เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 672 เปลี่ยนชะตาอีกแล้ว
บทที่ 672 เปลี่ยนชะตาอีกแล้ว
ฉู่ลั่วจดจ้องสัมภเวสีเด็ก ตนนี้ท่าทางเพิ่งสองสามขวบ ผ่านสีหน้าบิดเบี้ยวน่าหวาดหวั่นพอมองออกว่ามันเคยเป็นเด็กผู้หญิงแสนน่ารัก
“พวกเขาไม่ใช่พ่อแม่ของเธอ” ฉู่ลั่วบอกสัมภเวสีเด็ก
“ป่าป๊า… หม่าม้า ป่าป๊า… หม่าม้า” สัมภเวสีเด็กไม่ยอมฟังคำอื่น เอาแต่ร้องว่าป่าป๊าหม่าม้า แถมยังจ้องมองพวกเขาไม่วางตา
ปิ่งอินฮวาทำใจกล้า “เด็กน้อย พ่อแม่ของเธอเป็นใคร”
ไม่แน่ เด็กอาจจำคนผิด
สัมภเวสีเด็ก “ป่าป๊าชื่อหมิงหลู่ หม่าม้าชื่อปิ่งอินฮวา! หนูจำได้หมด”
“…”
ทั้งคู่พูดไม่ออก คราวนี้ยิ่งจนปัญญาจะอธิบาย แม้แต่ฉู่จิงและอาจวี๋ยังเหลือบมองพวกเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ปิ่งอินฮวาจะร้องไห้จริง ๆ แล้ว “ฉันไม่เคยมีลูกจริง ๆ นะคะ! ถ้าฉันมีลูกมีเหรอตัวเองจะไม่รู้”
“ป่าป๊าหม่าม้าไม่ต้องการหนูแล้ว”
“คนที่ป่าป๊าหม่าม้ารักที่สุดก็คือหนู”
“หนูจะอยู่กับทั้งสองคนตลอดไป”
พูดไป สัมภเวสีเด็กก็ปราดเข้ามาหาพวกพี่หมิง!
เพียงแต่มาได้ครึ่งทางก็ถูกฉู่ลั่วขวางไว้ข้างหน้า เธอถือกระดาษยันต์ไว้มือหนึ่งยื่นไปหา อีกมือประสานอินอย่างรวดเร็ว
แสงสีทองลำแล้วลำเล่าพุ่งออกจากยันต์ ปกคลุมตัวสัมภเวสีเด็กไว้ จนมันถูกแสงสีทองรัดพัน แล้วร่วงจากกลางอากาศลงมาที่พื้น
ฉู่ลั่วย่อตัวลงไปจ้องมองสัมภเวสีเด็ก พร้อมคิ้วขมวดมุ่น
“ปรมาจารย์ ตอนนี้เรียบร้อยหรือยังครับ”
พี่หมิงถามอย่างระมัดระวัง “จับมันได้แล้วใช่ไหมครับ”
“ตอนนี้ดึงเส้นผมที่อยู่ในตัวพวกเราออกมาได้หรือยังครับ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า ก่อนจะกดคางลง
“ปรมาจารย์ ตกลงว่าได้หรือไม่ได้คะ” เดี๋ยวพยักหน้าเดี๋ยวส่ายหน้า ปิ่งอินฮวาถามด้วยใจร้อน ๆ หนาว ๆ
“ดึงออกมาได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ”
“สัมภเวสี… ถูกแลกชีวิต” ฉู่ลั่วลุกขึ้น ย้ำอีกครั้ง “มันถูกเปลี่ยนชะตาชีวิตเป็นลูกพวกคุณ”
“พวกเราไม่มีลูกนะ!”
“ใช่ พวกคุณไม่มี แต่… ใครบางคนฝืนฝังชะตาพ่อแม่ของเด็กคนนี้ไว้บนตัวพวกคุณจากทางไกล ให้มันคิดว่าตัวเองเป็นลูกพวกคุณ”
มือของฉู่ลั่วกำหมัดหลวม ๆ
โชคชะตา!
แลกเปลี่ยนโชคชะตาอีกแล้ว!
“แล้วตอนนี้ทำยังไงดี”
“หาร่างของเด็กให้พบ กำจัดยันต์อักขระบนตัวมัน แล้วก็จะกำจัดเส้นผมในร่างกายพวกคุณได้ค่ะ”
คงเพราะสัมภเวสีเด็กถูกจับไว้ บวกกับท่าทางเรียบเรื่อยของฉู่ลั่ว ปิ่งอินฮวาและพี่หมิงจึงพรูลมหายใจโล่งอก ไม่นึกกลัวสัมภเวสีอย่างตอนแรกแล้ว
“แล้วต้องไปหาร่างของมันที่ไหน?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ไปซื้อหม้อดินเผาก่อน แล้วพามันไปหาค่ะ”
“ผมไปซื้อ… ผมจะไปซื้อเดี๋ยวนี้เลยครับ!”
ฉู่จิงจับพี่หมิงที่ทำท่าจะพุ่งออกไปไว้ “ดึกดื่นป่านนี้คุณจะไปหาซื้อหม้อดินที่ไหน ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาก็ปิดไปนานแล้ว”
แค่คิดก็รู้ว่าร้านขายครื่องปั้นดินเผานะไม่ใช่บาร์เหล้าที่เปิดดึกดื่น เวลานี้ปิดไปนานแล้ว
“ไปพรุ่งนี้ได้ไหม”
พี่หมิงถามฉู่ลั่วอย่างระแวดระวัง
“อืม”
เหนื่อยมาทั้งคืน แม้รู้ว่าสัมภเวสีเด็กถูกจับได้แล้ว และยังอยู่ในห้องนี้ แต่ไม่มีใครในที่นี้ง่วงสักนิด ทั้งหมดรวมตัวกันในห้องรับแขก
ฉู่ลั่วนั่งขัดสมาธิ พร้อมกับหลับตาบำเพ็ญ ข้างกายเธอคือสัมภเวสีเด็กที่ถูกจองจำไว้
ดวงตาของสัมภเวสีเด็กมองพี่หมิงสลับปิ่งอินฮวา
เดี๋ยวเรียกป่าป๊า เดี๋ยวเรียกหม่าม้า เจือแววสะอื้นอย่างน่าสงสาร
ปิ่งอินฮวามองอยู่ครู่หนึ่ง นึกเห็นใจ เธอกระเถิบเข้าไปหาอย่างระวัง หยุดอยู่ตรงที่ห่างออกไปสี่ห้าก้าว “เจ้าหนูน้อย ฉันไม่ใช่แม่ของเธอจริง ๆ นะ!”
เพราะฉะนั้นเลิกมองเธอด้วยสายตาแบบนี้เสียที
ทั้งที่เธอไม่เคยทำอะไร ทำไมต้องรู้สึกละอายใจระคนปวดใจด้วยเล่า!
เธอไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเด็กคนนี้สักหน่อย
กลิ่นพยาบาทรอบตัวสัมภเวสีเด็กทวีคูณ กลับถูกแสงทองกำราบไว้
มันดิ้นกระเสือกกระสนอยู่พักใหญ่ พบว่าไม่ว่ายังไงตัวเองก็ไม่อาจสลัดตัวออกจากแสงทอง ได้แต่ร้องหา ‘แม่’
เรียกจนปิ่งอินฮวาตาแดงก่ำ
“เดรัจฉานตัวไหนกัน ถึงลงมือกับเด็กเล็กขนาดนี้!”
ปรมาจารย์บอกว่าสัมภเวสีเด็กเกิดขึ้นได้ต้องผ่านการทรมานทั้งก่อนตายและหลังตาย โดยเฉพาะตอนที่ยังมีชีวิต จำต้องผ่านการทรมานอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส ถึงส่งผลให้วินาทีที่เด็กตาย กลายเป็นสัมภเวสีเด็ก
พี่หมิงก็ถอนหายใจ
น่ากลัว!
และน่าสงสาร!
อัปทุกวัน เวลา 18.30 น.