เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 675 โดนรุม
บทที่ 675 โดนรุม
ปิ่งอินฮวาสะบัดมือไจ่เอ่อร์ป๋ายออก
“ไจ่เอ่อร์ป๋าย ฉันยังดีกับเธอไม่พออีกเหรอ ทำไมต้องทำร้ายฉันด้วย!”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายทำหน้าไร้เดียงสา “อินฮวา เธอพูดเรื่องอะไรกัน หมายความว่ายังไงที่ว่าฉันทำร้ายเธอ ฉันไปทำอะไรเธอ”
พี่หมิงก้าวเดินออกมา สองมือกอดหม้อดินเผาขณะเอ่ยลอดไรฟัน “ท่านปรมาจารย์ฉู่อยู่ที่นี่ เธอคิดว่าพวกเรามาเพราะอะไรล่ะ?”
เมื่อกี้ไจ่เอ่อร์ป๋ายคิดแค่อยากเยาะเย้ยแดกดันปิ่งอินฮวา แต่ไม่ทันเห็นฉู่ลั่วสักนิด
แค่เหลือบไปเห็นเจ้านิกายหญิง สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ใครให้พวกคุณเข้ามา ผู้จัดการโหยว พี่เฉียน ไล่พวกเขาออกไป!”
พี่เฉียนทำท่าจะพูดอะไร ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ถามขึ้นมาก่อน “ผู้จัดการโหยวคะ กล่องใบนี้มันอะไรกัน”
ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลก็คาดคั้น “ท่านปรมาจารย์บอกว่าพวกเราดวงตกก็เพราะไว้กล่องใบนี้ ต้องฝันร้ายกันทุกคืน!”
“ผู้จัดการโหยว นี่คุณจะใช้พวกเราเป็นเครื่องสังเวยเหรอคะ!”
“ผู้จัดการโหยว ทำแบบนี้ไม่ค่อยดีมั้งคะ!?”
ศิลปินที่กำลังซ้อมอยู่ในห้องซ้อมยังเดินออกมากันหมด
“เกิดอะไรขึ้น”
“กล่องที่ผู้จัดการโหยวเอากลับมาดูดซับพลังหยางจากเรา เขาตั้งใจดูดซับพลังหยางของเราจนเกลี้ยง แล้วใช้เราเป็นเครื่องสังเวยแน่!”
“อะไรนะ! ผู้จัดการโหยวคิดจะฆ่าพวกเราเพื่อสังเวย!”
“อะไรนะ! ผู้จัดการโหยวคิดจะฆ่าพวกเราหมกกล่อง!”
“จริงเหรอ”
“จริงแท้แน่นอน เธอเห็นหรือเปล่าว่านั่นใคร นั่นคือท่านปรมาจารย์ฉู่ลั่ว ถ้าไม่ใช่ว่าเธอมาทันท่วงที วันนี้พวกเราคงถูกผู้จัดการโหยวจับสังเวยแล้ว”
หลายคนที่แต่เดิมเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง พอเหลือบไปเห็นฉู่ลั่วก็หมดข้อกังขาทันที
‘ปรมาจารย์ฉู่ลั่ว’ ชื่อนี้มีใครไม่รู้จักบ้าง
อย่าว่าแต่พวกเขาที่ทำงานในแวดวงบันเทิงเลย ต่อให้ไม่อยู่ในวงการบันเทิงก็รู้จักฉู่ลั่วกันหมด
ปรมาจารย์ที่ได้รับคำชมจากทางการ เทพธิดาที่สำแดงอิทธิฤทธิ์ไปทั่ว นางฟ้าเจ้าของช่องที่แสดงอภินิหารในไลฟ์
ชื่อเสียงระดับนี้ ใครล่ะจะสงสัย?
ไจ่เอ่อร์ป๋ายมองฉู่ลั่วสลับกับพวกหมิงหลู่สองคนที่บุกมาหากันอย่างเอาเรื่อง ก่อนหันไปหาผู้จัดการโหยว “ผู้จัดการโหยวคะ ดูพวกเขาสิ เหิมเกริมกันใหญ่แล้ว!”
“ในฐานะพนักงานบริษัท ไม่หาประโยชน์เข้าบริษัท ซ้ำยังปล่อยคนอื่นเข้ามาได้ง่าย ๆ คนแบบนี้ต้องไล่ออกให้หมด!”
ผู้จัดการโหยวกวาดตามองทุกคนในที่นี้ กำลังจะอาละวาด แต่ก็เห็นพนักงานแลกดาราศิลปินในสังกัดพุ่งเข้ามาชาร์ตตัวเขากันหมด
สายตาแต่ละคนเปี่ยมความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!
“ผู้จัดการโหยว กล่องนี่มันยังไงกันแน่คะ!?”
“ผู้จัดการโหยว พวกเราแค่ทำงานให้คุณ ไม่ได้ขายวิญญาณให้คุณ นี่คุณคิดจะสังเวยพวกเราเลยเหรอคะ”
“ฉันก็ว่าทำไมผู้จัดการโหยวเอาแต่ย้ำให้พวกเราไปไหว้กล่อง ที่แท้เพราะตั้งใจจับเราสังเวยนี่เอง!”
“นี่เป็นแค่กล่องธรรมดานี่ สังวง สังเวยอะไรกัน!”
ผู้จัดการโหยวพยายามปฏิเสธ สายตาทอดลงบนกล่องใบนั้น แล้วหันไปหาไจ่เอ่อร์ป๋ายและพี่เฉียน “นี่มัน…”
กล่องนี้พวกเขาสองคนให้มา?
บอกว่าช่วยให้กำไรบริษัทพุ่งทะยาน มีศิลปินดัง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
จริงอยู่… หลังพวกเขาให้กล่องมา ไจ่เอ่อร์ป๋ายก็ได้รับความนิยมขึ้นมา
นี่เป็นเหตุผลที่เขาให้ศิลปินในสังกัดไหว้กล่องบ่อย ๆ
แต่เรื่องนี้… ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการสังเวยนี่?
พี่เฉียนรีบบอก “ผู้จัดการโหยว นี่เป็นกล่องที่ทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว…”
“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดกล่องออกไหมล่ะ”
ใครคนหนึ่งเอ่ยออกมากลางวง
“ใช่แล้ว เปิดกล่องออก ให้พวกเราดูว่ามีอะไรอยู่ข้างในกันแน่”
“เปิดกล่อง!”
“เปิดกล่องเลย!”
“ถ้าในนี้มีอะไรอยู่จริง ๆ พวกเราต้องแจ้งตำรวจนะ”
ฝูงชนเดือดดาล!
ดวงตาทุกคู่ต่างมองไปที่ผู้จัดการโหยว ภายใต้สายตาเช่นนี้ ผู้จัดการโหยวชักหวั่นใจระคนประหลาดใจ
แค่ไปประชุมเฉย ๆ ทำไมถึงกลายเป็นเป้าโจมตีของทุกคนอย่างกับไปปล้นบ้านใครมาได้ละนี่
ถ้าไม่ยอม เขารู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ได้พุ่งเข้ามาซ้อมเขาจนตายแน่
“ถ้าอย่างนั้นก็…”
ผู้จัดการโหยวทำท่าจะปริปาก
“ไม่ได้!”
“ไม่ได้!”
เสียงห้ามดังขึ้นพร้อมกันสองเสียง
พี่เฉียนเกลี้ยกล่อม “ผู้จัดการโหยวครับ พวกเขาเป็นแค่พนักงาน จะทำตามทุกอย่างที่พวกเขาบอกได้ยังไง”
“ไม่อยากทำงานที่นี่ก็ไป ไม่อยากเป็นศิลปินก็จ่ายค่าผิดสัญญาแล้วไสหัวไป!”
“บริษัทของเราไม่ได้ขาดแคลนบุคลากร และไม่ได้ขาดแคลนศิลปินด้วย”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายด้านข้างก็พยักหน้า “ผู้จัดการโหยว สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้มีของ หากเปิดออกของหาย บริษัทเราไม่จบเห่เหรอคะ”