เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 662 พวกเธอจะรอดไหม
ฉู่จิงนึกถึงจั่วโยวโยวกับเสี่ยวยาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย “พี่ใหญ่ ผม…”
“ผมแค่สั่งสอนเธอไม่กี่ประโยค แล้วเธอ…”
ฉู่จิงปล่อยมือพี่ชายใหญ่ทันที เขาพูดเสียงสั่นเครือ “ส่งพวกเธอไปตี้จิง พาพวกเธอไปอยู่กับฉู่ลั่ว”
เขากัดริมฝีปากอย่างไม่เต็มใจ “ผมจะไม่ไปเจอพวกเธอสองแม่ลูกอีก ผมจะไปขอโทษฉู่หร่าน ไปปลอบใจเธอ”
ฉู่จิงดวงตาแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะร้อนอกร้อนใจ หรือเพราะกลัว
“พี่ใหญ่ ผม… ผม…”
ฉู่เหิงกดไหล่ของเขาไว้ “นายใจเย็นลงก่อน พวกเราพาพวกเธอแม่ลูกไปส่งที่ตี้จิงกันก่อน”
ฉู่จิงพยักหน้าครั้งหนึ่ง แต่จากนั้นก็รีบส่ายหน้า
สมองของเขามึนงงไปหมดแล้ว แม้แต่สามัญสำนึกยังรักษาไว้ไม่ได้
“ผมไม่ควรไป …พี่ใหญ่ พี่ไปส่งพวกเธอนะครับ”
ฉู่เหิงมองฉู่จิงที่สับสนเป็นอย่างมาก ก็ได้แต่ตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วพูดเกลี้ยกล่อม “นายใจเย็น ๆ ลงหน่อย …ฉันจะไปเตรียมการสำหรับพวกเธอสองแม่ลูก”
ฉู่เหิงออกไปแล้ว เหลือเพียงฉู่จิงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ตรงชานพักบันไดของโรงพยาบาล
เขายืนนิ่งทื่ออยู่พักหนึ่ง ถึงได้เอาตัวพิงกำแพงก่อนจะไหลลงไปกองบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
เพียะ!
เพียะ!
เพียะ!
ในเวลาที่สติเลือนรางลง ฉู่จิงยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองหลายครั้งราวกับควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ ปากแผลที่เย็บดีแล้วปริออกจนเลือดสดไหลออกมา
แต่เขาไม่สนใจเลยสักนิด มือทั้งสองข้างขยี้ผมของตัวเอง น้ำเสียงแหบแห้งเจ็บปวดดังออกมาจากในลำคอ
…
หนึ่งวันต่อมา
ฉู่เหิงพาจั่วโยวโยวกับลูกสาวมาส่งที่คฤหาสน์ของฉู่ลั่วแทน จากที่ตอนแรกจะไปส่งพวกเธอที่บ้านตระกูลฮั่ว
เพราะสองแม่ลูกไม่ยินยอม จึงต้องให้พวกเธอพักอยู่ที่นี่แทน
ฉู่เหิงกับฉู่ลั่วเดินมาที่กลางลานบ้าน มองไปที่จั่วโยวโยวกับเสี่ยวยาที่นั่งอยู่บนรถเข็นที่หัวหว่านกับจิ่งเจียเหยียนช่วยเข็นพวกเธอออกมา
สีหน้าของสองแม่ลูก …ดูแล้วไม่เหมือนมีอาการซึมเศร้าอะไรเลย
“ผลสะท้อนกลับผ่านไปแล้วหรือยัง?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า
หัวใจของฉู่เหิงบีบรัดขึ้นมา “รุนแรงไหม?”
ฉู่ลั่วจ้องมองสองแม่ลูกที่อยู่ทางนั้น “หว่างคิ้วเป็นสีเทาดำ ภัยพิบัติกำลังมา กลัวว่าจะบาดเจ็บถึงชีวิตค่ะ”
ดวงตาของฉู่เหิงเบิกกว้าง “พวกเธอบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่งนะ”
“แต่ยังมีชีวิตอยู่ค่ะ”
ฉู่เหิงสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไป ไม่นานก็ระบายออกมา “ทำยังไงถึงจะแก้ได้เหรอ?”
น้องสาวผู้เป็นเจ้านิกายผลุบสายตาลง “หนูเองก็ไม่รู้”
“…” ฉู่เหิงถามต่อ “อยู่ที่นี่ จะปลอดภัยหรือเปล่า?”
“ค่ะ” ฉู่ลั่วมองกลับมา “ก่อนที่พวกเธอจะกลับมาที่คฤหาสน์ หว่างคิ้วเป็นสีดำ เป็นสัญญาณว่าความตายกำลังใกล้เข้ามาแล้ว แต่หลังจากที่พวกเธอกลับมายังคฤหาสน์ หว่างคิ้วก็กลายเป็นสีเทา เคราะห์กรรมไม่ได้คับขันขนาดนั้นแล้ว”
ฉู่เหิงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“แม้แต่เธอก็ไม่มีหนทางแก้ไขเหรอ?”
ฉู่ลั่วก็เงียบไปแล้วเช่นกัน
ชายหนุ่มรีบถามอีกว่า “ถ้าหาก… ถ้าหากให้อาจิงตัดความสัมพันธ์กับพวกเธอสองคนแม่ลูกล่ะ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “จะตัดยังไงคะ? พวกเขาสองคนไม่ได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันมาตั้งแต่แรก และไม่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อลูกกัน”
แค่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดเท่านั้น
ความจริงแล้ว จู่จิงกับจั่วโยวโยวไม่นับเป็นคนรู้จักกันด้วยซ้ำไป
ไม่มีความเกี่ยวข้องมาตั้งแต่แรก แล้วจะตัดยังไง?
…
ฉู่เหิงออกจากคฤหาสน์ของฉู่ลั่ว เพิ่งขึ้นไปนั่งบนรถ ก็หยิบโทรศัพท์โทรไปแจ้งข่าวกับฉู่จิง “มาส่งพวกเธอถึงบ้านลั่วลั่วอย่างปลอดภัยแล้ว”
ฉู่จิงกำลังยืนอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ตระกูลฉู่ เขาให้คนรับใช้ยกของขวัญลงจากรถ ย้ายของจากรถคันแล้วคันเล่าเข้าไปในบ้าน
“พวกเธอ… สบายดีไหมครับ?”
“มีลั่วลั่วอยู่ พวกเธอไม่เป็นอะไรหรอก”
ฉู่จิงพยักหน้า ก่อนจะวางสายไป
เขาเงยหน้ามองบ้านที่ตัวเองอยู่อาศัยมาหลายสิบปี กลับรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนปากเปื้อนเลือดของสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นเคย รอให้คนไม่รู้เรื่องอะไรเดินเข้าไป จากนั้นมันก็จะเคี้ยวเลือดเนื้อและกระดูก พร้อมกลืนเข้าไปจนเกลี้ยง
เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
ราชาภาพยนตร์สาวเท้าเดินเข้าไปในคฤหาสน์
ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงดังกังวาล
“หร่านหร่านล่ะ? ไม่ใช่ว่ายังโกรธพี่รองอยู่ใช่ไหม!”
ฉู่หร่านนอนขดตัวอยู่ในห้อง มือทั้งสองข้างกอดเข่า ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม
ฉู่เหว่ยฮ่าวกับซ่งเชียนหย่านั่งอยู่ข้างเตียง กำลังพูดปลอบเธอเสียงเบา
ฉู่จ้านก็เดินไปเดินมาอยู่ในห้องด้วยท่าทีโกรธจัด
ทันทีที่ฉู่จิงผลักประตูเข้ามา คนทั้งห้องนอกจากฉู่หร่าน ต่างจ้องมองไปที่เขา
“หร่านหร่าน พี่รองมาขอโทษเธอแล้ว”
ฉู่จ้านรีบกระโดดเข้ามา “พี่รอง พี่รู้ไหมว่าพี่ทำหร่านหร่านตกใจจนร้องไห้ทั้งคืน ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่รั้งเอาไว้ เธอคงไปแล้ว ทำไมพี่ถึงพูดจาทำร้ายหร่านหร่านแบบนั้น!”
ฉู่จิงมีสีหน้าสำนึกผิด “ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ สมองก็มึนเบลอไปหมด”
เขาเดินไปข้างเตียง พูดเสียงเบาว่า “หร่านหร่าน พี่รองสำนึกผิดแล้ว เธออย่าโกรธพี่รองเลยนะ ช่วงนี้พี่รองคงไปสัมผัสสิ่งเหนือธรรมชาติมาเยอะเกินไป เลยถูกของสกปรกกระตุ้น”
“ตอนนี้พี่รองสำนึกแล้ว”
ฉู่หร่านสะอื้นไม่หยุด
ฉู่จิงยังคงพูดต่อไป “พี่รู้ว่าตัวเองผิดไปแล้ว พี่รองซื้อของที่เธอชอบมาเยอะแยะเลย”
ห้องของฉู่หร่านใหญ่มาก ตอนที่คนรับใช้ยกของขวัญเข้ามา ของขวัญก็วางเต็มห้องโถงเล็ก ๆ ด้านนอกห้องนอน
“นี่คือเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ล่าสุด พี่ซื้อมาหมดเลย เธอดูสิว่าชอบไหม?”
“เธอชอบรถคันนี้มาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ? บอกว่าอันเชี่ยนมีอยู่หนึ่งคัน พี่ซื้อมาให้เธอแล้ว”