เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 674 ไจ่เอ่อร์ป๋าย
บทที่ 674 ไจ่เอ่อร์ป๋าย
สายตาฉู่ลั่วกวาดไปทั่วใบหน้าพวกเธอ “ช่วงนี้ฝันบ่อย ๆ ใช่ไหมคะ”
ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกัน “ใช่ค่ะ ฝันบ่อย ๆ”
“ฝันร้ายหมดเลยใช่ไหมคะ”
“ฝันร้ายหมดเลยค่ะ”
ฉู่ลั่วถามต่อ “มีไฟไหม้รุนแรงใช่ไหม”
ทั้งสามสบตา แล้วพยักหน้าพร้อมกันอีกครั้ง “ใช่ค่ะ มีไฟ ไฟไหม้รุนแรงเลยค่ะ!”
ในใจทั้งสามหวาดกลัวระคนอึ้งงัน สมเป็นท่านปรมาจารย์ แม่นเกินไปแล้ว!
“ในฝันมีเด็กตลอดใช่ไหม”
ทั้งสามพยักหน้าพร้อมกันอีกครั้ง
หลังพยักหน้าเสร็จ ความหวาดกลัวในแววตาทั้งสามเพิ่มพูนขึ้นมา
ฝันร้ายกันหมดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ฝันถึงไฟกันหมดก็ยังไม่น่ากลัว
แต่ฝันถึงเด็กกันหมด บังเอิญเหมือนกันตั้งหลายอย่างขนาดนี้ ไม่นับเป็นเรื่องปกติแล้วมั้ง!
ฉู่ลั่วถามอีกครั้ง “ฉันขอถามคนอื่นด้วยได้ไหมคะ”
“ได้สิคะ ได้แน่นอน!”
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลรีบเปิดประตู
ฉู่ลั่วเดินไป พี่หมิงและปิ่งอินฮวาทำท่าจะตาม แต่ก็ถูกคนอื่นเบียดออกไปในพริบตา
ทั้งคู่ “…”
ทันทีที่ฉู่ลั่งออกมา สำนักงานที่เคยส่งเสียงเซ็งแซ่ก็เงียบลง
ฉู่ลั่วถามทุกคนในที่นี้ บ้างบอกฝันร้าย บ้างบอกไม่ฝันร้าย …แต่คนส่วนใหญ่ล้วนฝันร้าย
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลถามเสียงเบา “ท่านปรมาจารย์คะ แบบนี้มีปัญหาอะไรเหรอ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “อืม สำนักงานพวกคุณมีของขลังที่เป็นกึ่งหยินกึ่งหยาง”
ของขลังที่กึ่งหยินกึ่งหยาง!
ทุกคนในที่นี้ตะลึงกันหมด
ฉู่ลั่วถาม “ขอฉันเดินดูหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้แน่นอนค่ะ ท่านปรมาจารย์ตามสบายเลย!”
ผู้อำนวยการทั้งหลายพาฉู่ลั่วเดินดูไปทั่วทั้งชั้น จนกระทั่งเดินถึงด้านนอกห้องซ้อมของศิลปิน เธอหยุดกึก เดินไปหยุดอยู่หน้ากล่องไม้โบราณที่ตั้งอยู่บนกำแพงฝั่งซ้ายทางเดิน
กล่องไม้โบราณนี้มีสีดำสนิท สลักด้วยลวดลายพิถีพิถันซับซ้อน
“นี่เป็นของที่ผู้จัดการโหยวของเราเอากลับมาจากข้างนอกค่ะ บอกว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ศิลปินส่วนใหญ่ต่างมาขอพร”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ทุกคนที่เคยฝันร้ายเคยมาไหว้หมดเลยเหรอ”
คนในที่นี้ขมวดคิ้วกันถ้วนหน้า
“ฉันเคยมาไหว้ค่ะ”
“ฉันก็เคยมาไหว้ ไหว้ผ่าน ๆ เท่านั้น ขอให้ท่านอวยพรให้ฉันได้ขึ้นเงินเดือน”
“ฉันไหว้ตอนเดินผ่านค่ะ”
ทุกคนที่ฝันร้ายถึงรู้ตัวว่าที่แท้พวกเขาล้วนเคยไหว้ของสิ่งนี้
ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยฝันร้ายแทบไม่เคยไหว้เลย
“ปะ… ท่านปรมาจารย์… นี่… นี่เป็นแค่กล่องไม่ใช่เหรอ”
“ท่านเทพธิดา! ของนี้อันตรายเหรอคะ พวกเราจะตายไหม!”
“หรือจะใช้พวกเราเป็นเครื่องสังเวย”
“ไม่ใช่มั้ง ผู้จัดการโหยวอำมหิตขนาดนี้เลยเหรอ เงินเดือนน้อยนิดแค่นี้ต้องเอาชีวิตพวกเราเลยเหรอ”
“นายทุนดูดเลือดไร้ยางอายอะไรกันเนี่ย”
“ท่านปรมาจารย์ สะท้อนกลับหาเขาเลยค่ะ! ใช้ยันต์ของคุณสะท้อนกลับหาเขาเลย!”
ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนกันหมด
ฉู่ลั่วเอ่ย “ที่จริงก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
แค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง ไม่ได้ส่งผลเสียอย่างอื่น
“ท่านปรมาจารย์ คุณไม่ต้องห่วงว่าพวกเรารับไหวไหม มีอะไรที่มนุษย์เงินเดือนไม่เคยผ่านบ้าง!”
“ท่านเทพธิดา ไม่ต้องกังวลค่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ พวกเรายินยอมพร้อมใจด้วยตัวเอง”
“เหอะ ๆ ๆ! ถ้าเขากล้าทำอะไรท่านปรมาจารย์จริง ๆ รอวันบริษัทถูกปิดได้เลย! ฉันมีความลับภายในบริษัทในมือไม่น้อย”
“ความลับในมือฉันก็พอให้ผู้จัดการโหยวลำบากเหมือนกัน”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอไม่ได้เกรงใจ และไม่ได้กลัวจริง ๆ
ตอนนั้นเอง ใครคนหนึ่งตะโกน “ปิดประชุมแล้ว”
ประตูห้องประชุมเปิดออก พี่เฉียนและผู้จัดการโหยวพาศิลปินสามสี่คนออกจากห้องประชุม
ปิ่งอินฮวาและพี่หมิงถึงเบียดเข้ามา กระซิบข้างหูฉู่ลั่ว “คนนั้นแหละ ไจ่เอ่อร์ป๋าย!”
ฉู่ลั่วมองตาม ไปเห็นสาวสวยร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่ในกลุ่ม
ผิวขาวผ่องหน้าตาสะสวย ขายาวเอวคอด เป็นคนสวยประเภทเย้ายวนตามแบบฉบับ โดยเฉพาะใบหน้าของเธอ ดวงตาพราวเสน่ห์สุกสกาว
ทุกสีหน้ารอยยิ้มล้วนเปี่ยมเสน่ห์สะกดวิญญาณ
“ไจ่เอ่อร์ป๋ายสวยขึ้นหรือเปล่า” พี่หมิงกระซิบเสียงเบา
ปิ่งอินฮวาก็พยักหน้า “สวยขึ้นมาก ไม่รู้เพราะฉีดอะไรมาไหม”
“ไม่เกี่ยวกับฉีดค่ะ” ฉู่ลั่วบอก
“พวกเธอมาล้อมวงทำไมตรงนี้!?” พี่เฉียนตวาด
“พี่เฉียน พี่หมิงพาท่านปรมาจารย์ฉู่และพี่ฮวามาค่ะ”
“อ๋อ หมิงหลู่เหรอ มีเวลามาบริษัทฉันด้วยเหรอ ได้ยินว่าฉู่จิงเสียโฉม ที่นายมีในมือ… เหลือแค่ปิ่งอินฮวาคนเดียวแล้ว”
พี่เฉียนพินิจปิ่งอินฮวาขึ้นลง “ให้ฉันช่วยแนะนำโรงพยาบาลศัลยกรรมที่เข้าท่าสักหน่อยไหม”
“ดาราหญิง หน้าเอย หุ่นเอย ล้วนสำคัญมาก”
“อินฮวา เธอต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
พี่หมิงและปิ่งอินฮวาโมโหแทบบ้ากับคำพูดถากถางของพี่เฉียน
ไจ่เอ่อร์ป๋ายก็เดินบิดเอวเข้ามา พลางเอื้อมมือไปจับมือปิ่งอินฮวา “อินฮวา! ทำไมหน้าเธอถึงเป็นแบบนี้”
“ถ้าหน้าเธอเป็นแบบนี้ หลังจากนี้จะถ่ายหนังได้ยังไง จะได้บทดี ๆ ได้ยังไง”
“เอาอย่างนี้ไหม ฉันแนะนำบทให้… เมื่อกี้ฉันเพิ่งรับงานหนังฟอร์มใหญ่ ผู้กำกับชื่อดัง ทุนสร้างสูง ยังขาดอยู่บทหนึ่ง เล่นเป็นชู้รักของพ่อฉัน
บทนี้ให้เธอเอาไหม”
ปิ่งอินฮวา “…”