เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 644 เกิดอะไรขึ้นกันแน่
บทที่ 644 เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ฉู่จ้านเห็นดังนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปหมายจะดึงตัวหญิงสาวออกมา แต่กลับพบว่าจั่วโยวโยวนั้นเรี่ยวแรงมหาศาล
เขาได้แต่เพิ่มแรงกระชากตัวจั่วโยวโยวเหวี่ยงไปด้านข้าง
เธอล้มอยู่กับพื้น ทั้งยังหอบหายใจถี่ด้วยสีตาหวาดผวา
วินาทีต่อมาก็ดึงเสี่ยวยามากอดแน่น พร้อมมองฉู่หร่านด้วยสายตาเคียดแค้นระคนหวาดหวั่น ขณะที่ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
ฉู่จ้านพยุงฉู่หร่านที่ไอไม่หยุดขึ้น “หร่านหร่าน เธอไม่เป็นไรนะ!”
ฉู่หร่านกุมคอตัวเองด้วยความปวดร้าว โครกไอจนน้ำตาไหล
“พี่สาม…”
เสียงของหล่อนแหบแห้ง
ฉู่จ้านประคองน้องสาวคนโปรดไว้ พร้อมตวัดสายตามองจั่วโยวโยวอย่างดุดัน “อะไรกันยัยนี่! พวกเราอุตส่าห์มาเยี่ยมด้วยความหวังดี เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา คิดจริง ๆ เหรอว่าพอมีลูกแล้วจะได้เข้ามาอยู่ในตระกูลฉู่ของเรา!”
“ฉันจะบอกเธอให้…”
ไม่รอให้เขาพูดจบ ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาปกป้องสองแม่ลูกจั่วโยวโยวไว้ด้านหลัง
ฉู่จิงถอดเสื้อนอกออกคลุมให้จั่วโยวโยวที่ตัวสั่นระริก โอบกอดสองแม่ลูกไว้หลวม ๆ หวังว่าจะใจเย็นลงบ้าง
ก่อนจะหันไปมองพวกฉู่หร่านด้วยสายตาดุดัน “มาที่นี่ทำไม”
“พี่รอง พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง พี่เป็นคนบอกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นลูกพี่ไม่ใช่เหรอ พวกเรามาเยี่ยมหน่อยไม่ได้หรือไง”
“พี่ดูสิว่าเธอทำอะไรลงไป ถึงขั้นจะบีบคอหร่านหร่านให้ตาย! พี่รอง…”
ฉู่จิงกวาดสายตามองฉู่หร่านกับฉู่จ้าน “กลับไปซะ หลังจากนี้ห้ามเข้าใกล้พวกเธอสองแม่ลูกอีก”
ฉู่จ้านตาโตอ้าปากค้าง
ฉู่หร่านสะอึกสะอื้นในอ้อมกอดฉู่จ้านไม่หยุด
“พี่รอง…”
“กลับไป!” ฉู่จิงตวาดเสียงกราดเกรี้ยวจนฉู่จ้านสะดุ้ง
ฉู่จ้านขมวดคิ้ว ประคองฉู่หร่าน เอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน “ไม่เข้าใจว่าพี่เป็นบ้าอะไร!”
เขาประคองฉู่หร่านออกไป
รอจนพวกเขาสองคนไปแล้ว ฉู่จ้านถึงหันกลับมามองจั่วโยวโยวกับเสี่ยวยา
สายตาจั่วโยวโยวยังเจือไปด้วยความผวา ตัวสั่นเทิ้มไปหมด
ฉู่จิงมองใบหน้าที่ไม่เห็นเค้าเดิมของคนในความทรงจำแล้วปวดใจแสนสาหัส
“ผม… ผมคือฉู่จิง คุณจำอะไรได้บ้างไหม?”
พวกเขาเคยพบกันครั้งเดียวเท่านั้น แต่กลับมีลูกแล้วคนหนึ่ง
เธอรู้ใช่ไหมว่าระหว่างพวกเขาเกิดอะไรขึ้น?
ได้ยินคำว่าฉู่จิง ร่างของจั่วโยวโยวก็หยุดสั่น เธอหันกลับไปช้า ๆ มองพ่อของลูกค้างอยู่อย่างนั้น
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ระเบิดเสียงร้องหวีดแหลม “กรี๊ด!!!”
เธอยกมือข่วนฉู่จิง ออกแรงที่เล็บจนใบหน้าเขาเป็นรอยแผลเลือดสาดรอยแล้วรอยเล่า
ฉู่จิงเองก็ตะลึงกับเหตุการณ์นี้ แต่ไม่ได้สู้กลับ ปล่อยให้จั่วโยวโยวระบายออกมา
คนขององค์กรที่คอยเฝ้าเหยื่อจากหมู่บ้านรีบวิ่งเข้ามาทันทีเพื่อแยกตัวจั่วโยวโยวออกไป และแปะยันต์สองแผ่นใส่ตัวเธอ
จั่วโยวโยวสลบทันที เสี่ยวยาร้อนใจจนเดินวนไปวนมารอบตัวแม่ของเธอ
ปรมาจารย์คนหนึ่งปลอบเธอ “ไม่เป็นไร แม่ของเธอไม่ได้เป็นอะไร แค่หลับไปเท่านั้น”
ความร้อนใจบนใบหน้าเสี่ยวยาไม่ลดลงเลย เธอร้อนรนเหลือแสน
ฉู่จิงเอื้อมมือไปจับเสี่ยวยา “คุณแม่ไม่เป็นไร คุณแม่…”
เสี่ยวยาสะบัดมือฉู่จิงออก ถลึงตาใส่เขาแล้ววิ่งตามหลังปรมาจารย์เข้าไป
ฉู่จิง “…”
เขาลูบรอยแผลบนใบหน้าตัวเอง พบว่ามีคราบเลือดติดมาด้วย
เห็นได้เลยว่าเมื่อกี้จั่วโยวโยวออกแรงขนาดไหน
เพราะอย่างนั้น…
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ พอได้เห็นฉู่หร่าน ได้ยินชื่อของเขา ก็ทำให้เธออยากแก้แค้นพวกเขาราวกับเสียสติ?
“ฉู่ลั่วล่ะ?”
ฉู่จิงตามปรมาจารย์คนนั้นไปและเอ่ยปากถาม
ปรมาจารย์ตอบ “กำลังจัดการเรื่องสำคัญครับ”
…
ตกดึก ท่ามกลางรัตติกาลมืดมิด
หลังสามทุ่ม รถเมล์สายถนนหยินเฉวียนหยุดทำการทันที แม้แต่รถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนก็ห้ามผ่านช่วงถนนหยินเฉวียน
เวลานี้ หน้าป้ายรถเมล์ถนนหยินเฉวียนมีคนยืนอยู่กว่าสิบคน
ซู่เซี่ยงหยางชำเลืองมองเหล่าปรมาจารย์เมืองอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่เต็มใจ พลางกระซิบฉู่ลั่วเสียงเบา “วิธีของคุณได้ผลกว่าจริง ๆ พอข่าวนี้แพร่ออกไป ปรมาจารย์เมืองอวิ๋นก็มาหาด้วยตัวเอง บอกจะช่วยพวกเราทำลายค่ายกล”
แต่มีข้อแม้คือ… ห้ามเปิดเผยเรื่องที่เมืองอวิ๋นมีค่ายกลใหญ่อยู่