เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 726 เงียบกันหมด
บทที่ 726 เงียบกันหมด
ฉู่หร่านนิ่งค้างอยู่ที่เดิมอย่างพูดไม่ออก มองฉู่ลั่วด้วยสายตาเหลือเชื่อ
เมื่อกี้ฉู่ลั่วพูดอะไรต่อหน้ากล้องน่ะ?
เธอพูดจาเหลวไหลแบบนั้นในช่องสตรีมที่มีคนมากมายขนาดนี้ได้ยังไง!
“เธอ… เธอ… ฉันไม่เคยขอให้เธอพูดแบบนี้นะ ลั่วลั่ว เธออย่ามาใส่ความฉัน”
ฉู่ลั่วมองฉู่หร่านที่ร้อนรนจนหน้าแดงก่ำ พร้อมยกยิ้มมุมปาก “ในไลฟ์จับฉลากอย่างยุติธรรม ฉันไม่สามารถรับประกันได้ว่าเรื่องของผู้โชคดีจะไม่ได้เกี่ยวข้องถึงเธอสักเรื่อง”
“หรือเธออยากให้ฉันแอบเล่นสกปรกตั้งวิธีคัดกรอง คัดทุกเรื่องที่เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเธอออกไป แต่ไม่ต้องประกาศเรื่องนี้ให้รู้กันทั่ว”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ฉันเพิ่งรู้จักการสตรีมไม่นาน ไม่รู้ว่าทางแพลตฟอร์มมีวิธีแบบนั้นไหม?”
“ถ้าไม่มี ฉันขอให้แพลตฟอร์มเพิ่มฟังก์ชันนี้ให้เธอโดยเฉพาะดีไหม?”
ฉู่หร่าน “…”
ดวงตาหล่อนแดงก่ำ ร้อนใจจนพูดอะไรไม่ออก
ต่อให้เบาปัญญาขนาดไหน ก็จินตนาการออกว่าช่องสตรีมในตอนนี้คงเต็มไปด้วยคอมเมนต์ด่า
หล่อนยกมือเช็ดน้ำตา “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ลั่วลั่ว เธอเข้าใจฉันผิดอีกแล้ว!”
“แล้วเธอหมายความว่ายังไง?” ฉู่ลั่วเงียบไปสองสามวินาที ก่อนหันมองคนอื่น ๆ ในที่นี้ “ฉันเข้าสังคมไม่เก่ง ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดมีความนัยแอบแฝงแบบนี้ ถ้าเธอไม่เต็มใจพูด เรียกคนอื่นมาอธิบายให้ฉันฟังก็ได้”
ฉู่หร่าน “…”
อธิบายเหรอ
อธิบายเรื่องอะไรกัน?
เรื่องแบบนี้อธิบายไม่ได้อยู่แล้ว!
เดิมทีหล่อนก็มาเพื่อตำหนิฉู่ลั่วเพื่อระบายความคับแค้นใจในหลายวันมานี้
ใครจะรู้ ฉู่ลั่วตอบโต้ไม่เหมือนที่คิด
หล่อนสะอื้นไปเช็ดน้ำตาไป “เป็นเพราะพี่รองไม่อยู่ เธอถึงรังแกฉันใช่ไหม”
“ลั่วลั่ว เธอทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง”
“พี่รองคะ พอพี่ไม่อยู่ลั่วลั่วก็รังแกหนู”
ลูกรักสวรรค์ร้องไห้ด้วยความเสียใจ
ฝางไคจี้วิ่งเข้าไปด้วยความสงสาร ปกป้องหล่อนไว้ด้านหลัง และถลึงตาใส่ฉู่ลั่วอย่างเดือดดาล “ฉู่ลั่ว เธออย่าให้มันเกินไปนัก ถึงฉู่จิงไม่อยู่ในรายการนี้แล้ว แต่ฉันยังอยู่ ฉันที่อยู่ในฐานะ… พี่ชายของฉู่หร่านจะปกป้องเธอเอง”
เย่อวิ๋นชูวิ่งเข้ามาขวางอยู่ด้านหน้าฉู่ลั่วอย่างโมโห “ฉันก็จะปกป้องพี่ลั่วเหมือนกัน!”
แฟนคลับ No.1 ถลึงตาจ้องมองฝางไคจี้อย่างขุ่นเคือง
ฝางไคจี้แค่นเสียงเย็น ทำท่าจะประคองฉู่หร่านออกไป
ฉู่ลั่วกลับเอ่ยออกมา “ฉู่หร่าน เธอหมายความว่า… ถ้าฉู่จิงอยู่ที่นี่ เขาจะปกป้องเธอใช่ไหม”
ฉู่หร่านตอบเสียงสะอื้น “แน่นอน! พี่รองต้องปกป้องฉันอยู่แล้ว”
“ถึงฉันเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขาน่ะเหรอ?”
“…”
สถานที่เงียบลงในบัดดล ไม่เหลือสุ้มเสียงสักนิด เหลือเพียงเสียงทำงานของเครื่องจักร
ฉู่หร่านมองฉู่ลั่วด้วยน้ำตานองหน้า
“แต่ต่อให้ฉู่จิงอยู่ ต่อให้เขาปกป้องเธอ ฉันก็พูดแบบเดิมอยู่ดี ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอตั้งใจจะสื่ออะไรกันแน่”
ฉู่ลั่วหันมองกล้องอีกครั้ง “ถ้ามีเพื่อน ๆ ชาวเน็ตคนไหนเข้าใจ ช่วยฉันวิเคราะห์ทีค่ะ”
ฉู่หร่านอ้าปากทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ถูกฝางไคจี้ดึงเบา ๆ พร้อมส่ายหัวให้เธอ
หล่อนอดกลั้นไว้ ได้แต่ก้มหน้าพูดเสียงแผ่วเบา “ฉันเรียกเขาว่าพี่ชายมายี่สิบกว่าปี”
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเย็นชา “เพราะอย่างนั้นฉันถึงย้ายออกจากบ้านตระกูลฉู่ ไม่ได้แก่งแย่งกับเธอไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้จับฉู่หร่านไว้ไม่ให้หล่อนเปิดปาก ก่อนจะบอกกับทีมถ่ายทำ “หร่านหร่านอารมณ์ไม่ดี ผมขอพาเธอไปพักที่ห้องก่อน”
เฉียวโจวก็ไ้ด้สติพยักหน้ารับ “ไปเถอะ! ไปเถอะ! ต้องใช้เวลาเตรียมรายการอีกพักหนึ่ง”
ฝางไคจี้ประคองฉู่หร่านออกไป
สถานที่นี้เงียบสงัดไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาครึกครื้นอีกครั้งตามคำสั่งของเฉียวโจว
เย่อวิ๋นชูเบี่ยงตัวกลับมา หันหลังให้กล้อง เพื่อยกนิ้วโป้งให้ฉู่ลั่วอย่างเต็มตื้น “พี่ลั่ว พี่สุดยอดไปเลย! สุดยอดไอดอลของฉัน ฉันชอบพี่มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
ฉู่ลั่วกลับตีมือเย่อวิ๋นชูเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปาก แล้วให้อีกฝ่ายไปเล่นเกมกับแขกรับเชิญอื่น
นับแต่เธอเริ่มส่งเสียง ระบบในหัวก็ไม่เคยเงียบสักครั้ง
ตอนนี้ยังแหกปากว่า ‘จบแล้ว’ อยู่ในหัวเธอ
ฉู่ลั่วเอ่ย ‘ไม่จบหรอก’
ระบบตอบกลับอย่างไร้เรี่ยวแรง
[จบแล้ว จบจริง ๆ แล้ว]
ฉู่รั่วแย้งในใจ ‘ลูกรักสวรรค์อย่างฉู่หร่านมีช่องโหว่อยู่’