เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 680 จุดตะเกียงหยิน
บทที่ 680 จุดตะเกียงหยิน
ฉู่ลั่วพูดขึ้นมา “ทันทีที่เขาตายก็กลายเป็นผีร้าย ไม่เพียงแต่ต้องการจะแก้แค้นหรอกค่ะ แต่ยังต้องการที่จะได้รับการปกป้องและความรักจากพ่อแม่ด้วย นี่แหละคือความปรารถนาของเขา”
หากความหมกมุ่นนี้ไม่หายไป ก็ไม่มีทางที่จะปลดปล่อยวิญญาณไปเกิดใหม่ได้
ปิ่งอินฮวารีบพูดทันที “แต่ว่า หลังจากแปดเปื้อนบาปแล้ว ถ้าต่อไปเด็กคนนี้กลับมาเกิดใหม่แล้วจะเป็นยังไงคะ? ไม่ใช่ว่าหลังจากแปดเปื้อนบาปไปแล้วจะ… จะถูกผู้บำเพ็ญฆ่าตามใจหรอกเหรอ?”
“ใช่ ตามกฎของลัทธิเต๋า ถ้าวิญญาณชั่วร้ายแปดเปื้อนบาปแล้วก็จะต้องกำจัดไป”
ปิ่งอินฮวา “…”
หมิงหลู่ “…”
ทั้งสองคนต่างก้มหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ปิ่งอินฮวาเม้มปากมองหม้อดินเผาแล้วกัดฟัน “ท่านปรมาจารย์ มีวิธีอะไรไหมคะที่จะห้ามไม่ให้เขาฆ่าเดรัจฉานสองคนนั้นแล้วแปดเปื้อนบาป?”
“เดรัจฉานสองคนนั้นยังไงก็ต้องถูกตัดสินประหารชีวิต แล้วตายไปก็คงต้องได้รับ… การลงโทษด้วยใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ”
“อย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้เด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งไปแปดเปื้อนบาปนี่คะ!”
หมิงหลู่เองก็เห็นด้วยกับคำพูดของปิ่งอิงหวาเช่นกัน “ปรมาจารย์ เด็กคนนี้เป็นผู้บริสุทธิ์นะครับ”
บริสุทธิ์แถมยังน่าสงสารอีก
“ขอแค่พวกเราช่วยเขาได้ พวกเราก็จะช่วยครับ”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “ที่จริงก็พอจะมีวิธีค่ะ แต่ว่า…”
“ปรมาจารย์บอกมาได้เลย”
“อาจจะต้องให้พวกคุณสองคนร่วมกันช่วยค่ะ”
“อะไรเหรอคะ/ครับ!”
“พวกคุณต้องช่วยกันปกป้องโคมไฟหยินไว้ให้เขาในนามของการเป็นพ่อแม่ค่ะ ทำให้ชะตาของเขาถ่ายโอนที่อยู่ในชื่อของพวกคุณอย่างเป็นทางการซะ”
“ตั้งแต่นี้ไป เขาก็จะเป็นลูกของพวกคุณ”
ลูกของพวกเขางั้นเหรอ?
ปิ่งอินฮวากับหมิงหลู่สบตากันแล้วออกห่างกันไป
“ปรมาจารย์… มีเพียงวิธีเดียวนี่เหรอครับ?” หมิงหลู่ลังเลเล็กน้อย “ผมกับเธอเรา…”
ปิ่งอินฮวาเองก็ค่อนข้างรับข้อเสนอนี้ไม่ได้เช่นกัน “ปรมาจารย์ ถ้าเราเป็นพ่อแม่เด็กคนนี้ อย่างนั้นเรา…”
“พวกคุณเป็นแค่พ่อแม่เด็กค่ะ ไม่ต้องแต่งงานกัน แล้วก็ไม่มีการทิ้งร่องรอยอะไรไว้ที่ปรโลกด้วย แค่เป็นพ่อแม่เด็กเท่านั้น”
ทั้งสองพากันถอนหายใจโล่งอก
ไม่ใช่ว่าจะให้พวกเขาแต่งงานกันจริง ๆ แค่เป็นสามีภรรยากันในนามก็พอ
“อย่างนั้นฉันตกลงค่ะ”
“ผมก็ตกลงเช่นกัน”
พิธีการเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ฉู่ลั่วเปิดผ้าสีแดงออก เผยให้เห็นตุ๊กตาพอร์ซเลนที่ทำอย่างประณีต
“พลังหยินรุนแรงมากเลย” หร่วนย่วนย่วนลอยเข้ามาพร้อมกับก้อนพลังจาง ๆ ทั้งห้าก้อนที่อยู่ข้างกายเธอ แล้วไปวนรอบตุ๊กตาพอร์ซเลนอย่างสงสัยใคร่รู้
“นี่มันเด็กที่มากับความโมโหใช่ไหม?” หร่วนย่วนย่วนพิจารณาตุ๊กตาตัวนั้นอย่างอยากรู้
จากนั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ “ขั้นตอนการทำโหดร้ายเกินไปแล้ว มิน่าล่ะพอตายปุ๊บก็กลายเป็นสัมภเวสีเลย”
ปิ่งอินฮวาอดไม่ได้ที่จะลูบแขนตัวเองแล้วมองดวงอาทิตย์ที่แยงตาข้างนอกนั่น
ทำไมจู่ ๆ ก็หนาวขึ้นมาได้นะ
หมิงหลู่นึกขึ้นได้ถึงข่าวลือที่โลกภายนอกพูดเกี่ยวกับฉู่ลั่ว
ลือกันว่าเธอเลี้ยงวิญญาณร้ายไว้ในบ้านไม่น้อยเลย
พี่หมิงมองไปรอบ ๆ แล้วก็เห็นอยู่ว่าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าในความว่างเปล่านั้นมีดวงตาจ้องมองมาที่เขาจากความมืด
เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
หร่วนย่วนย่วนสังเกตเห็นความผิดปกติของทั้งสองคนจึงพาดวงวิญญาณทั้งห้าถอยออกไป
พอลอยออกมาไกลแล้ว เธอก็หันกลับไปมองตุ๊กตาตัวนั้นอย่างอิจฉา
แล้วมองก้อนพลังที่อยู่รอบตัวเอง พลางยื่นมือไปลูบพวกเขาอย่างรักและสงสาร
“เมื่อไหร่พวกลูกถึงจะมีตัวตนกันนะ จะได้กลับชาติมาเกิดกันได้อย่างราบรื่นเสียที!”
แม้ว่าสัมภเวสีเด็กนั้นจะมีความโกรธแค้นรุนแรงและพลังหยินแข็งแกร่ง
แต่เขาไม่ได้ทำร้ายใคร ขอเพียงแค่กำจัดพลังความโกรธบนร่างกายไปได้ เขาก็จะไปเกิดใหม่ได้อย่างราบรื่นแล้ว
แต่ลูก ๆ ของเธอนี่สิ…
ฉู่ลั่วหยิบตะเกียงน้ำมันออกมา ซึ่งในนั้นมีน้ำมันตะเกียงสีเหลืองสดใสอยู่ อวลไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์
แต่ที่ไส้ตะเกียงกลับเป็นสีแดงสด
พอจุดไฟแล้ว เปลวไฟสีน้ำเงินจาง ๆ ก็ลุกไหม้
ฉู่ลั่วมองไปทางหมิงหลู่กับปิ่งอินฮวา “พร้อมไหมคะ?”
หมิงหลู่กับปิ่งอินฮวาต่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยักหน้า
“ถ้าพวกคุณอยากจะห้ามเขาก็ให้บอกเขาว่าพวกคุณเป็นพ่อแม่ของเขา ไม่ว่าเขาจะมีท่าทีน่ากลัวมากแค่ไหน พวกคุณก็จะไม่มีทางทอดทิ้งเขา”
“ทำได้ไหมคะ?”
ปิ่งอินฮวากลืนน้ำลาย “ทำได้ค่ะ”
หมิงหลู่ก็พยักหน้าเช่นกัน “ทำได้ครับ!”
“อย่างนั้นฉัน… จะเริ่มแล้วนะคะ”
เมื่อสิ้นเสียงฉู่ลั่ว เธอใช้นิ้วทั้งสองคีบเปลวไฟสีน้ำเงินจาง ๆ ไว้
จากนั้นเปลวไฟก็ลุกท่วมร่างตุ๊กตา
อักขระสีแดงส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงอยู่ภายใต้เปลวไฟนั้น
ฉู่ลั่วท่องคาถาไป แล้วจู่ ๆ เปลวไฟก็ลอยออกจากปลายนิ้วของเธอ
มันลอยไปอยู่บนตัวตุ๊กตาพอร์ซราวกับว่ามีชีวิต
พวกอักขระที่ถูกเปลวไฟเผาต่างก็ค่อย ๆ กลายเป็นหยดเลือดร่วงหล่นลงจากตัวตุ๊กตา
กึง กึง
หม้อดินเผาที่เดิมทีวางอยู่บนโต๊ะนิ่ง ๆ ตอนนี้พลันเกิดเสียงกระแทกรุนแรงขึ้น
หมิงหลู่กับปิ่งอินฮวาตกใจจนหน้าซีด
กึง ๆๆ!
อักขระเหล่านั้นยิ่งนานก็ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ เสียงกระแทกในหม้อดินเผาก็แรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
กระทั่งอักขระหายไปจนหมด