เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 730 ไฟแห่งเสวียนซา
บทที่ 730 ไฟแห่งเสวียนซา
พอเย่อวิ๋นชูพูดแบบนี้ ทำเอาทุกคนที่อยู่ที่นั่นสีหน้าเปลี่ยนกันหมด
แม้กระทั่งทีมงานรายการที่ยังไม่ได้ออกไปก็หน้าซีดไปเช่นกัน
พอมีเสียงแกร๊ก ๆ ดังขึ้น ประตูช่องเล็กบนประตูเหล็กนั้นก็เปิดออก จากนั้นหน้าผีที่ดูโกรธเกรี้ยวก็โผล่มา
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที
“ขอโทษค่ะ ๆ ฉันเป็นคนที่คุณย่าห้าให้มาเปิดประตูค่ะ”
ประตูเหล็กเปิดออก จากนั้นผู้หญิงสวมชุดกระโปรงพร้อมกับใส่หน้ากากแปลกประหลาดก็เดินออกมา “คือฉันไม่อยากให้หน้าโผล่ไปในกล้องค่ะ ก็เลยใส่หน้ากากที่มันดูเข้ากับรายการออกมา ไม่ได้ทำให้พวกคุณตกใจมากเกินไปใช่ไหมคะ?”
“…”
พื้นที่ตรงนั้นเงียบกริบไปหมด
เย่อวิ๋นชูที่กรีดร้องอยู่เมื่อกี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเสียความมั่นใจ
“เชิญทุกคนเข้ามาได้เลยค่ะ คุณย่าห้าท่านสุขภาพไม่แข็งแรงแล้วก็ไม่ยอมให้คนนอกเข้ามาด้วย ที่นี่ก็เลยไม่ได้มีการทำความสะอาดมานาน ทุกคนอย่าถือสาเลยนะคะ”
ภายในสวนมีพืชพรรณเจริญงอกงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเดินเข้าประตูไป ก็เห็นต้นท้อที่มีกิ่งก้านเขียวชอุ่มอยู่หลายต้นทีเดียว
“คุณย่าห้าคะ คนจากทางรายการมากันแล้วค่ะ”
หญิงสาวคนนั้นตะโกนเสียงดังและผลักประตูเข้าไป ทันทีที่เปิดประตูก็มีลมพัดออกมาจนทุกคนลืมตากันไม่ขึ้น
กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยเข้ามาเตะจมูกของพวกเขา
หญิงสาวรีบบอก “ขอโทษนะคะ ในบ้านไม่ได้ทำความสะอาดมานานเกินไป ฉันมาเก็บข้าวของไปบ้างแล้ว แต่กลิ่นก็ยังไม่หายไปเลย”
ในระหว่างที่เธอพูดอยู่ ก็มีเสียงแกร๊ก ๆ ของเครื่องจักรดังมาจากทางเดิน
“คุณย่าห้า”
หญิงชราคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน นั่งอยู่บนรถเข็นซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าเคลื่อนมาทางนี้
หญิงสาวเดินเข้าไปหายิ้ม ๆ “คุณย่าห้าคะ นี่คือคนจากทางรายการค่ะ หลายวันต่อจากนี้ พวกเขาจะอาศัยอยู่ที่นี่”
ยายเฒ่าเถายกเปลือกตาขึ้นมองอย่างช้า ๆ ใช้สายตากวาดมองทุกคนที่อยู่ตรงนั้นแล้วไปหยุดอยู่ที่จี้ไจ่กับฉู่ลั่ว “ดีเลย มาก็ดีเลย!”
หญิงสาวคนนั้นยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ทุกคนก้าวเข้าไปแนะนำตัวทีละคน ยายเฒ่าเถาพยักหน้าตอบรับไปอย่างสบาย ๆ
หญิงสาวพาทุกคนไปห้องนอนบนอาคาร ภายในห้องนอนมีการทำความสะอาดไว้อย่างเรียบร้อย แม้แต่ในแจกันก็มีดอกไม้สดปักอยู่ด้วย
“เอ๊ะ! ทำไมหน้าต่างถึงเปิดไม่ออกนะ!” เย่อวิ๋นชูลองผลักหน้าต่าง แต่พบว่ามันเปิดไม่ออก
หญิงสาวจึงอธิบาย “ก่อนหน้านี้มีโจรปีนเข้าทางหน้าต่างมาขโมยของเพราะเห็นว่าคุณย่าห้าอยู่บ้านคนเดียวค่ะ ท่านก็เลยให้หาคนมาปิดหน้าต่างไว้ทั้งหมดเลย”
“แบบนี้นี่เอง!”
แม้ว่าจะปิดหน้าต่างเอาไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังคงมีแสงสว่างอยู่
“เสี่ยวซี! เสี่ยวซี!”
“คุณย่าห้าเรียกฉันแล้ว ฉันไปดูก่อนนะคะ”
หลังจากที่เสี่ยวซีลงไปแล้ว ทุกคนก็ไปดูห้องนอนห้องอื่น ๆ กัน พอจัดสรรห้องกันเรียบร้อย เย่อวิ๋นชูก็เดินตามติดอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว และเกาะแขนเธอไว้อย่างน่าสงสาร “พี่ลั่ว ฉันรู้สึกว่าที่นี่มันดูค่อนข้างน่ากลัวนะ”
เห็น ๆ กันอยู่ว่าทุกอย่างดูปกติมาก
ทั้งแสงไฟส่องสว่าง และห้องนอนก็สะอาดสะอ้านดี
แต่ในใจเธอก็ยังรู้สึกว่ากังวล
ฉู่ลั่วบอก “ที่รู้สึกไม่สบายใจก็เพราะว่าในห้องนี้มีพลังหยินอยู่”
“ห้ะ! ลั่วลั่ว เธออย่ามาทำให้พวกเรากลัวสิ!” จู่ ๆ ฉู่หร่านก็เอ่ยปากขึ้น
ฉู่ลั่วหันมาบอกเสียงเรียบ “ถ้าในห้องนี้ไม่มีพลังหยิน ทางรายการก็คงไม่ให้พวกเรามาหรอก ไม่ต้องแปลกใจถึงขนาดนั้นก็ได้”
ฉู่หร่าน “…”
แม้แต่เหยียนอันอี้ที่ดูมั่นคงมาโดยตลอดก็รู้สึกกังวลใจเช่นกัน
“มันเกิดจากหยางได้รับผลกระทบจากหยิน” ฉู่ลั่วเดินไปพลางอธิบายไปพลาง “คนเฒ่าคนแก่มักเล่าว่าในร่างกายของคนเรามีไฟอยู่สามจุด”
“ธาตุไฟหยินที่ไหล่ขวา และธาตุไฟหยางที่ไหล่ซ้าย”
“และบนศีรษะเป็นไฟแห่งเสวียนซา แสดงถึงความเป็นอมตะ คนที่มีธาตุไฟเช่นนี้จะได้รับการคุ้มครองจากเหล่าทวยเทพ”
“ดังนั้น…”
ฉู่ลั่วมองไปที่หมวกฟางที่เย่อวิ๋นชูใส่อยู่บนหัว “เมื่ออยู่ในที่ที่พลังหยินรุนแรง การใส่หมวกจะส่งผลกระทบต่อไฟแห่งเสวียนซา”
เย่อวิ๋นชูรีบถอดหมวกออกในทันที
“ถ้ารู้สึกกลัวก็ให้เกาตรงส่วนบนสุดของหัว จะทำให้ไฟแห่งเสวียนซาแข็งแกร่งขึ้น แล้วความกลัวในใจจะเบาบางลง”
เย่อวิ๋นชูรีบจับบนหัวแล้วออกแรงทันที
“ดูเหมือนจะไม่กลัวแล้วจริง ๆ ด้วยแฮะ” ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นจิตวิทยาหรือว่าเพราะไฟแห่งเสวียนซา
แต่คนอื่น ๆ ก็เกาหัวกันหมดเช่นกัน
[ให้ตายสิ ฉันเองก็ใส่หมวกเหมือนกัน! ถอดออกแล้วลองเกาดู มันดีขึ้นจริง ๆ นะ จิตวิทยานี่มัน…]
[ดังนั้น นี่ก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมเวลาไปในบางสถานที่แล้วต้องถอดหมวกสินะ? ฉันหาเหตุผลที่ดูเข้าเค้าเจอแล้ว]
[งั้นคำกล่าวที่ว่าเหนือศีรษะหนึ่งเมตรมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ก็หมายความว่าอย่างนี้น่ะเหรอ?]
[ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว]