เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 643 ความทรงจำกลิ่นกุหลาบ
บทที่ 643 ความทรงจำกลิ่นกุหลาบ
“ถ้ามีใครในโรงเรียนรังแกเธอ ให้โทรบอกพี่รอง เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ม.ปลายไม่เหมือน ม.ต้น ไม่ต้องไปสนใจพวกผู้ชาย”
“เข้าใจแล้วค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ!”
รถหรูสีดำจอดอยู่หน้าโรงเรียนอย่างมั่นคง ฉู่หร่านเปิดประตูรถยิ้ม ๆ “พี่รอง หนูไปรายงานตัวก่อนนะคะ”
พูดจบก็วิ่งไปทางโรงเรียน
ฉู่จิงดันแว่นดำอย่างระอา กำลังจะขับรถออกไป แต่ก็เหลือบไปเห็นเอกสารที่ถูกทิ้งไว้บนที่นั่งข้างคนขับ
“ยัยเด็กซุ่มซ่าม”
เขาหยิบเอกสารแล้วเดินไปทางโรงเรียน
รั้วโรงเรียนมัธยมปลายเปี่ยมไปด้วยความเยาว์วัยมีชีวิตชีวา ทำเอาฉู่จิงที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยคลี่ยิ้มด้วยความคิดถึง
เขาเลี้ยวผ่านหัวมุม…
“โอ๊ย!”
ร่างหนึ่งชนกับเขาอย่างจัง พร้อมกลิ่นหอมจากดอกไม้ และกุหลาบที่กระจัดกระจายไปทั่ว
“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”
เสียงใสกังวานดังขึ้น
ฉู่จิงก้มหน้า เห็นเด็กสาวในชุดนักเรียนสีฟ้าขาวล้มจ้ำเบ้ากับพื้น
เธอไม่สนว่าตัวเองล้มแล้วรีบเก็บดอกกุหลาบบนพื้นทีละก้าน
ฉู่จิงก้มลงช่วยเก็บดอกกุหลาบ
ใต้แว่นดำ ภาพทุกอย่างถูกคลุมด้วยความมืด
ฉู่จิงจ้องมองใบหน้าเด็กสาวครู่หนึ่ง ตวัดนิ้วเกี่ยวแว่นดำลงมา ถึงมองเห็นคนตรงหน้าอย่างชัดเจน
ดวงหน้าที่เจือความไร้เดียงสาอย่างเด็กสาวแรกรุ่น กระนั้นแววสวยสะพรั่งได้ฉายออกมาแล้ว
ปอยผมบนหน้าผากปลิวไสวน้อย ๆ ท่ามกลางสายลม
เมื่อแหงนสายตา ดวงตาคู่นั้นวาววามราวกับมองทะลุเข้าไปในใจคน
“ขอบคุณค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่เมื่อกี้ชนคุณ”
ฉู่จิงกำลังโต้ตอบ แต่มือถือของเธอพลันดังขึ้น ทันทีที่กดรับก็เอ่ยขึ้นทันควัน “มาแล้ว ๆ ดอกไม้มาแล้ว”
กดวางสายปุ๊บ เด็กสาวก็กอดกุหลาบช่อใหญ่วิ่งออกไป วิ่งไปพลางหันมาเอ่ยไปพลาง “ขอโทษนะคะอาจารย์!”
เอ่ยจบก็วิ่งไปไกลจนมองไม่เห็นเงา
ฉู่จิง “…”
อาจารย์?
เขาเหรอ
ชายหนุ่มก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง แบรนด์เนมทั้งตัว ดูยังไงก็ไม่เหมือนการแต่งตัวของอาจารย์!
“พี่รอง มองอะไรอยู่คะ”
ฉู่หร่านวิ่งเข้ามา
“เจ้าเด็กเบ๊อะ ฉันเอาเอกสารมาให้เธอ” ฉู่จิงใช้เอกสารตีหัวน้องสาวเบา ๆ
…
ฟู่ว
ฉู่จิงเบิกตาโพล่ง เขาลุกจากโซฟาเดี่ยวเดินไปห้องน้ำ ส่องกระจกไปพลางรำลึกถึงอดีต
นั่นเป็นครั้งเดียวที่เขาได้พบจั่วโยวโยว
พริบตาอันตราตรึง
ตอนนั้น เขาไม่รู้จักชื่อเธอด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้…
เขากลับพบว่าตัวเองจำได้ชัดเจนแม้กระทั่งอากาศในวันนั้น ทุกพยางค์ที่เอื้อนเอ่ย เสื้อผ้าที่เธอใส่ และกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบ
กระทั่งเวลาเธอยิ้ม แพขนตาที่สั่นไหวน้อย ๆ เขายังจำได้แม่น
นี่เขา… ไม่ลืมอะไรสักนิดเลยเหรอ
แค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่พบกัน
ฉู่จิงยกมือตบหน้าตัวเองเรียกสติ
เขาเดินไปอยู่ริมหน้าต่าง สายตาทอดมองสวนดอกไม้ด้านล่าง มีผู้ป่วยไม่น้อยกำลังเดินทอดน่องบนพื้นหญ้า
เมืองอวิ๋นนั้นอากาศดี ทิวทัศน์งดงาม พืชพรรณออกดอกออกผลสะพรั่ง
สายตาของเขาทอดลงบนร่างคนโตและร่างคนเล็กคู่หนึ่ง
แวบเดียวที่ได้เห็นหน้าตอนนั้น ชวนให้ใจเต้นระส่ำระสาย
ตอนนี้…
พวกเขามีลูกด้วยกันแล้ว
ฉู่จิงนึกถึงใบหน้าซีดเซียวซูบผอม และร่างกายอ่อนแรงของจั่วโยวโยว ยากจะเอาไปปะติดปะต่อกับเด็กสาวอ่อนเยาว์มีชีวิตชีวาในอดีต
ทำไมพวกเขาถึงมีลูกด้วยกันได้?
เธอที่มีอนาคตสดใส ทำไมถึงมาตกระกำในนรกบนดินอย่างหมู่บ้านเหลี่ยงโถว
เพราะอะไรกัน…
ความคิดสารพันวนเวียนอยู่ในหัวฉู่จิง ทันใดนั้น สายตาเขาเปลี่ยนไปฉับพลัน
ชายหนุ่มเห็นเงาร่างหนึ่งเข้าใกล้สองแม่ลูกคู่นั้น
ฉู่จิงหมุนตัววิ่งลงไปทันที
…
ฉู่จ้านประคองฉู่หร่านเข้าใกล้สองแม่ลูก จั่วโยวโยวกับเสี่ยวยาที่อยู่ในบรรยากาศอบอุ่นเมื่อสักครู่เบนสายตามามองทั้งคู่
เด็กน้อยยังดี มองเพียงปราดเดียวก็เบนสายตากลับ
ทว่า… พริบตาที่จั่วโยวโยวเห็นฉู่หร่าน สายตาอบอุ่นเปลี่ยนไปทันที ความเคียดแค้นพวยพุ่งออกจากแววตา
เพียงวินาทีเดียวเท่านั้น เธอปราดเข้าใส่ฉู่หร่าน!
ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งสติ จั่วโยวโยวคร่อมฉู่หร่านไว้ใต้ร่างและออกแรงบีบคอ
“ฉันจะฆ่าเธอ ฉันจะฆ่าเธอ!”