เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 688 เสนียดสายตา
บทที่ 688 เสนียดสายตา
สำนักประทานพร…
รูปปั้นสามมหาเทพซานชิงทั้งสูงตระหง่านน่าเกรงขามอยู่ตรงกลางห้องโถงหลัก
ด้านล่างมีกระถางธูป และเครื่องบูชามากมาย
นักท่องเที่ยวมีทั้งคนที่อธิษฐานด้วยความศรัทธา หรือไม่ก็แค่เข้ามาเยี่ยมชม ภายนอกโถงใหญ่ ยังมีนักท่องเที่ยวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรอบ ๆ ด้วย
แต่เมื่อเดินวนผ่านทางเดินยาว มายังห้องหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังทางปีกขวาของห้องโถงใหญ่ ปรากฏร่างของซ่งอวิ๋นไท่กำลังนั่งคุกเข่าบนฟูกอย่างนอบน้อม หน้าผากของเขาแตะกับพื้น
“คุณซ่ง เรื่องนี้ยากจะจัดการ”
นักตรตผิงหยางปัดธุลีในมือ แล้วหลับตาเข้าฌาน
ซ่งอวิ๋นไท่ยังอยู่ในท่าคุกเข่าอ้อนวอน “ขอเพียงจัดการเรื่องนี้ได้ ผมยินดีจะบูรณะสำนักให้ใหม่ครับ”
นักพรตผิงหยาง “…”
“ท่านปรมาจารย์ ผมมาขอร้องอย่างจริงใจ หวังว่าสวรรค์จะประทานโอกาสอันดีให้กับผม”
นักพรตผิงหยางลืมตาขึ้นช้า ๆ พลางพูดแฝงความหมายว่า “สิ่งชั่วร้ายบำเพ็ญกลายเป็นวิญญาณพยาบาท ย่อมมีพร้อมด้วยบุญบารมี มนุษย์ทำบำเพ็ญพลังวิญญาณ เพราะอยากได้รับบุญบารมี”
“ท่านปรมาจารย์หมายถึง…”
“ความลับสวรรค์มิอาจเปิดเผย คุณต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง!”
ผิงหยางโปรยธุลี ประตูที่ปิดแน่นเปิดออก “เชิญเถิด”
ซ่งอวิ๋นไท่จากไปพร้อมความงุนงง เมื่อกวาดธุลีอีกครั้ง บานประตูก็ปิดลง
ซ่งอวิ๋นไท่ทำความเคารพไปทางประตูอย่างศรัทธาก่อนจากไป
เมื่อเสียงฝีเท้าของเขาไกลออกไปแล้ว นักพรตผิงหยางที่ทำท่าทางสูงส่งมาตลอดลืมตาขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกมา กดส่งข้อความหนึ่งข้อความ
[ทำตามคำขอร้องของท่านเจ้านิกายแล้ว ซ่งอวิ๋นไท่กลับไปแล้ว]
อีกฝ่ายตอบกลับมาคำเดียวว่า
[อืม]
นักพรตผิงหยาง “…”
หรือเพราะก่อนหน้านี้เขาทำตัวโง่เง่าต่อหน้าท่านเจ้านิกาย ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์
ท่านเจ้านิกาย!
ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิดแท้ ๆ นักพรตผิงหยางร้องไห้อย่างไม่มีน้ำตา
…
ณ คฤหาสน์
ฉู่ลั่วที่ได้รับข้าวส่งโทรศัพท์มือถือให้เฉิงยวน
หล่อนปรบมือหนึ่งครั้ง ก่อนจะพูดกับหร่วนย่วนย่วน “ตอนนี้ถึงตาเจ้าออกโรงแล้ว เจ้าต้องแสดงออกว่ายังมีเยื่อใยให้เขาอยู่ และต้องส่งสายตาเหมือนว่ารักเขามาก”
หร่วนย่วนย่วนขมวดคิ้ว
เฉิงยวนตบไหล่วิญญาณพยาบาท “นี่สำคัญสำหรับฉู่ลั่วมาก”
หร่วนย่วนย่วนพยักหน้าทันที “ฉันจะพยายามค่ะ”
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะลอยออกไป
ซ่งอวิ๋นไท่นั่งอยู่ในรถ สมองคิดถึงคำพูดของนักพรตผิงหยาง สักพักก็คิดถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของลูกหลานพวกนั้น
คิดว่าเขาแก่จนทำอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ เหรอ?
ตระกูลซ่งนี้ต้องเป็นไปตามคำพูดของเขา ซ่งอวิ๋นไท่!
ไอ้พวกลูกเสือลูกจระเข้เลี้ยงไม่เชื่อง เหิมเกริมมาต่อกรกับเขา!
โธ่เอ๊ย!
เสียงรถเบรกดังสนั่น ซ่งอวิ๋นไท่พุ่งไปข้างหน้าทั้งตัว ศีรษะกระแทกกับด้านหลังที่นั่งด้านหน้า
เขากุมศีรษะแล้วด่าว่า “ขับรถยังไงวะ?”
คนขับชี้นิ้วสั่นสะท้านไปข้างหน้า “ป… ประธานซ่ง ข้าง… ข้างหน้า!”
ซ่งอวิ๋นไท่ใช่มือหนึ่งกุมศีรษะ พลางเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นร่างระหงอยู่ด้านหน้ารถ
ที่น่าแปลกคือร่างสีขาวร่างนั้นกำลังลอยอยู่
ซ่งอวิ๋นไท่ใจเต้นรัว เขาอยากจะเผ่นหนีออกไปโดยไม่รู้ตัว
แต่เมื่อเห็นหร่วนย่วนย่วนมองเขาด้วยแววตาเศร้าสร้อย จากนั้นจึงค่อย ๆ ลอยออกไป
ซ่งอวิ๋นไท่ “…”
คนขับรถกลืนน้ำลาย “ประธานซ่ง ให้ขับต่อไปไหมครับ?”
“…ขับ”
ซ่งอวิ๋นไท่ลูบศีรษะบวมแดงบนหน้าผาก แต่ในหัวกลับคิดถึงสายตาของหร่วนย่วนย่วนเมื่อสักครู่นี้
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นมา
แก้ที่ต้นตองั้นหรอ?
“ที่แท้ท่านปรมาจารย์หมายความอย่างนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว!”
…
เช้าตรู่วันต่อมา รถลินคอล์นคันยาวคันหนึ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์
ซ่งอวิ๋นไท่สวมชุดสูทสีฟ้าขาว เสยผมไปข้างหลัง ในมือถือช่อกุหลาบแดงสวยงามเก้าสิบก้าวดอก คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่หน้าประตูคฤหาสน์
“ย่วนย่วน ผมผิดไปแล้ว คุณให้อภัยผมได้ไหม?”
“ย่วนย่วน ผมรู้แล้วว่าผมผิด”
“ย่วนย่วน คุณยังจำวันแรกที่พวกเราเจอกันได้ไหม?”
เฉิงยวนมีสีหน้ารังเกียจ “จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกเหมือนคำว่าย่วนย่วนแปดเปื้อนมลทิน”
หร่วนย่วนย่วนสีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่า
เธอขมวดคิ้วแน่น ฟังเสียงร้องเรียกจากด้านนอกอย่างไม่อยากเชื่อ
โชคดีที่คฤหาสน์ของฉู่ลั่วมีอยู่หลังเดียวบนภูเขา ถ้าหากว่ามีเพื่อนบ้าน ก็คง…
จิ่งเจียเหยียนที่อยู่ในร่างเดิมสะบัดหาง “ให้ฉันออกไปไล่เขาไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับสัมภเวสีเด็กจับมือยุส่ง “ไล่เขาไปเลย ไล่เขาไปเลย!”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า พลางปรายตาไปหาผีร้ายพันปี “ไม่ต้อง นี่เป็น… แผนการของเฉิงยวน”
เฉิงยวนยิ้มแหย “…ข้าเสียใจภายหลังทันหรือไม่?”
หร่วนย่วนย่วนมองเฉิงยวนด้วยความคาดหวัง “จริงเหรอ แผนนี้ยกเลิกได้ใช่ไหม?”
เมื่อครู่เธอลอยออกไปดูซ่งอวิ๋นไท่ แค่เห็นหน้าเขา ก็ต้องรีบลอยกลับเข้ามาแล้ว
เสนียดสายตา!