เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 650 พิษกู่แพร่กระจาย
บทที่ 650 พิษกู่แพร่กระจาย
สองสามีภรรยาถามด้วยความกังวล “คุณหมอ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
หมอเลี่ยวส่ายหน้า เขามองฉู่ลั่วอย่างยากจะอธิบาย ก่อนจะพูดว่า “ก้อนหินในท้องหายไปแล้วจริง ๆ ครับ”
หากเขาไม่ได้ถือฟิล์มเอกซเรย์มาด้วยตัวเอง คงคิดว่าฉู่ลั่วซื้อตัวคนในโรงพยาบาลไปแล้ว!
“จริงเหรอครับ?”
“ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่!”
“สมเป็นปรมาจารย์ฉู่ เก่งมาก!”
สองสามีภรรยาพูดขอบคุณฉู่ลั่วไม่หยุด
พอเจ้านิกายหญิงกำลังจะถามผู้ชายว่าไปถูกพิษหินกู่มาจากที่ไหน พยาบาลหลายคนก็วิ่งเข้ามาท่าทางร้อนรน “หมอเลี่ยวคะ มีเคสฉุกเฉินค่ะ!”
“มีเด็กคนหนึ่งเหมือนจะติดเชื้ออย่างรุนแรงค่ะ!”
ทันทีที่หมอเลี่ยวได้ยินก็รีบร้อนวิ่งออกไป
ผู้ป่วยกับภรรยาพูดขอบคุณฉู่ลั่วอีกครั้ง หลังจากเจ้านิกายหญิงพูดกำชับสองสามประโยค พวกเขาก็ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านไปแล้ว
ในตอนนี้เองที่โถงทางเดินของโรงพยาบาลวุ่นวายขึ้นมา
“หมอฉีคะ หมอฉี มีผู้ป่วยฉุกเฉินค่ะ!”
“หมอเหลียงคะ แผนกกุมารเวชมีเด็กเข้ามาอีกสามคนค่ะ ทั้งหมดมาด้วยอาการติดเชื้อ!”
หมอพยาบาลต่างก็ยุ่งกันขึ้นมาทันที
“ท่านเจ้านิกาย!” ซู่เซี่ยงหยางวิ่งเข้ามา เขาหอบหายใจพลางเอ่ยว่า “เมืองอวิ๋นมีคนได้รับพิษกู่จำนวนมากครับ!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันเห็นแล้วค่ะ”
ทั้งโรงพยาบาลวุ่นวายกันไปหมด
ซู่เซี่ยงหยางกดข่มความโกรธไว้ “ต้องเป็นผีมือของพวกสำนักเต๋าในเมืองอวิ๋นแน่ พวกเขาไม่พอใจเรื่องที่เราสอดมือเข้ามาในเมืองอวิ๋น เลยตั้งใจสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ติดต่อผู้บำเพ็ญเต๋ากับปรมาจารย์กู่ของเมืองอวิ๋น”
“ครับ!”
…
ไม่นาน ผู้บำเพ็ญเต๋าและปรมาจารย์กู่ของเมืองอวิ๋นถูกเรียกมารวมตัวกันอีกครั้ง
ครั้งก่อนในการประชุมใหญ่ไม่มีปรมาจารย์กู่เข้าร่วม แต่ครั้งนี้มีปรมาจารย์กู่หลายสิบคนเข้าร่วมด้วย
ฉู่ลั่วนั่งอยู่ด้านหน้าสุด พลางกวาดสายตามองคนหลายสิบคนที่นั่งอยู่ถัดออกไป
“พิษกู่แพร่กระจายไปในเมืองอวิ๋น พวกคุณมีความคิดเห็นยังไง?”
เหวินหวาขมวดคิ้ว “ตอนนี้พวกเรากำลังยุ่งกับเรื่องค่ายกลจึงไม่ได้สนใจ พิษกู่แพร่กระจายเหรอครับ? เพราะอะไรล่ะ?”
“ท่านเจ้านิกาย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรานะ! คนที่คุณจัดเตรียมมาพากันเพ่งเล็งพวกเราอยู่ หลายวันมานี้พวกเราเอาแต่แก้ค่ายกลกันตลอด”
ฉู่ลั่วมองไปยังกลุ่มปรมาจารย์กู่ “พวกคุณล่ะ?”
“ท่านเจ้านิกาย คุณน่าจะตรวจสอบได้ว่าพิษกู่พวกนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา”
“ใช่แล้ว แค่คุณลองตรวจสอบดูก็รู้แล้ว”
ปรมาจารย์กู่ที่อายุมากคนหนึ่งหัวเราะเยาะ “ท่านเจ้านิกายเก่งกาจมาก สายตาแหลมคมแยกแยะจริงเท็จได้ขาด แค่มองก็น่าจะรู้แล้วว่าพวกเราบริสุทธิ์!”
คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง
พวกเขาหัวเราะอย่างเย็นชา บ้างก็ทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือไม่ก็มองฉู่ลั่วอย่างขบขัน
ครั้งนี้ฉู่ลั่วหักหน้าคนของลัทธิเต๋าในเมืองอวิ๋น
พวกเขาก็จะทำให้เธอได้รู้ ว่าลัทธิเต๋าในเมืองอวิ๋นไม่ได้สอดมือเข้ามาได้ง่าย ๆ!
“ฉันรู้ว่าพวกคุณไม่ได้ทำ ที่อยากถามคือเรื่องครั้งนี้เกี่ยวกับพิษกู่ พวกคุณมีวิธีการรับมือยังไง?”
“รับมือ?” ปรมาจารย์กู่คนหนึ่งพูดด้วยความประหลาดใจ “พวกเราจะมีวิธีการรับมืออะไร ท่านเจ้านิกายอาจจะไม่รู้ หลายปีมานี้เมืองอวิ๋นของพวกเราสงบมาก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตั้งแต่ท่านเจ้านิกายมาถึงพิษกู่ก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองอวิ๋นแล้ว”
“พวกเราเลยไม่มีมาตรการรับมือกับการแพร่กระจายพิษกู่ครั้งใหญ่มาก่อน”
“ตอนนี้ท่านเจ้านิกายเป็นผู้นำของลัทธิเต๋า พวกเราย่อมต้องฟังท่านเจ้านิกาย”
ในตอนนี้เองผู้บำเพ็ญเต๋าก็พูดขึ้นมา “ช่วงนี้พวกเรายุ่งกับการทำลายค่ายกลจึงไม่มีเวลา เรื่องนี้พวกเราช่วยไม่ได้”
ปรมาจารย์กู่เอ่ยต่อ “ปรมาจารย์กู่อย่างพวกเราช่วยลงแรงได้ แต่กับการแพร่กระจายครั้งใหญ่แบบนี้ พวกเราก็ไม่มีวิธีแก้ไข จำเป็นต้องรักษาพวกเขาทีละคนเท่านั้น”
“เฮ้อ! ไม่รู้ว่าเพราะอะไร พิษกู่ถึงได้ระบาดขึ้นมาได้ จริง ๆ เลย…”
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟันกรอดพร้อมกับตบโต๊ะ “ใช้พิษกู่ทำร้ายคนเท่ากับฆาตกรรมโดยเจตนา ถือว่าผิดกฎหมาย!”
ทุกคนในที่นี้ต่างมีสีหน้าไม่แยแสใด ๆ ทั้งสิ้น “พวกเรารู้อยู่แล้ว! พวกเราต่างก็เป็นพลเมืองดีที่ปฏิบัติตามกฎหมาย”
“ท่านเจ้านิกาย ขอแค่คุณพูดมาคำเดียวว่าให้พวกเรารักษาใคร พวกเราก็จะรักษาคนนั้น”
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟันด้วยความโกรธ
ฉู่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย เธอถามเพียงว่า “แปลว่า… พวกคุณจะไม่ยอมส่งตัวคนทำพิษกู่ครั้งนี้ออกมาใช่ไหม?”
“พวกเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วจะส่งตัวให้ได้ยังไง?”
ฉู่ลั่วใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ พลางเอ่ยถาม “ไม่ยอมส่งพวกเขาให้เรา ถ้าอย่างนั้น พวกคุณระงับพิษกู่ครั้งนี้ได้ไหม?”
ปรมาจารย์กู่ทำหน้าจนปัญญา “ถ้ามีแค่คนสองคน พวกเรายังจัดการได้ แต่ครั้งนี้มีจำนวนมากเกินไป พวกเราก็จนปัญญา”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านเจ้านิกายบอกแผนการมา พวกเราจะทำตาม แต่ปรมาจารย์กู่อย่างพวกเรามีอยู่ไม่มาก คงช่วยอะไรท่านเจ้านิกายไม่ได้มากนัก จำเป็นต้องให้ท่านเจ้านิกายหาปรมาจารย์กู่คนอื่นมาเพิ่ม”
“ปรมาจารย์กู่ในเมืองเซียงสืบทอดมาจากสายเดียวกับปรมาจารย์กู่ในเมืองอวิ๋นอย่างพวกเรา ท่านเจ้านิกายสามารถเชิญตัวมาช่วยเหลือได้”
ซู่เซี่ยงหยางสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโกรธ
ฉู่ลั่วขึ้นมาเป็นเจ้านิกาย แต่ยังไม่ได้มีชื่อเสียงบารมีอะไรในลัทธิเต๋า
ทางเมืองอวิ๋นจะให้เธอแก้ปัญหาเอาเอง ไร้ยางอายจริง ๆ!