เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 736 แล้วยายเถาจะทำยังไง
บทที่ 736 แล้วยายเถาจะทำยังไง
เย่อวิ๋นชูน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่ลั่วคะ ใช่ผีหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบว่าใช่ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่ เธอพูดเพียงว่า “ยันต์ที่ฉันให้คุณล่ะ?”
“อยู่นี่ ๆ ๆ อยู่ในกระเป๋ากางเกงฉันค่ะ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “มียันต์อยู่ ผีไม่สามารถทำร้ายคุณได้ แต่เป็นไปได้ว่า จะหลอกให้พวกคุณตกใจ”
เย่อวิ๋นชูรีบเกาศีรษะของตนเอง เกาไปก็ปลอบตัวเองไปด้วยว่า “ไม่กลัว ไม่กลัว มียันต์อยู่ ฉันไม่กลัว ไม่กลัว!”
ฉู่ลั่ว “…”
เจ้านิกายอยากจะพูดมาก ๆ ว่าการเกาศีรษะแค่ทำให้ความไม่สบายใจหายไปเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้… ผีหายไป
แต่เมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของเย่อวิ๋นชู เธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ในตอนนี้เองจี้ไจ่พูดขึ้นมาว่า “จากที่ผมสังเกตเห็น ในบ้านหลังนี้ไม่ได้มีวิญญาณร้ายแค่สองตน”
เขาครุ่นคิดพลางเอ่ยว่า “แต่มีประมาณสิบถึงยี่สิบตน ทั้งหมดล้วนเป็นวิญญาณที่เสียชีวิตอย่างไม่ยุติธรรม พลังหยินบนตัวรุนแรงมาก”
“ตราบใดที่พวกคุณยังอยู่ที่เดิมไม่ขยับ และบนตัวยังมียันต์อยู่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
เย่อวิ๋นชูพยักหน้ารัว “ฉันรู้ค่ะ ฉันรู้ ฉันไม่วิ่งไปทั่วแน่นอนค่ะ”
เหยียนอันอี้ก็มองตำแหน่งเพดานในห้องของตนเองอย่างระมัดระวัง
บนหน้าจอมือถือ เขามองเห็นผีที่ใช้แขนขาทั้งสี่ข้างปีนป่ายอยู่บนเพดานห้องนอนของตนเองอย่างชัดเจน
ในตอนที่กำลังพูดของสกปรกนั้นก็ห้อยศีรษะลงมา ผมยาวตกลงบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา
โชคดี เขาไม่ได้เห็นภาพนี้จะจะตรงหน้า
อย่างมาก ก็ทำเหมือนกำลังดูหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่งที่นักแสดงหน้าตาเหมือนเขามากเท่านั้น
“ยันต์อยู่นี่ครับ และผมไม่วิ่งไปทั่วแน่นอน”
จี้ไจ่โล่งใจ เขาพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมออกไปตรวจดูหน่อย พวกคุณรออยู่ที่ห้องนะครับ”
ในตอนนี้เอง ฉู่หร่านก็พูดโพล่งขึ้นมา “ยายเฒ่าเถาจะทำยังไงคะ?”
ทั้งฝั่งบ้านพักและฝั่งบ้านเก่าเงียบไป
ฉู่หร่านพูดต่อไปว่า “ยายเฒ่าเถาเคลื่อนไหวไม่สะดวก และไม่มียันต์ด้วย ถ้าถูกสิ่งเหล่านั้นทำร้ายจะทำยังไงคะ?”
จี้ไจ่อ้าปากอยากพูดบางอย่าง แต่อดทนเอาไว้
ยายเฒ่าเถาอาศัยอยู่ที่นี่มานานขนาดนี้ กลับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
อีกทั้งเธอยังไม่ยอมให้ญาติเข้าใกล้บ้าน เห็นได้ชัดว่ามีของบางอย่างอยู่ในบ้านหลังนี้ และเจ้าของบ้านยังอยู่กับมันอย่างสงบสุขอีกด้วย
แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถพูดออกไปต่อหน้ากล้องตรง ๆ ได้
หากไม่มีหลักฐาน ก็จะฟังดูเย็นชาเกินไป
จี้ไจ่ไม่พูดอะไรแล้ว
…
ฉู่หร่านเดินมาอยู่ข้างฉู่ลั่ว พลางถามว่า “ลั่วลั่ว ทำยังไงดี? พวกเราจะไม่สนใจคุณยายเถาเหรอ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ยายเถาอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปีแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก”
“แต่ถ้าเมื่อก่อนไม่เกิดเรื่อง แต่มาเกิดเรื่องวันนี้ล่ะ? ถ้าอย่างนั้นเท่ากับพวกเราเห็นคนจะตายแต่ไม่ช่วยหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วยืนกราน “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับยายเฒ่าทั้งนั้น”
ฉู่หร่านไม่ยอมลดละ “จริงเหรอลั่วลั่ว แล้วเธอรับประกันได้ไหม? ถ้าเกิดเรื่องกับคุณยายเถา เธอจะรับผิดชอบไหม?”
ฉู่ลั่วเงยหน้า ถามว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอคิดจะทำยังไง? เตรียมรถพาเธอไปส่งตอนนี้ ให้ไปปกป้องยายเถาไหม?”
ฉู่หร่าน “…”
สีหน้าของหล่อนค่อย ๆ เปลี่ยนไป
เมื่อเห็นสิ่งต่าง ๆ มากมายในบ้านหลังนั้น แน่นอนว่าหล่อนไม่คิดจะเข้าไป
“ถ้าฉันเข้าไป ไม่เท่ากับเป็นการทำลายกฎของรายการเหรอ? ฉัน… ชนะแล้วนะ!” ฉู่หร่านพูดเสียงเบา “พวกเราให้พวกจี้ไจ่ไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ? จี้ไจ่เป็นปรมาจารย์ เขาต้องปกป้องคุณยายเถาได้แน่”
“ลั่วลั่ว เธอมียันต์อยู่ในมือ ถึงตอนนั้นควรมอบยันต์สองแผ่นให้คุณยายเถา”
มุมปากของฉู่ลั่วกระตุก แต่ไม่ตอบกลับคำพูดของฉู่หร่าน
[ว้าว! หร่านหร่านของพวกเราใจดีมาก! มีคนอยู่ตั้งมากมาย มีแค่หร่านหร่านของเราที่สนใจคุณยายเถา]
[พวกเธอสังเกตไหม ฉู่ลั่วใจร้ายมาก! หร่านหร่านบอกแล้วว่าอาจจะเกิดเรื่องกับยายเถา แต่เธอกลับไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย]
[อีกฝ่ายเป็นคุณยายที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก พวกเขากลับไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือคุณยาย ถ้าหากเกิดเรื่องขึ้นกับคุณยายจะทำยังไง?]
[เลือดเย็นมาก!]
[รู้มาแต่แรกแล้วว่าฉู่ลั่วเลือดเย็น พวกเธอเพิ่งดูออกตอนนี้เหรอ?]
[หร่านหร่านของพวกเราใจดีมาก]
[ที่เหลือมีแต่คนเห็นแก่ตัว]
[เหอะ ๆๆ! ยังมาบอกว่าเป็นปรมาจารย์อะไรอีก ไม่มีใจจะช่วยคนเหมือนหร่านหร่านของพวกเราด้วยซ้ำ]
“ลั่วลั่ว เธอรีบคิดหาวิธีสิ!” ฉู่หร่านพูดอย่างร้อนใจ “ถ้าหาก… ถ้าหากมีแค่ฉันที่ไปจริง ๆ เธอจะยอมช่วยคุณยายเถาใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไป!”
ฉู่หร่านพูดอย่างกล้าหาญเหมือนทหารที่ยอมตัดข้อมือตัวเอง “ผู้กำกับเฉียวคะ ส่งฉันไปเถอะค่ะ! ฉัน… ฉันจะไปช่วยคุณยายเถา”
ช่องแสดงความคิดเห็นส่งเสียงซาบซึ้งใจ ขณะที่ถ้อยคำด่าทอฉู่ลั่วยิ่งหนักหน่วงขึ้น
ฉู่ลั่วเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “ได้”
“…”
เมื่อคำนี้ออกมา ทั้งสองฝั่งต่างเงียบไปแล้ว