เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 687 สวรรค์ปล่อยเขาไป
บทที่ 687 สวรรค์ปล่อยเขาไป
รอจนซ่งเฉินจุ่นกลับไป เฉิงยวนถึงมายืนอยู่ข้างฉู่ลั่วพร้อมกับส่งเสียงไม่พอใจ “เจ้าหมอนี่จิตใจโหดเหี้ยม”
ฉู่ลั่ว “…”
“เจ้ามองเขาทำไม? หรือว่ามองเห็นอะไรในตัวเขาเหรอ เจ้าบอกข้าสิ ข้าคิดวิธีกลั่นแกล้งดี ๆ ได้หนึ่งวิธี…”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เขาเคยตบฉู่หร่าน”
คำพูดทั้งหมดของเฉิงยวนถูกกลืนลงไปแล้ว
“อะไรนะ?”
“อะไรนะ! เจ้าพูดอีกครั้งสิ!”
ฉู่ลั่วเล่า “ที่บ้านตระกูลซ่ง ฉันเห็นเขาสั่งสอนฉู่หร่านกับตา แถมยังตบฉู่หร่านด้วย”
ปากของเฉิงยวนอ้าออกเล็กน้อย เธอมองตามทิศทางที่ซ่งเฉินจุ่นจากไป “ให้ตาย นี่… นี่ไม่ใช่แค่เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมนะ! เขา… เขายังเป็น… เป็นตัวละครที่ร้ายกาจมากด้วย!”
“เขาเป็นผู้บำเพ็ญหรือเปล่า? พลังวิญญาณแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
“หรือว่าเขาสวมวัตถุวิญญาณอะไรไว้บนตัว ถึงปกป้องตัวเองได้!”
“หรือว่า เขาประสบเคราะห์ร้ายแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏออกมาให้เห็น”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า ดวงตาลึกล้ำมองไกลออกไป “เขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ และไม่ได้สวมวัตถุวิญญาณใด ๆ ช่วงนี้นอกจากกรรมคืนสนองของตระกูลซ่ง เขาก็ไม่ได้รับการลงโทษ… ใด ๆ เลย”
ไม่มีการลงทัณฑ์จากสวรรค์แม้แต่นิดเดียว
เฉิงยวนอ้าปากกว้างจนสามารถยัดไข่ไก่เข้าไปได้หนึ่งฟองแล้ว
เธอจับมือฉู่ลั่วเอาไว้ “เจ้าแน่ใจหรือ? แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า? ไม่มีการลงโทษใด ๆ เลยเหรอ? ไม่ได้รับการลงโทษแม้แต่นิดเดียวเลยใช่ไหม!”
“จนถึงตอนนี้ ก็ไม่มี”
เฉิงยวน “…”
เธอปล่อยมือฉู่ลั่ว แล้วลอยไปลอยมาในห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว จนเกิดลมขึ้นมาสายหนึ่ง
“ไม่น่าเป็นไปได้!”
“นี่มันเป็นไปได้ยังไง!”
“ถ้าฉู่หร่านเป็นลูกรักสวรรค์ ถ้าหากนาง… จะถูกตบตีได้ยังไง และสวรรค์ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอีกด้วย”
เฉิงยวนเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วพักหนึ่งก่อนจะหยุดลง
หล่อนมองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วก็มองกลับมา
ริมฝีปากของเฉิงยวนสั่น “ใช่อย่างที่ข้าคิดหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วตอบ “ยังไม่แน่ใจ”
เฉิงยวนขมวดคิ้ว “แต่ว่า… แต่เกิดเรื่องกับคู่หมั้นของฉู่เหิง หลังจากสั่งสอนฉู่หร่านได้ไม่นาน”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
เฉิงยวนพูดต่อไป “ตามที่เจ้าพูด หลังจากฉู่จิงตบฉู่หร่าน ไม่นาน แค่เวลาภายในหนึ่งนาที จั่วโยวโยวกับยายาก็เกิดเรื่องจนเกือบตาย”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอีกครั้ง
“เจ้าเองก็ได้รับเคราะห์ถึงฆาตจากสวรรค์ เพราะต่อต้านฉู่หร่าน”
คนฟังยังคงพยักหน้า
“แต่คนผู้นั้น…” หล่อนชี้ไปที่ซ่งเฉินจุ่นที่เดินออกไปจนไม่เห็นเงาตั้งนานแล้ว “เขาตบฉู่หร่าน ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่กลับไม่ได้รับการลงโทษใด ๆ เลย”
ฉู่ลั่ว “…”
เสียงของเฉิงยวนเบาลง “ถ้าฉู่หร่านเป็นลูกรักสวรรค์จริง สวรรค์จะยอมปล่อยให้เขารังแกนางหรือ?”
“ซ่งเฉินจุ่นคนนั้น… คงไม่ใช่บุตรแห่งสวรรค์เหมือนกันหรอกใช่ไหม!”
“เขาไม่ใช่” ฉู่ลั่วเอ่ย “ไม่ใช่แค่ไม่มีบุญบารมี แต่ยังมีหนี้กรรมติดตัวอยู่ด้วย”
“แต่สวรรค์ปล่อยเขาไป!?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า เธอให้คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์จับตาดูเขาเอาไว้แล้ว
ซ่งเฉินจุ่นไม่ได้รับผลสะท้อนกลับเลย กรรมทั้งหมดที่ได้รับ ล้วนมาจากตระกูลซ่ง
หุ้นตก
ถูกตรวจสอบทรัพย์สิน
ครอบครัวของคู่หมั้นขอถอนหมั้นเพราะเรื่องของพ่อเขา
ทุกเหตุการณ์ทุกเรื่องราว เหมือนจะไม่มีเรื่องไหนเกี่ยวข้องกับเรื่องของตัวเขาเองเลย
“คนข้างกายซ่งเฉินจุ่นล่ะ?”
“แม่ของเขาไม่ได้รับผลกระทบอะไร คนรักที่เขามีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเหมือนกัน”
เฉิงยวนถาม “ฉู่ลั่ว เจ้าสังเกตหรือไม่?”
“นอกจากเจ้า สวรรค์ไม่ได้ลงโทษฉู่เหิงกับฉู่จ้านด้วยการเอาชีวิตพวกเขา แต่ที่คาดไม่ถึงคือ คนรอบตัวพวกเขาต่างหากที่ถูกทำให้เกือบตาย”
ฉู่ลั่ว “…”
เฉิงยวนพลันเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีคราม แล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง ดูเหมือนได้รู้อะไรดี ๆ เข้าแล้ว
หล่อนสบตากับฉู่ลั่ว ในดวงตาของเจ้านิกายก็มีรอยยิ้มแฝงอยู่เช่นกัน
เฉิงยวนกระโจนเข้ามากอดฉู่ลั่วเอาไว้แน่น
“ดีจังเลย ดีจังเลย!”
ฉู่ลั่วก็มีความสุขมาไปพร้อมกับเฉิงยวนด้วย สีหน้าของเธออ่อนโยนขึ้นไม่น้อย
กอดอยู่สักพัก เฉิงยวนก็ปล่อยฉู่ลั่วแล้วพูดอย่างมีความสุข “อาศัยจังหวะที่เพิ่งได้รับข่าวดี พวกเรามาทำเรื่องบางอย่างสักสองสามเรื่องกันเถอะ!”
ฉู่ลั่ว “…”
“เจ้าอยากให้ลูกหลานตระกูลซ่งบังคับให้ซ่งอวิ๋นไท่พูดออกมา ว่าตอนนั้นใครเป็นคนทำไม่ใช่เหรอ?”
“อืม” แต่เธอคิดไม่ถึงว่าซ่งอวิ๋นไท่จะใจแข็งเป็นหินขนาดนี้ แม้แต่ลูกหลานตัวเองก็ไม่สนใจ
และคิดไม่ถึงว่าคนตระกูลซ่งที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บกลุ่มนั้น จะทำอะไรซ่งอวิ๋นไท่ไม่ได้เลย
“นอกจากให้คนตระกูลซ่งบีบบังคับซ่งอวิ๋นไท่ ยังมีอีกหนึ่งวิธี”
ฉู่ลั่วถาม “วิธีอะไร?”
“ทาดา! ก็คือหร่วนย่วนย่วน สาวสวยผู้งดงามและอ่อนโยนของพวกเรายังไงล่ะ” เฉิงยวนชี้ไปที่หร่วนย่วนย่วน
หร่วนย่วนย่วนมีสีหน้าไม่เข้าใจ “ฉัน?”
“เจ้านั่นแหละ!”
หร่วนย่วนย่วนกระพริบตา ก่อนจะแลบลิ้น “ให้ฉันไปหลอกให้เขาตกใจเหรอ? ได้เลย!”
“ไม่ ๆ ๆ ไม่ได้ให้เจ้าไปหลอกเขา ให้เจ้าไป ‘ล่อลวง’ เขาต่างหาก!”
หร่วนย่วนย่วน “…”
ฉู่ลั่ว “…”
ทั้งคู่ต่างพากันสงสัยว่าตนเองฟังผิดรึเปล่า
“พวกเจ้าไม่ได้ฟังผิด ให้ไปล่อลวงเขา!”
หร่วนย่วนย่วนคิดในใจ…
ไม่หรอก คงจะฟังผิดจริง ๆ
ฉู่ลั่วหมดคำพูด
ดีใจจนโง่ไปแล้วเหรอ?