เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 729 คนรนหาที่ ช่วยได้ครั้งเดียวค่ะ
บทที่ 729 คนรนหาที่ ช่วยได้ครั้งเดียวค่ะ
จี้ไจ่กระแอมเบา ๆ “พวกคุณจะไม่ฟังพวกเราก็ได้ แต่ผมไม่รับประกันจะช่วยพวกคุณไหว”
ฝางไคจี้โต้ “เอ๋… การปกป้องพวกเราเป็นหน้าที่ของปรมาจารย์ทั้งสองไม่ใช่เหรอ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “คนรนหาที่ ช่วยได้ครั้งเดียวค่ะ ถ้ามีครั้งที่สองครั้งที่สาม ช่วยไม่ได้แล้ว”
เธอทำท่าจะพูดต่อ แต่เย่อวิ๋นชูรีบกระโดดเข้าไปคล้องแขนฉู่ลั่ว “พี่ลั่ววางใจเถอะค่ะ พวกเราจะเชื่อฟังพี่ลั่วเป็นอย่างดี”
“อีกอย่าง พี่ลั่วกับปรมาจารย์จี้ไจ่ไม่มีตากล้องส่วนตัว ต้องตามพวกเราไปเท่านั้นถึงติดในกล้องด้วย”
“พี่ไคจี้ ที่พี่ลั่วกับปรมาจารย์จี้ไจ่ติดอันดับค้นหายอดนิยมไม่ใช่เพราะมีซีนเยอะสักหน่อย แต่เพราะพวกเขามีช่วงสุดยอดต่างหาก!”
“ฮ่า ๆ ๆ พวกเราแค่เชื่อฟังแต่โดยดีก็พอแล้ว”
หางเจียซิ่นแววตาไหวระริก หน้าตาเศร้าสลด “โธ่ พี่ไคจี้ พี่ติดอันดับค้นหายอดนิยมไม่บ่อยเหรอ ตั้งแต่พี่เข้าร่วมรายการนี้ ติดตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ไม่เหมือนพวกเรา…”
พูดไม่ทันจบ บรรยากาศในที่นี้ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เย่อวิ๋นชูกุมขมับ ไว้อาลัยให้หางเจียซิ่น
ฝางไคจี้ติดอันดับค้นหายอดนิยมไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอะไรเลย
สถานะในวงการของเขาหล่นฮวบ แล้วยังหลุดจากงานแบรนด์แอมบาสเดอร์ไปหลายตัว
หางเจียซิ่นพูดแทงใจเห็น ๆ!
แม้แต่ผู้จัดการของหางเจียซิ่นซึ่งอยู่นอกการถ่ายทำยังกุมขมับด้วยความละเหี่ย
เจ้าโง่นี่ ปากไม่ดีก็ไม่ต้องพูดดดด!
สีหน้าฝางไคจี้เปลี่ยนไปตามคาด เอาแต่เม้มปากไม่พูดจา
เหยียนอันอี้รีบออกมาแก้สถานการณ์ เฉียวโจวก็ก้าวออกมาคลี่คลายบรรยากาศตึงเครียด ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางด้วยกัน
รถบัสคันหนึ่งขับมาจอดหน้าบ้านของยายเฒ่าเถา
รถแล่นเข้ามาไม่ทันถึง สีหน้าจี้ไจ่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ถ้าลำพังจากรูปและวิดีโอ พวกเขาไม่เห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลสักนิด แต่พอถึงสถานที่จริง กลับรู้สึกถึงความผิดปกติได้ทันที
จี้ไจ่และฉู่ลั่วลงจากรถ
รอบด้านล้วนเป็นบ้านร้างรูปร่างบิดเบี้ยว บ้านส่วนใหญ่พังลงมาแล้ว เหลือไว้แค่ซากปรักหักพัง
ส่วนบ้านของยายเฒ่าเถาเป็นหลังเดียวที่ยังตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม
บ้านสามชั้นเก่าแก่หลังนี้ กำแพงชั้นนอกลอกออกหมดแล้ว ประตูหน้าต่างปิดสนิท
ภายในสวนมีพันธุ์ไม้ปลูกอยู่ไม่น้อย กิ่งก้านยื่นออกมาถึงนอกกำแพง
มองยังไงก็ไม่ชอบมาพากล!
หลังจากที่เหล่าแขกรับเชิญลงจากรถแล้ว เฉียวโจวก็บอกกับทุกคนอีกครั้ง “ครั้งนี้ทีมงานรายการไม่สามารถตามเข้าไปด้วยได้นะครับ แต่อุปกรณ์ที่อยู่ในห้องทั้งหมดได้รับการติดตั้งหมดแล้ว รับประกันว่าในแต่ละสถานที่จะมีการถ่ายเอาไว้แน่นอนครับ”
“ในห้องนอนเองก็มีอุปกรณ์เช่นกันนะครับ เวลานอน ทุกคนเอาของอะไรมาคลุมไว้ก็ได้ครับ”
เหยียนอันอี้ฟังออกถึงความจริงจังในคำพูดของเฉียวโจว เขาจึงถอนหายใจแล้วยื่นมือไปกดยันต์บนร่างกายของตัวเองไว้
ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นจี้ไจ่กับฉู่ลั่วมองไปที่อาคารด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เหยียนอันอี้เพิ่งจะสงบจิตใจได้จึงเอ่ยถามขึ้นมา “ปรมาจารย์ มีอะไรผิดปกติเหรอครับ?”
จี้ไจ่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูด“เข้าไปกันก่อนเถอะครับ!”
ทีมงานรายการติดกล้องให้แขกรับเชิญทุกท่าน จากนั้นทั้งแปดคนก็เดินไปที่หน้าประตูใหญ่ด้วยกัน
จี้ไจ่ยื่นมือไปกดกริ่งที่ประตู
บริเวณโดยรอบเป็นที่โล่ง ยามเสียงกริ่งประตูดังขึ้นพลันชวนให้เกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างน่าพิศวง
เหมือนกันว่าเสียงนั้นกรีดแทงใจของทุกคน
[เกิดอะไรขึ้นน่ะ? เห็น ๆ กันอยู่ว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองไม่เห็นอะไรเลยด้วย แต่ฉันก็รู้สึกกลัวเสียแล้ว]
[ที่แท้ก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้สินะ!]
[พูดตามตรงนะ ฉันเองก็รู้สึกหวิว ๆ ในใจอยู่เหมือนกัน รู้สึกเหมือนกับว่าจะมีอะไรบางอย่างโผล่มาอย่างไรอย่างนั้นเลย]
กึง กึง กึง
“!?”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ด้านในประตูเหล็กก็มีเสียงเตะดังขึ้นมา มันเหมือนกับว่าเตะที่ใจของทุกคนอยู่
เย่อวิ๋นชูกระซิบ “ไหนว่า… ยายเฒ่าคนนี้เป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็นไง? อีกอย่างในบ้านก็มีแค่เธอคนเดียวด้วย”
แล้ว… เสียงฝีเท้ามากมายนั้นมันดังมาจากที่ไหนกันนะ?