เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 676 ร้อนตัวทำไม
บทที่ 676 ร้อนตัวทำไม
ผู้จัดการโหยวหันไปมองเหล่าผู้ใต้บัญชาอีกครั้ง “…”
บรรดาพนักงานที่โดนขู่ต่างผงะไปแวบหนึ่ง บางคนเริ่มปอดแหก โดยเฉพาะศิลปินที่เซ็นสัญญากับบริษัทไปแล้ว ไม่สามารถชดใช้ค่าผิดสัญญาได้
จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น
“พวกคุณว่ามันมีของ แล้วเคยไหว้เองไหม?”
คำถามของฉู่ลั่ว ทำให้ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว
สายตาของเธอจดจ้องอยู่ที่ไจ่เอ่อร์ป๋ายและพี่เฉียน “พวกคุณไม่เพียงแต่ไม่เคยไหว้ แต่ยังสัมผัสกับมันน้อยมากใช่ไหม”
“เพราะพวกคุณรู้ดีกว่าใคร ว่าอะไรอยู่ข้างใน!”
“จริงสิ พวกเราไม่เคยเห็นเขาไหว้มาก่อนเลย”
“ฉันก็ไม่เคยเห็น”
“ฉันก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน”
แม้แต่ผู้จัดการโหยวเองก็ขมวดคิ้ว พลางมองไปทางไจ่เอ่อร์ป๋ายกับพี่เฉียนอย่างพิจารณา “พวกคุณเคยไหว้หรือเปล่า?”
พี่เฉียนเหล่มองแล้วตอบ “ต้องเคยไหว้อยู่แล้วสิครับ! ของขลังขนาดนี้ ใครเห็นแล้วจะไม่ไหว้บ้าง”
“ใช่ค่ะ! พวกเราเคยไหว้สิ แค่พวกคุณไม่เห็นก็เท่านั้นเอง”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายก็บอกเป็นเสียวเดียวกัน
“ก่อนหน้านี้คนอื่นไม่เคยเห็น วันนี้พวกคุณแค่ไหว้ให้เห็นซะก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?” ผู้จัดการโหยวเชิดคางขึ้น “เอ้า ไหว้ซะสิ”
สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ทั้งสองทันที
“ไหว้ได้สิ! ถ้าพวกคุณรู้สึกข้องใจก็ไหว้ให้ดูได้”
พี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายหน้าถอดสีทันที แล้วพวกเขาก็ค่อย ๆ ก้าวไปที่หีบ
แต่ยิ่งเข้าใกล้หีบมากเท่าไหร่ สีหน้าของทั้งสองคนก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น
ยังไม่ทันจะได้ไปใกล้หีบนั้นเลย พี่เฉียนก็หน้าแหยแล้วหันกลับมายิ้มแห้ง ๆ ใส่พลางบอกว่า “ผู้จัดการโหยวครับ ตอนนี้ผมไม่ได้มีอะไรจะขอ ไม่ไหว้แล้วกันนะครับ!”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายเองก็ยิ้มแห้งเช่นกัน “ฉันเองก็ไม่มีอะไรที่อยากขอเหมือนกันค่ะ”
สีหน้าของผู้จัดการโหยวยิ่งดูเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก “ไม่ไหว้เหรอ?”
พี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายแค่ยิ้มแห้งอยู่อย่างนั้น
“อย่างนั้นก็เปิดหีบ”
สิ้นคำสั่งผู้จัดการ เหล่าพนักงานก็เตรียมกรูกันเข้ามา
“ไม่ได้นะ!”
“เปิดไม่ได้!”
“ผู้จัดการโหยว คุณไม่ให้ความเคารพของขลังอาจจะถูกลงโทษเอาได้นะ”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายกับพี่เฉียนห้ามทุกคนเอาไว้
ทุกคนพากันพยายามผลักกันออกไป
ปึง!
เกิดเสียงขึ้น ไม่รู้ว่าใครไปชนหีบเข้า มันตกลงลงมาบนพื้น กลิ้งไปหนึ่งตลบ จากนั้นหีบโบราณที่แกะสลักอย่างประณีตก็เปิดออก
เสียงความวุ่นวายหายไปในทันที
ทุกคนต่างมองไปที่ของในหีบที่กระเด็นออกมา
มันคือตุ๊กตาพอร์ซเลนตัวหนึ่งที่มีความประณีตมาก
ตุ๊กตาพอร์ซเลนเป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงที่น่ารัก มือทั้งสองข้างจะยกขึ้น และดวงตาโต ๆ นั้นก็จะจับจ้องไปรอบ ๆ
เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันเป็นตุ๊กตาน่ารักมากตัวหนึ่ง แต่ในเวลานั้นสีหน้าของทุกคนกลับเปลี่ยนไปทันที
เป็นเพราะว่าบนตัวตุ๊กตานั้นเต็มไปด้วยอักขระสีแดงอยู่ทุกที่ทั่วทั้งตัวเลย
ฉู่ลั่วหยิบตุ๊กตาที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างเบามือ และหันไปมองไจ่เอ่อร์ป๋ายกับพี่เฉียนอย่างช้า ๆ
พี่เฉียนเสียงแหบพร่าแล้วชี้ไปที่ตุ๊กตาพอร์ซเลน พลางพูดขึ้นมา “ก็ของขลังนี่ไง! ไม่ได้มีอย่างอื่นเลย!”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายเองก็หน้าซีดไปด้วย “ใช่ ๆ พวกเราก็บอกแล้วว่าข้างในมีแค่ของขลัง ตอนนี้พวกคุณลบหลู่ของขลังไปแล้ว จะได้พบเจอกับการลงโทษนะ!”
“ท่านปรมาจารย์!” หมิงหลู่กับปิ่งอินฮวาอุ้มหม้อดินเผาเดินออกมา “นี่… นี่มันอะไรกัน?”
ฉู่ลั่วถือตุ๊กตาพอร์ซเลนแล้วยืนขึ้น “กุมารเรียกทรัพย์”
“กุมารเรียกทรัพย์ที่เป็นสาวกของเจ้าแม่กวนอิมน่ะเหรอ?” มีคนกระซิบถาม
ฉู่ลั่วส่ายหน้าแล้วมองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถาม “มีผ้าสีแดงไหมคะ?”
“มี ๆๆ ที่ห้องเสื้อผ้ามีผ้าสีแดงที่ยังไม่ได้ใช้อยู่”
มีคนวิ่งออกไป แล้วไม่นานก็เอาผ้าสีแดงที่เป็นผืนสี่เหลี่ยมออกมาส่งให้เธอ
ฉู่ลั่วใช้ผ้าสีแดงนั้นห่อตัวตุ๊กตาพอร์ซเลนเอาไว้ แล้วบอกกับคนอื่น ๆ “แจ้งตำรวจค่ะ!”
“แจ้งตำรวจ?”
“เอาอะไรไปแจ้งตำรวจ!” พี่เฉียนตะคอกเสียงดัง “แจ้งตำรวจทำไม? คุณนับว่าตัวเองเป็นใครกัน ก็แค่คนนอกคนหนึ่งกล้ามาชี้นิ้วสั่งในบริษัทของเรา”
“ผู้จัดการโหยว คุณต่างหากที่เป็นคนดูแลบริษัท ทำไมถึงต้องฟังคนจิตสัมผัสมาพูดไร้สาระที่นี่ด้วย!”
สายตาของผู้จัดการโหยวมองไปที่ฉู่ลั่วกับพี่เฉียน “ปรมาจารย์ฉู่ แม้ว่าจะแจ้งตำรวจก็ต้องมีเหตุผลนะครับ จะให้คนอื่นมามาว่าบริษัทพวกเราแจ้งความเท็จคงจะไม่ได้หรอกครับ!”
“เหตุผลเหรอคะ?” ฉู่ลั่วก้มหน้ามองตุ๊กตาพอร์ซเลนที่ถูกผ้าสีแดงห่อเอาไว้ในอ้อมกอด “ฆ่าคนนับไหมคะ ทรมานเด็กจนตายนี่นับเป็นเหตุผลได้ไหม?”
ท่าทีของทุกคนเปลี่ยนไปทันที
พี่เฉียนโกรธมาก “คุณพูดเรื่องไร้สาระให้มันน้อยหน่อย ใครฆ่าคนกันล่ะ ใครทรมานเด็กจนตาย! ผมฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้นะ!”
หมิงหลู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตะคอกขึ้นมาเช่นกัน “ปรมาจารย์ฉู่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเป็นคุณ แล้วคุณมาร้อนตัวทำไม? มันไปกระทบคุณหรือไง?”
พี่เฉียน “…”