รับบาดเจ็บที่เท้าตอนวิ่งน่ะครับ”
“อย่างนั้นเหรอ บาดเจ็บหนักหรือเปล่า?”
“พาไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วครับ ต้องพักรักษาสักระยะหนึ่ง”
ได้ยินเช่นนี้ หัวหน้าหมู่บ้านก็ถอนหายใจ “เฮ้อ คนเมืองอย่างพวกคุณนี่น่าสนใจจริง ๆ ดึกดื่นยังพากันวิ่งตอนกลางคืนอีก”
ฉู่จิงมองผู้ใหญ่บ้านด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเก็บสายตากลับไป แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้ผู้ใหญ่บ้าน “ของเหล่านี้ รบกวนผู้ใหญ่บ้านช่วยส่งคืนกลับไปด้วย! น้องสาวของผมไม่รู้ความ เลยรับของพวกนี้มาสุ่มสี่สุ่มห้า”
เมื่อเปิดผ้าเช็ดหน้าออก ด้านในเต็มไปด้วยเครื่องประดับเงินที่ฉู่หร่านสวมใส่เมื่อวานนี้
นอกจากกำไลหยกแล้ว ทุกชิ้นอยู่ในนี้ทั้งหมด
แต่เครื่องประดับทุกชิ้นหากไม่หักก็แตกกระจาย
ผู้ใหญ่บ้านเห็นเครื่องประดับเงินที่แตกหักก็ไม่มีปฏิกิริยาใด เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ของพวกนี้เป็นแค่ของเล่นเล็กน้อยเท่านั้น พวกเขาชอบน้องสาวของคุณ ถึงได้มอบให้กับเธอ”
ฉู่จิงไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ยัดเครื่องประดับที่อยู่ในห่อผ้าใส่เข้าไปในมือของผู้ใหญ่บ้านด้วยท่าทางแข็งกร้าว “ก็ยังรับไม่ได้อยู่ดีครับ”
ผู้ใหญ่บ้านเอาห่อผ้าใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นจึงยิ้มตาหยีถามพวกเขาว่า “หมู่บ้านเหลี่ยงโถวของพวกเราเป็นยังไงบ้าง? ข่าวลือเกี่ยวกับหมู่บ้านเหลี่ยงโถวของพวกเรา เป็นจริงหรือเท็จกันแน่ ทุกท่านได้ข้อสรุปแล้วหรือยัง?”
ด้านนอกของบ้านพัก มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งล้อมเอาไว้ พวกเขามีรอยยิ้มที่จริงใจบนใบหน้า มีเพียงดวงตาที่หากมองให้ดี ๆ จะเห็นความเย็นชาในนั้น
ไม่ใช่แค่เหล่าแขกรับเชิญที่รู้สึกได้ แม้กระทั่งผู้ชมที่ดูไลฟ์สตรีมอยู่ก็รู้สึกได้เช่นกัน
[ไม่รู้ว่าฉันจินตนาการผิด ๆ ไปเองหรือเปล่านะ แต่สายตาพวกนี้น่ากลัวมาก!]
[ฉันก็รู้สึกว่าน่ากลัวเหมือนกัน]
[ทั้งที่ยิ้มอยู่แท้ ๆ ทำไมเห็นแล้วแผ่นหลังของฉันถึงได้เย็นเฉียบไปหมด]
[อย่าพูด อย่าพูดเลยนะ มันน่ากลัวมากจริง ๆ]
เฉียวโจวก็ถามแขกรับเชิญที่อยู่ที่นี่ “ทั้งสองทีมได้ข้อสรุปอะไรไหมครับ? ข่าวลือของหมู่บ้านเหลี่ยงโถว เป็นจริงหรือเท็จกันแน่? แล้วมีหลักฐานอะไรบ้าง?”