เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 694 ได้รับพรจากสวรรค์
บทที่ 694 ได้รับพรจากสวรรค์
ฉวี่หรงถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
รูปร่างหน้าตาของฉู่ลั่วเหมาะกับการเป็นนักแสดงมาก หน้าตาแบบนี้ถ้าไปถ่ายซีรีส์ ต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน
น่าเสียดาย…
ไม่เพียงแต่ฉวี่หรง ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมต่างก็ชะงักไป
[เจ้าของช่องปฏิเสธจริงด้วย]
[ไม่หรอกมั้ง! ที่จริงฉันรอคอยที่จะได้ดูเจ้าของช่องแสดงซีรีส์มากเลยนะ]
[มีอะไรน่าแปลกล่ะ แน่นอนว่าเธออยากเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ไง!]
[พวกเธอโง่หรือเปล่า แผนการชัดเจนขนาดนี้ดูไม่ออกเหรอ?]
[หน้าม้าอย่างพวกเธอได้เงินมาจากใครเนี่ย! ดูถูกเจ้าของช่องขนาดนี้ แล้วเข้ามาในช่องไลฟ์สตรีมทุกครั้งทำไมล่ะ! มาหาเรื่องใช่ไหม?]
[ไอดีพวกนี้ฉันเห็นมาหลายครั้งมากเลย เป็นแอนตี้ของเจ้าของช่อง]
[ชิ่ว ชิ่ว ออกไปนะ]
[คือว่า… มีคนกล้าแอนตี้เจ้าของช่องด้วยเหรอ ห้าวจัด! ยอมรับว่าแน่มากเลย]
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ใจกล้าจริง ๆ นะเนี่ย!]
ฉวี่ฟางก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง “เจ้าของช่องไม่อยากเข้าวงการบันเทิงจริงเหรอ? บริษัทของพวกเรา…”
“พ่อ! คุณเจ้าของช่องเขาบอกแล้วว่าไม่อยากเข้าวงการ พวกเราก็อย่าไปเร้าหรือเธอเลยค่ะ” ฉวี่หรงรีบเปลี่ยนเรื่องพูด
เทพธิดาเป็นคนละทางโลก ไม่เข้ามาในวงการบันเทิงที่เป็นโลกมายาก็ถือเป็นเรื่องดี
“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเรา คือให้เทพธิดาดูสถานการณ์ของพ่อนะคะ”
“สถานการณ์ของพ่อ?”
“ใช่ค่ะ! ปรมาจารย์ฉ่เก่งมาก เก่งสุดยอดไปเลยค่ะ เก่งถึงขนาดได้รับการรับรองจากทางการเลย”
ฉวี่ฟาง “…”
แม้จะเป็นปรมาจารย์จริง แต่อายุไม่น้อยไปหน่อยเหรอ
ปรมาจารย์ทั่วไปต้องผมหงอกขาว ไว้หนวดยาว ๆ ไม่ใช่เหรอ
สาวสวยคนนี้…
ดูยังไงก็ไม่เหมือนปรมาจารย์
เขาลองถามหยั่งเชิง “ท่านปรมาจารย์ คุณสามารถแก้ไขปัญหาของผมได้จริงเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ก็ต้องดูว่าเป็นปัญหาอะไร แต่ว่า.. .ที่ครอบครัวคุณเกิดปัญหา มันมาจากตัวคุณแน่นอนค่ะ”
ฉวี่ฟางสงสัย “ผมเหรอ?”
“ค่ะ”
ผู้โชคดีเข้ามาถามอีกคน “พ่อคะ พ่อไปทำเรื่องไม่ดีอะไรไว้หรือเปล่า? หรือว่าซื้อเครื่องรางอะไรที่ไม่ควรซื้อมา หรือว่าไปกราบไหว้อะไรที่ไม่ควรไหว้…”
ในฐานะแฟนคลับตัวยงของช่องไลฟ์สตรีมเมฆใสเฝ้ามองตะวัน เธอพูดสถานการณ์ที่พอจะนึกได้ออกมา
ฉวี่ฟางส่ายหน้า “ไม่มีนะ! พ่อไม่สนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ ลูกก็รู้ไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง พ่อก็ทำธุรกิจ จะทำเรื่องไม่ดีได้ที่ไหนล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่ใช่ไอหยิน ไม่ใช่หนี้เลือด แต่เป็นผลสะท้อนกลับ”
“ท่านปรมาจารย์ หมายความว่ายังไงคะ?”
“ไอหยินคือวิญญาณชั่วร้ายวนเวียนรอบตัว”
“หนี้เลือดคือการล้างแค้น”
“ส่วนผลสะท้อนกลับคือการท้าทายสวรรค์”
ฉู่ลั่วเอ่ย “คุณได้รับพรจากสวรรค์มา แต่กลับไม่รักษาสัญญา ตอนนี้สวรรค์กำลังสร้างผลสะท้อนกลับมาที่ตัวคุณ”
ฉวี่ฟางสีหน้าเปลี่ยนไป เขาจริงจังขึ้นมาแล้ว
ฉวี่หรงวเอ่ยถาม “พ่อคะ พ่อไปบนที่วัดเต๋า แล้วไม่แก้บนเหรอคะ?”
คนที่เชื่อเทพเจ้าและพระต่างรู้ดีว่า หากบนบานศาลกล่าวกับเทพเจ้าหรือพระแล้วได้ตามที่ขอ ต้องกลับไปทำตามสัญญาที่ให้ไว้
“พ่อไม่เคยไปบนที่วัดเต๋าเลยนะ”
“พ่อคะ พ่อยังจะโกหกอีก ท่านปรมาจารย์บอกแล้ว ว่าพ่อถูกผลสะท้อนกลับ!”
ฉู่ลั่วตอบ “พ่อของคุณไม่ได้โกหก เขาไม่ได้บนบานเทพเจ้าหรือพระจริง ๆ ค่ะ”
เธอพูดจบ สองพ่อลูกฉวี่ฟางกับฉวี่หรงก็ชะงักไป
ฉวี่หรงเอ่ย “ไม่ใช่เทพเจ้าหรือพระ หรือว่าจะเป็น…”
สีหน้าผู้โชคดีซีดไปแล้ว นึกถึงแต่ของน่ากลัว
ฉวี่ฟางก็หน้าถอดสี “หรือว่าจะเป็นเขา? เขาเป็นคนสาปแช่งผมเหรอ?”
“พ่อคะ พ่อหมายถึงใคร?”
“คนขายมีด ลูกรู้ไหมว่าเขาขายมีดหนึ่งเล่มราคาเท่าไหร่? หนึ่งแสน! มีดอะไรขายตั้งหนึ่งแสน!”
ฉวี่หรงพูดด้วยความตกใจ “หนึ่งแสน! ขายมีดเล่มละหนึ่งแล้ว? มีอะไรเหรอคะ?”
“ก็แค่มีทำครัวธรรมดามาก ๆ เล่มหนึ่ง”
“…”
“ท่านปรมาจารย์ เรื่องที่เกิดกับพ่อของฉัน เกี่ยวข้องกับคนขายมีดจริงเหรอคะ?”
[หนึ่งแสน! หรือว่าจะเป็นวัตถุโบราณ?]
[ไม่ได้ยินที่พ่อของผู้โชคดีพูดเหรอ? เป็นแค่มีดทำครัวธรรมดาเล่มหนึ่ง]
[มีดทำครัวธรรมดาราคาหนึ่งแสน? ขายไม่ออกก็สาปแช่งคนอื่น! นี่เป็นฝีมือคนในลัทธิเต๋าหรือเปล่า?]
[อีกฝ่ายมีความสามารถ เธอกล้าไม่ซื้อเหรอ? ไม่ซื้อ ก็มีจุดจบแบบพ่อของผู้โชคดี!]
[หมายความว่า ก็ไม่สมควรมีลัทธิเต๋าอยู่ เพราะมันเป็นของชั่วร้าย เอาไว้ทำร้ายคน]
ฉู่ลั่วกวาดตาอ่านความคิดเห็น เธอขมวดคิ้ว “ลัทธิเต๋าไม่มีถูกผิด จิตใจของผู้ใช้ต่างหากที่แยกแยะดีชั่ว”
เธอเงียบไปชั่วขณะ น้ำเสียงจริงจัง ท่าทางก็เย็นชามาก “หากไม่ใช่เพราะลัทธิเต๋า ปีศาจมารร้ายก็อาละวาด ผีร้ายกำเริบเสิบสาน แล้วคนธรรมดาจะทำยังไงคะ?”
“ต่อให้ทุกท่านไม่นับถือ แต่ช่วยอย่าใส่ความลัทธิเต๋าเลยค่ะ”
เจ้านิกายกล่าวอย่างจริงจังมาก