เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 641 พี่สะใภ้รอง
บทที่ 641 พี่สะใภ้รอง
ฉู่หร่านเองก็จ้องมองเด็กคนนั้นแล้วก็ละสายตาออกไป “พี่รอง แม้ว่าจะเป็นลูกสาวของพี่ แต่พี่จะยอมรับแบบนี้ไม่ได้นะคะ!”
“แม่ของเธอซ่อนตัวลูกเอาไว้ตั้งนานขนาดนี้ รอจนเด็กโตขึ้นแล้วถึงปล่อยให้มารู้จักกัน แบบนี้ต้องมีแผนการอะไรแน่ ๆ ค่ะ”
“แม่คะ เราจะต้องตรวจสอบกันให้ละเอียด…”
“ฉู่หร่าน!”
ฉู่จิงตะคอกเสียงแข็ง
ความกดอากาศทั่วทั้งห้องผู้ป่วยลดลงไปทันที…
ฉู่หร่านมองสีหน้าเปี่ยมความโกรธเกรี้ยวของฉู่จิง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่โดนพี่รองฉุนเฉียวใส่ขนาดนี้
เธอกลัวจนต้องขยับไปหลบหลังคุณแม่
ซ่งเชียนหย่าเองก็ตกใจกับสีหน้าของฉู่จิงเช่นกัน แต่ก็จ้องมองเขา “ตะคอกอะไรกัน! หร่านหร่านแค่เป็นห่วงว่าลูกจะถูกหลอกก็แค่นั้นเอง!”
“แม่ครับ ผมจะพูดแค่ครั้งเดียวนะ” ฉู่จิงกล่าวด้วยท่าทีเคร่งเครียด “ทางที่ดี ทุกคนไม่ต้องเข้ามายุ่งกับสองแม่ลูกเลย นี่มันเรื่องของผม”
สายตาเย็นยะเยือกของพี่ชายรองเลื่อนไปหาฉู่หร่าน “เด็กคนนี้เป็นลูกสาวพี่และเพิ่งจะอายุไม่กี่ขวบเอง ฉู่หร่าน เธอมาตัดสินเด็กตัวแค่นี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
ฉู่หร่านตกใจแต่ก็ยังอดสวนกลับไปไม่ได้ “เด็กสมัยนี้แก่แดดมากนะ พี่รอง พี่ไม่เคยดูข่าวเหรอคะ? มีเด็กเยอะมากเลยที่มีปัญหา… พวกเขา…”
“อีกอย่างนะ เด็กคนนี้… เด็กคนนี้เติบโตที่หมู่บ้านเหลี่ยงโถว สภาพแวดล้อมมันมีอิทธิพลต่อการเติบโตของคนคนหนึ่งมากนะคะ ฉันก็แค่คาดเดาไปตามเหตุตามผลเท่านั้นเอง”
ซ่งเชียนหย่าออกหน้า “ลูกยังมีหน้ามาพูดกับน้องสาวแบบนี้อีก ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวของลูก หร่านหร่านจะพูดจาโหดร้ายออกไปเพราะว่าเป็นห่วงลูกเหรอ?”
ฉู่จ้านเองก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน “พี่รอง หร่านหร่านหวังดีกับพี่นะ ทำไมพี่ถึงพูดกับเธอแบบนี้!”
ท่ามกลางสายตาโกรธเคืองของแม่และน้องชาย ฉู่จิงยังคงจับจ้องฉู่หร่านตาไม่กะพริบ
ฉู่หร่านมองมาด้วยท่าทางโศกเศร้า ราวกับว่าตัวเองนั้นน่าสงสารและบริสุทธิ์ที่สุดในโลก
ฉู่จิงค่อย ๆ หันกลับมาหาฉู่ลั่วและเสี่ยวยา
ฉู่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย ปราศจากความรู้สึกขุ่นเคืองใด ๆ
เสี่ยวยายังคงขวัญเสีย
“แม่ครับ เรื่องเสี่ยวยาเป็นลูกสาวของผมไม่มีอะไรต้องกังขา หากจะว่าผิด ก็เป็นผู้ชายอย่างผมที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไปทำร้ายพวกเธอสองแม่ลูก”
“ถ้าหลังจากนี้ มีใครกล่าวหาพวกเธอสองแม่ลูกอีก อย่าหาว่าผมไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียงเย็นยะเยือกไปถึงจิตวิญญาณคนฟัง ฉู่จิงก็หันไปบอกกับพวกฉู่ลั่ว “ไปเถอะ”
เขาเอื้อมมือไปหมายจะจูงเสี่ยวยา แต่เด็กน้อยกลับเบี่ยงหลบ
ฉู่จิง “…”
ฉู่ลั่วจึงจับมือเสี่ยวยาเอาไว้แทน
ทั้งสามออกจากห้องผู้ป่วย
…
อีกด้าน สามคนที่เหลือในห้องผู้ป่วยต่างพูดไม่ออกเพราะโทสะของฉู่จิง
ซ่งเชียนหย่าถอนหายใจหนักหน่วง “เจ้าลูกอกตัญญูคนนี้ บังอาจข่มขู่แม่ ช่าง… ช่าง…”
เธอโมโหจนต้องลูบหน้าอกเพื่อให้หายใจคล่องขึ้น
“แม่คะ อย่าโกรธไปเลยค่ะ” ฉู่หร่านปลอบเสียงเบา “ตอนนี้พี่รองถูกหลอกให้หน้ามืดตามัว ต้องให้สองแม่ลูกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลฉู่เราแน่ค่ะ”
“แต่ถ้าปล่อยให้พวกเธอแม่ลูกเข้ามาอยู่ในตระกูลเราง่าย ๆ คนนอกจะมองตระกูลฉู่ของเรายังไงกัน ไม่คิดว่าตระกูลฉู่ของเราถูกบงการได้ง่ายเหรอ”
“บรรดาผู้หญิงที่อยากแต่งงานเข้าตระกูลใหญ่ ไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อมีทายาทตระกูลฉู่เหรอคะ”
“พวกพี่ใหญ่ พี่รอง พี่สามต่างก็ไม่รู้จักระวังตัวเรื่องผู้หญิง…” เธอเตือนเสียงเบา “คุณเวินก็ท้องก่อนแต่งเหมือนกันนะคะ”
ซ่งเชียนหย่าตาโตในบัดดล ตบมือดังฉาด “เป็นอย่างนั้นจริง ๆ”
ลูกชายคนโตตัดสัมพันธ์กับทางบ้านเพราะผู้หญิงท้อง ขนาดพวกเขาอยากไปเยี่ยมเวินอวิ๋นเสาก็ยังไม่ยอม
ตอนนี้ลูกชายคนรองก็เป็นไปด้วย จู่ ๆ ก็มีลูกสาวโผล่ออกมา ช่าง…
คุณแม่คิดไปคิดมาก็หันมาหาฉู่จ้าน
เขาชูสองมือขึ้นทำท่าบริสุทธิ์ “ผมเปล่านะครับ! ผมไม่ได้ทำใครท้องเอาไว้จริง ๆ ผมกล้าสาบานต่อฟ้าดินเลย!”
ซ่งเชียนหย่าถลึงตาใส่ลูกสาม “เรื่องลูกไม่ใช่เรื่องเล็ก แม่จะไปโทรบอกพ่อและพี่ใหญ่ของพวกลูกก่อน”
เฮ้อ!
ซ่งเชียนหย่าทอดถอนใจตลอดทางเดินออกไปโทรศัพท์
ส่วนฉู่จ้านพรูลมหายใจ สีหน้ายังหวาดกลัวไม่หาย “ไม่คิดเลยว่าพี่รองโมโหขึ้นมาจะน่ากลัวขนาดนี้!”
ฉู่หร่านพิงหัวเตียงอีกครั้ง “พี่รองโมโหใส่เราเพราะผู้หญิงที่เพิ่งรู้จัก ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีดีมาจากไหน”
“หรือจะเป็นเธอ” จู่ ๆ ฉู่จ้านก็เอ่ยขึ้น
“ใครเหรอคะ”
พี่ชายสามเล่าเรื่องที่ตัวเองเห็นฉู่จิงในห้องผู้ป่วยธรรมดาให้ฉู่หร่านฟัง
“หลายวันมานี้ พี่คอยจับตาดูผู้หญิงคนนั้นอยู่ตลอด ผู้หญิงที่ถูกช่วยกลับมาด้วยกันส่วนใหญ่เจอครอบครัวกันหมดแล้ว เหลือแค่เธอ”
“เหมือนว่าไม่มีพ่อแม่ และไม่มีญาติพี่น้อง ไม่ต่างจากเด็กกำพร้า”
ท่าเลื่อนดูมือถือของฉู่หร่านชะงัก พลันนึกบางอย่างขึ้นได้
เธอเปลี่ยนสีหน้าไปโดยอัตโนมัติ “ไม่มีพ่อแม่ …เด็กกำพร้าเหรอคะ”
ฉู่จ้านนั่งอยู่ไขว่ห้างบนเก้าอี้ “ใช่แล้ว เห็นเขาว่ากันแบบนั้น ฉันเห็นเสี่ยวยาคนนี้เข้าออกห้องผู้ป่วยคนนี้บ่อย ๆ พวกเธอน่าจะเป็นแม่ลูกกัน”
ฉู่หร่าน “…”