เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 663 เสียโฉม
บทที่ 663 เสียโฉม
ฉู่จิงยังคงพูดเสียงอ่อนต่อไปเรื่อย ๆ แต่ฉู่หร่านที่อยู่บนเตียงกลับไม่ขยับเขยื้อน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า “หร่านหร่านยังไม่ยอมยกโทษให้พี่เหรอ?”
“พี่รองรู้ว่าเรื่องนี้พี่ไม่สมควรได้รับการให้อภัย แต่หร่านหร่าน พวกเราเป็นพี่น้องที่ผูกพันกันมาตั้งหลายปี เธอบอกว่าไม่รับ ก็ไม่รับได้เหรอ?”
“พี่รอง…”
ขณะที่พูด ฉู่จิงก็ยกมือขึ้นมา แล้วตบหน้าตัวเองอย่างแรง
แผลบนใบหน้าของเขาปริแตกอีกครั้ง
“พี่รอง!”
“อาจิง!”
ฉู่จ้านกับฉู่เหว่ยฮ่าวและภรรยาต่างพากันตกใจ
ฉู่หร่านที่เอาแต่ร้องไห้เงยหน้าขึ้นมา ก็ต้องตกใจกับใบหน้าเปื้อนเลือดของฉู่จิง
ฉู่จิงทำสายตาอ้อนวอน ไม่สนใจแผลบนหน้าของตนเองเลย “หร่านหร่าน เธอยกโทษให้พี่รองได้ไหม? พี่รองรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว”
ฉู่หร่าน “…”
คนทั้งห้องต่างจ้องมองฉู่จิงซึ่งหน้าเปื้อนเลือดด้วยความตะลึงงัน
โดยเฉพาะฉู่หร่าน เธอเบิกตาโพล่งมองฉู่จิงที่เอาแต่วิงวอนด้วยความหวั่นไหวระคนลำพองใจ
เธอสะอึกสะอื้นตัดพ้อ ก่อนชี้รอยแดงบนคอ “พี่รอง ดูที่พี่ทำสิคะ ช่วงนี้หนูมีตารางถ่ายทำ พี่บีบคอหนูขนาดนี้ หนูจะออกกล้องได้ยังไงคะ”
เลือดบนใบหน้าฉู่จิงไหลลงมาทีละหยด
เขาไม่ใส่ใจสักนิด รีบเอ่ยขอโทษฉู่หร่าน “เป็นความผิดพี่รองทั้งหมด เธออยากให้ขอโทษยังไง พี่รองยอมทำตามหมดดีไหม พี่รองผิดไปแล้ว”
“หร่านหร่านคือเจ้าหญิงที่ใจดี หน้าตาสะสวยที่สุดในโลก ต้องให้อภัยพี่รองได้แน่ จริงไหม”
ทุกคนต่างหันมองฉู่หร่าน
“ถ้าอย่างนั้น หลังจากนี้พี่รองห้ามทำอย่างนี้อีกนะคะ”
“ได้ พี่รับปาก”
“พี่รอง… หลังจากนี้พี่รองต้องรักแต่หนูคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน”
“ได้”
“ถ้าอย่างนั้น… หนูให้อภัยพี่รองแล้วค่ะ”
ฉู่หร่านยิ้มทั้งน้ำตา ยกมือเช็ดคราบบนใบหน้าตัวเอง ลงจากเตียง แล้วพุ่งเข้าไปหากองของขวัญ ถามอย่างตื่นเต้นดีใจ “ทั้งหมดนี้ให้หนูหมดเลยเหรอคะ”
“แน่นอน ขอแค่ทำให้เจ้าหญิงน้อยตระกูลฉู่ของเรามีความสุข อย่าว่าแต่ซื้อของขวัญพวกนี้เลย ต่อให้เธอจะเอาชีวิตพี่ พี่ก็ยินดี”
ซ่งเชียนหย่ามองค้อนฉู่จิง แล้วเดินไปหาฉู่หร่าน “เอาละ ตอนนี้หายเสียใจแล้วใช่ไหม พี่รองรู้สึกผิดแล้ว”
“เฮอะ!”
“ดูตัวเองสิ เป็นถึงพี่ชาย แล้วยังเป็นผู้ชายอกสามศอก ทำกับน้องสาวตัวเองแบบนี้ได้ยังไง แม่สอนลูกอย่างนี้เหรอ”
ฉู่จิงยืนอยู่ด้านหลัง มองฉู่หร่านที่ถูกห้อมล้อมด้วยของขวัญและครอบครัว ด้วยแววตาไหวระริก
หยาดเลือดยังคงหยดลงจากหน้าเขา
เขาก้มหน้า เอ่ยเสียงเบา “ผมรู้สึกผิดแล้วครับ”
ไม่มีใครตอบ
เขาจึงเอ่ยเสียงเบาอีกครั้ง “ผมไปทำแผลตัวเองก่อน”
ฉู่จิงหันหลังเดินออกไป
พอเดินไปถึงหน้าประตู ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
ฉู่จ้านไล่ตามออกมา “พี่รอง ผมพาไปโรงพยาบาลนะ”
ฉู่จิงส่ายหน้า “ไม่ต้อง นายกลับไปอยู่เป็นเพื่อนหร่านหร่านเถอะ”
“แม่ส่งผมมาให้พาพี่ไปโรงพยาบาล” ฉู่จ้านลากพี่ชายรองมาที่รถ เข้านั่งที่คนขับ “พี่รองก็เหลือเกิน ทำร้ายหร่านหร่านได้ยังไง”
เขาขับรถไป ถอนหายใจไป “พี่รอง ผมไม่เข้าใจเลยว่าฉู่ลั่วเอายาอะไรให้พี่กับพี่ใหญ่กิน พวกพี่ถึงทำแบบนั้นกับหร่านหร่านเพื่อเธอ”
ฉู่จิงพิงกับเบาะนั่ง ไม่ได้ยี่หระบาดแผลบนใบหน้าตัวเอง
“ไม่ใช่เพราะฉู่ลั่ว”
“พี่รองยังจะโกหกผมอีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่ลั่ว พี่จะรังแกหร่านหร่านขนาดนี้ได้ยังไง”
ฉู่จิง “…”
เขาหันมามองน้องชายตัวเอง
พอเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าขุ่นเคือง คำพูดเหล่านั้นจึงติดอยู่ในคอ
ตนนึกถึงพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ตัวเขาเอง ไปจนถึงจั่วโยวโยวและเสี่ยวยา ก่อนหันมามองฉู่จ้านที่ทำหน้าเดือดดาล
ฉู่จิงก็คิ้วขมวดมุ่น
“อาจ้าน…”
“หืม”
“ช่วงนี้เรื่องแข่งของนายเป็นยังไงบ้าง”
“ราบรื่นมาก! ใกล้ถึงช่วงแข่งนานาชาติแล้ว ผมเลยอาศัยช่วงนี้พักผ่อนสักหน่อย”
“รีบกลับไปฝึกซ้อมได้แล้ว การแข่งของนายต้องตักตวงช่วงยังหนุ่มนี่แหละ”
ฉู่จ้านเบ้ปาก “พี่รอง คงไม่ใช่ว่าอยากไล่ผมไปแล้วรังแกหร่านหร่านอีกหรอกนะ!”
“…”
ฉู่จ้านที่นั่งพิงเบาะอยู่ไม่อยากพูดอะไรออกมาอีกสักคำเดียว
เมื่อถึงโรงพยาบาล ผู้จัดการของฉู่จิง พี่หมิงได้รับสายและเดินทางมา พอเห็นบาดแผลบนใบหน้าฉู่จิงก็ร้อนรนจนทนไม่ไหว
“พ่อทูนหัว! นายไปทำอะไรมาเนี่ย”
หลังคุณหมอตรวจแล้ว ทำความสะอาดและเย็บแผลอีกครั้ง “บาดแผลปริออกเย็บใหม่หลายวันติดต่อกันแบบนี้ ต้องทิ้งรอยแน่ ๆ ครับ”
“คุณหมอ ใบหน้าของเขาทิ้งรอยไม่ได้นะครับ! เขาคือฉู่จิงนะ! ถ้าใบหน้าเขาทิ้งรอยแผลไว้คงแย่แน่!” พี่หมิงร้อนใจจนหน้าผากชุ่มเหงื่อ
ฉู่จิงกลับตาเป็นประกาย ถามอย่างอดรนทนไม่ไหว “คุณหมอครับ หน้าผมเสียโฉมแล้วจริง ๆ เหรอครับ”
คุณหมอพยักหน้า “ผมเตือนคุณตั้งแต่แรกแล้วนะครับ ให้คุณพักฟื้นดี ๆ อย่าทำให้ตัวเองบาดเจ็บอีก ตอนนี้ต้องมีแผลเป็นแน่แล้ว แต่…”
“รอจนแผลหายดี ก็ค่อยไปปรึกษาโรงพยาบาลศัลยกรรมได้!”
พี่หมิงร้อนใจแทบบ้า ฉู่จ้านก็เป็นห่วงมากเช่นกัน มีเพียงฉู่จิงที่ลอบยกมุมปาก