เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 678 แค่นั้นกับผีสิ
บทที่ 678 แค่นั้นกับผีสิ
ลูกของตัวเอง?
ลูกของตัวเองเหรอ!
ทุกคนล้วนหันไปมองตุ๊กตาพอร์ซเลนที่มีผ้าสีแดงห่ออยู่ในอ้อมกอดของฉู่ลั่ว
“คุณพูดจาไร้สาระอะไรกัน!”
ฉู่ลั่วบอก “วิธีการทำกุมารทองจะต้องทำจากเถ้ากระดูกของทารกหรือเด็กที่เสียชีวิตในวัยเด็ก”
“แต่พวกคุณอยากจะใช้วิธีเลี้ยงแบบเลี้ยงผีเด็กก็เลยใช้วิธีทำอีกแบบหนึ่ง”
“นั่นคือการมอบความรักในเธออย่างเต็มที่ในตอนยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด พวกคุณก็ฆ่าเธอด้วยวิธีแบบที่เลี้ยงผีเด็ก”
“ทรมานอย่าแสนสาหัสในตอนที่มีชีวิตอยู่ แล้วสุดท้ายก็เผาไฟจนตาย”
“เมื่อมันได้รับการทรมานและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแล้ว ในช่วงเวลาที่ตายก็จะมีพลังความโกรธที่รุนแรงอย่างถึงที่สุด”
“จากนั้น…”
“พวกคุณก็เอาเถ้ากระดูกของมันมาทำเป็นตุ๊กตานี้ เหมือนมันเป็นกุมารทองที่จะนำโชคและความร่ำรวยมาให้”
“ส่วนเรื่องความโชคร้าย…”
ฉู่ลั่วหยิบเชือกสีแดงออกมาสองเส้น “พวกคุณเลือกชายหญิงไว้คู่หนึ่ง แล้วถ่ายโอนโชคชะตาของพ่อแม่ไปไว้ที่ร่างของพวกเขา ทำให้ตุ๊กตานี้คิดว่าชายหญิงคู่นั้นเป็นพ่อแม่ของมัน”
ชายหญิงคู่นั้น “…”
หมิงหลู่กับปิ่งอินฮวาดูสีหน้าแย่มาก ๆ
โดยเฉพาะหมิงหลู่ที่อุ้มหม้อดินเผาอยู่ เขารู้สึกว่าวิญญาณดวงเล็ก ๆ ที่อยู่ในหม้อดินเผานี้น่าสงสารมาก แต่พอนึกถึงขั้นตอนที่ทำมันขึ้นมาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ไม่เพียงแต่พวกเขาเท่านั้น แต่คนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็หนาวเย็นกันขึ้นมาทันที
พวกเขาไม่เพียงแต่ออกห่างจากตุ๊กตาพอร์ซเลนในมือของฉู่ลั่ว แต่ไม่กล้าเข้าใกล้พี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายด้วย
สีหน้าของผู้จัดการโหยวเปลี่ยนไปมา เขาชี้ไปที่พี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายด้วยนิ้วสั่นเทา “พวกคุณ… นี่พวกคุณ…”
“ผู้จัดการโหยว คุณอย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของเธอนะ”
“เธอก็แค่พวกจิตสัมผัสคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
ผู้จัดการโหยวตะคอกเสียงดังขึ้นมาทันที “คิดว่าฉันแยกไม่ออกเหรอว่าเธอเป็นพวกจิตสัมผัสหรือเปล่า? แต่ที่ก่อนหน้านี้พวกคุณเตรียมจะมอบของนี่ให้ฉันกับภรรยาก็คือคิดจะให้เราสามีภรรยารับบาปนั้นแทนใช่ไหม?”
ถ้าไม่เห็นเชือกสีแดง ผู้จัดการโหยวก็คงไม่ได้โกรธขนาดนี้
แต่พอเห็นเชือกสีแดงเข้า เขาก็ระเบิดออกมาเลย
เชือกสีแดงนี้พวกพี่เฉียนให้เขามาแถมยังพูดเสียน่าฟังด้วย บอกเขาว่าเป็นเชือกที่จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย ทั้งยังให้มาอีกเส้นหนึ่งบอกว่าฝากไปให้ภรรยาของเขาด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะภรรยาเขารู้สึกว่าเชือกสีแดงนี้มันดูจำเจเกินไปแล้วก็ดูไม่เหมาะ เขาก็คงจะใส่มันไปแล้ว
เหอะ ๆ!
มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ถึงได้ถามเขาว่าทำไมไม่ใส่!
นี่คงเห็นว่าพวกเขาสามีภรรยาเป็นแพะรับบาปให้ไม่ได้ ก็เลยให้คนอื่นแทนสินะ!
ผู้จัดการโหยวยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ
“ปรมาจารย์ฉู่ แล้วพวกเขาเอาของสิ่งนี้มาไว้ที่บริษัทเราเพื่ออะไรครับ?”
“ใช่! ทำไมพวกเขาถึงเอาของสิ่งนี้มาไว้ที่บริษัทล่ะ?”
“ทั้งยังจงใจเน้นย้ำให้พวกเรากราบไหว้บ่อย ๆ อีก”
“มันจะต้องมีอะไรแน่ ๆ”
ฉู่ลั่วอธิบาย “แม้ว่ามันจะไม่มีผลสะท้อนกลับมา แต่ถึงยังไงมันก็ยังเป็นของธาตุหยิน หากของที่พลังหยินรุนแรงไปอยู่ในสถานที่หนึ่ง มันจะส่งผลกระทบต่อคน”
“แต่ถ้าเอามันไปวางไว้ในที่ที่มีคนผ่านไปผ่านมาและเข้าใกล้มัน พลังหยินของมันก็จะติดตัวคนไปด้วยเป็นการกระจายพลังหยินของมันไป”
“พลังหยินพวกนี้จะไม่ทำร้ายคน อย่างมากที่สุดก็ทำให้คนที่ได้รับฝันร้ายและหวาดกลัวแค่นั้นค่ะ”
แค่นั้น!
แค่นั้นกับผีสิ!!
ทุกคนมองพี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายอย่างโมโห
“แจ้งตำรวจ! แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย!”
พี่เฉียนยืดเส้นตรงคอท่ามกลางสายตาของทุกคน “ผมไม่รู้นะว่าพวกคุณพูดอะไรกัน ผมไม่ได้ทำอะไรผิดไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้ว ผม…”
“คุณคิดว่าของแบบนี้พอถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านแล้วจะตรวจดีเอ็นเอไม่ได้ใช่ไหม?”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายหุบปากไม่พูดจา แต่ท่าทีเลิ่กลั่กของเธออธิบายทุกอย่างแล้ว
แต่ฉู่ลั่วกลับพูดขึ้นมา “แต่พวกคุณลืมไปหรือเปล่า… ว่าอักขระที่เขียนด้วยชาดกับเลือดสด ๆ ของเธอยังอยู่”
ไจ่เอ่อร์ป๋าย “…”
พี่เฉียน “…”
หมิงหลู่ยกมือถือขึ้น “ผมโทรแจ้งตำรวจแล้ว พวกคุณรอเข้าคุกได้เลย!”
คราวนี้ท่าทีของพี่เฉียนกับไจ่เอ่อร์ป๋ายถึงดูหวาดกลัวขึ้นมาหน่อย
“กลัวแล้วเหรอ”
“สิ่งที่หน้ากลัวกว่านั้นคือหลังจากนี้ต่างหาก” ฉู่ลั่วมองตุ๊กตาพอร์ซเลนในอ้อมแขน “รอให้ฉันลบอักขระที่อยู่บนตัวของมันได้ก่อนเถอะ ทีนี้สัมภเวสีเด็กก็จะสัมผัสได้แล้วว่าพวกคุณคือพ่อแม่ของมัน”
“พวกคุณลองเดาดูสิว่ามันจะทำอะไร?”
“คุณ…”
ไจ่เอ่อร์ป๋ายตกใจจนหน้าซีดเผือก แต่พี่เฉียนกลับหยิบมือถือออกมาต่อสายหาเบอร์หนึ่ง
แต่อีกฝ่ายไม่รับสาย
เขาโทรอีกครั้งแต่เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครรับเลย
“ให้ตายเถอะ!”
“มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย! คุณทำให้พวกเรานอนไม่ได้เลยนะ”
ไม่รู้ว่าใครพุ่งเข้าไปเตะที่ตัวของพี่เฉียน
แต่การเตะครั้งนี้คล้ายกับเป็นการเปิดศึกอย่างไรอย่างนั้น เพราะทุกคนล้วนล้อมเข้าไปทั้งเตะทั้งต่อย แม้ว่าจะไม่ได้ออกแรงมาก แต่ก็ทำเอาพี่เฉียนร้องโอดโอยขึ้นมาได้
แม้แต่ผู้จัดการโหยวก็เข้าไปต่อยเขาอยู่หลายหมัดเช่นกัน!