เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 707 ราชวังยมราช
บทที่ 707 ราชวังยมราช
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงที่คฤหาสน์ ก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งยอง ๆ กอดกระเป๋าอยู่ที่หน้าประตู
เฉิงยวนเดินออกมาแล้วพูดอย่างจนใจ “เขาบอกว่าจะมาหาเจ้า พอข้าถามไปว่าทำไม เขาก็ไม่ตอบ ให้กลับไป เขาก็ไม่ไป ให้เข้ามาก็ไม่ยอมเข้ามาอีก”
เด็กหนุ่มคนนั้นกอดกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน “ผมมาหาคุณครับ พ่อบอกผมว่าต้องมาหาคุณเท่านั้น”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “มาหาฉัน ถ้างั้นก็เข้าไปกับฉันเลยค่ะ”
เด็กหนุ่มคนนั้นเดินตามฉู่ลั่วเข้าไปในคฤหาสน์ แล้วยืนก้มหน้าก้มตานิ่งอยู่อย่างนั้น
“ชื่ออะไรคะ?”
“ฟู่ปู้เสวี่ยน”
“หัวหว่าน ฝากดูแลด้วยนะ วิญญาณของเขาไม่สมบูรณ์แล้วก็มองเห็นสิ่งชั่วร้ายด้วย”
พูดจบเธอก็เดินขึ้นชั้นบนไป
หัวหว่านพยักหน้าแล้วเริ่มอธิบายเรื่องข้อควรระวังในการอยู่ที่นี่ให้ฟู่ปู้เสวี่ยนฟัง
เฉิงยวนจ้องเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยกมือลูบคางตัวเอง แล้วหยิบมือถือออกมาส่งข้อความหาฮั่วเซียวหมิง
[ฉู่ลั่วพาเด็กหนุ่มกลับบ้านมาด้วยคนหนึ่ง หล่อมากเลยนะ! แถมยังใสซื่อมาก แล้วก็เชื่อฟังสุด ๆ]
หลังจากส่งข้อความเสร็จ เธอก็เก็บมือถือด้วยรอยยิ้ม รอดูความวุ่นวาย
…
ภายในห้อง
เจ้านิกายคลี่โปสเตอร์ออก แล้วกอดอกมองโปสเตอร์ ใบหน้าหล่อเหลาบนนั้นถูกดึงจนดูแปลกประหลาด
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “ใครสอนให้คุณไหว้เทพกลับหลัง?”
ในหมู่บ้านมีแค่ยายเฒ่าเจิ้งที่มีความรู้ศาสตร์ลัทธิเต๋า ถ้าเรื่องที่แม้แต่ยายเฒ่าเจิ้งเองก็ยังไม่รู้ แล้วคนธรรมดาคนหนึ่งจะรู้ได้ยังไงกัน?
วิญญาณอาหวัง “…”
“ไม่บอกก็แล้วแต่คุณ”
ฉู่ลั่วเอานิ้วทั้งสองติดกัน แล้วลูกเปลวไฟสีน้ำเงินจาง ๆ ก็เกิดขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ “คุณพยายามใช้หยินมาเรียกคืนหยาง ทั้งยังทำร้ายชีวิตของเด็กและทำผิดร้ายแรงด้วยการสร้างเทพเจ้าที่ขึ้นมาเองอีก”
“ตอนนี้ ต่อให้ฉันเผาคุณจนวิญญาณแหลกสลายไป ปรโลกก็มีแต่จะขอบคุณฉันที่ไปช่วยลดภาระงานของพวกเขา”
เธอเกือบจะสะบัดลูกไฟออกไปแล้ว แต่ได้ยินเสียงร้อนรนของอาหวังเสียก่อน “นักพรตเต๋าคนหนึ่งสอนฉันมา!”
“ที่ตึกเก่าแห่งหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งถามฉันว่าอยากจะกลายเป็นหนุ่มไหม อยากจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปีหรือเปล่า” ซึ่งเขาก็ต้องอยากอยู่แล้ว
ยุคสมัยนี้มันดีจะตาย เขาอิจฉาเด็ก ๆ สมัยนี้อยู่ตลอดเลย
ไม่เหมือนกับตอนที่ตนเด็ก ๆ จะกินก็กินได้ไม่อิ่มท้อง ต้องใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก พอแก่แล้วยังมาเป็นมะเร็งอีก
“เขาบอกวิธีนี้กับฉัน”
ปากที่อยู่บนโปสเตอร์อ้าปากพูดอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วถามต่อ “คุณไปเจอเขาที่ไหน”
“หน้าโรงพยาบาล”
เธอหรี่ตาครุ่นคิด
อาหวังรีบบอกทันที “ปรมาจารย์ ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อ อยากใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้ ฉันผิดด้วยเหรอ? ฉันลำบากอดทนมาทั้งชีวิต จะขอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแค่ไม่กี่ปีไม่ได้เชียวเหรอ?”
“ผิดค่ะ” ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นมองอาหวังที่พูดพล่ามอยู่ด้วยสีหน้าเย็นชา “คุณอยากจะใช้ชีวิตดี ๆ แล้วไปทำร้ายเด็กบริสุทธิ์ได้เหรอคะ?”
อาหวังอยากจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ฉู่ลั่วพูดขึ้นมาก่อน “ทำไมถึงเลือกซ่างซ่าง ทำไมไม่เป็นคนอื่น? ครอบครัวคุณก็มีหลานอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
อาหวังตอบทันที “ฉันจะไปเลือกหลานฉันได้ยังไงล่ะ”
“แล้วทำไมถึงหลานคุณไม่ได้ล่ะ?”
อาหวัง “…”
เขาขยับริมฝีปากแต่พูดไม่ออก
ฉู่ลั่วถามต่อ “คุณทำได้เลือกลูกหลานของคุณไม่ได้ ดังนั้นก็เลยมาทำร้ายลูกหลานของคนอื่นใช่ไหม”
อาหวัง “…”
“กลับไปปรโลกแล้วชดใช้บาปของคุณซะ”
พูดจบฉู่ลั่วก็ยกมือขึ้น ก่อนโปสเตอร์มีเสียงกระแทกที่กำแพง พร้อมกับเสียงกรีดร้องของอาหวัง
ร่างวิญญาณถูกพลังที่ไร้รูปร่างดูดเข้าไปทันที
“ไม่นะ ฉันไม่อยากไปปรโลก-ก-ก!”
เสียงนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป
ฉู่ลั่วหยิบโปสเตอร์ที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาขยำเป็นก้อนแล้วโยนลงถังขยะ
“ฉู่ลั่ว ๆ รีบออกมาเร็วเข้า!”
เสียงร้อนรนของเฉิงยวนดังมาจากชั้นล่าง
พอฉู่ลั่วลงไปก็เห็นโทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวของฉู่จิงอยู่
ใบหน้าของเขามีผ้าหนา ๆ พัน เขาก็พูดกับกล้อง “ผมขอขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่ชื่นชอบผมมาตลอดหลายปี และแฟนคลับที่คอยสนับสนุนผมอยู่เสมอนะครับ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะลาออกจากวงการบันเทิงถาวรครับ”
หลังจากเขาพูดประโยคนี้ออกมา ทั้งงานแถลงข่าวก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
นักข่าวจำนวนนับไม่ถ้วนยิงคำถามเข้ามาไม่หยุด
เฉิงยวนพูด “บทลงโทษที่ฉู่จิงได้รับมันมากพอแล้วไหม หน้าก็เสียโฉม งานก็ไม่มีแล้ว แถมจั่วโยวโยวกับยายาก็เกือบตายอีก”
“ครั้งที่แล้ว หลังจากเรื่องคู่หมั้นของฉู่เหิงคลี่คลายไป มันก็ไม่มีเรื่องอะไรแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่ลั่วมองฉู่จิงที่อยู่ในโทรทัศน์ แล้วยื่นมือออกมาดูดวงชะตาของฉู่จิง
แต่ก็ยังดูไม่ได้
“มัน… น่าจะพอแล้วนะ”
…
ท้องฟ้าสีแดงเข้มที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด ที่ถนนเป็นแม่น้ำสีแดงไหลผ่าน และในแม่น้ำนั้นก็มีสียงร้องโหยหวนดังมาเป็นระยะ ๆ
ฉู่ลั่วเดินผ่านเข้าไปจนกระทั่งถึงหน้าวัง
ที่นั่นมียมทูตขาวดำยืนอยู่
ยมทูตดำจะสวมชุดสีดำและสวมหมวกทรงสูงสีดำ ที่มือข้างหนึ่งจะถือลูกศรจับกุม และอีกข้างหนึ่งถือโซ่
ส่วนยมทูตขาวจะสวมชุดสีขาวและสวมหมวกทรงสูงสีขาว มือข้างหนึ่งขวดเก็บวิญญาณ และอีกข้างถือพัดวิญญาณ
ยมทูตดำมองเธอแล้วผลักประตูทองสำริดอันหนักอึ้งเปิดออก
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นป้ายที่มีแสงสีทองระยิบระยับแขวนอยู่ที่หน้าประตูวัง บนป้ายนั้นมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า
พระราชวังยมราช!