เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 745 ต่อยไม่ให้พลาด
บทที่ 745 ต่อยไม่ให้พลาด
เด็กผู้หญิงเข็นยายเฒ่าเถากลับไปที่ห้องนอน
จี้ไจ่เก็บมือ ศีรษะเต็มไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจเล็กน้อย เขาใช้มือข้างหนึ่งเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เก็บกระบี่ดอกท้อ ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องของพวกเย่อวิ๋นชู
ทันทีที่เดินเข้าไป ก็พบว่านอกจากเย่อวิ๋นชูแล้ว ยังมีอีกสองคนนอนอยู่บนเตียง
เย่อวิ๋นชูพูดอย่างร้อนใจ “เมื่อกี้จู่ ๆ พวกเขาก็หมดสติไปค่ะ”
“ยามไก่ขัน พลังหยางแข็งแกร่ง วิญญาณร้ายที่สิงร่างพวกนี้ต้องออกจากร่างไป แต่เพราะด้ายแดงกักขังเอาไว้ในร่าง” จี้ไจ่ระบายลมหายใจออกมา “ปลดด้ายแดงบนตัวพวกเขาสิครับ”
เย่อวิ๋นชูเข้าไปแกะด้ายแดงบนตัวพวกเขาออก
จี้ไจ่วางมือลงเหนือศีรษะของทั้งสองคน และท่องคาถาตามลำดับ
ไม่นาน ควันสีเขียวก็ลอยออกมาจากศีรษะของพวกเขา
แต่ยังไม่ทันได้ลอยไปไหน ก็ถูกจี้ไจ่เก็บเอาไว้ในยันต์แล้ว
ฝางไคจี้กับเหยียนอันอี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ทันทีที่ฝางไคจี้ขยับ ก็ต้องกัดฟันพร้อมกับกรีดร้องอย่างน่าเวทนา “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงได้เจ็บขนาดนี้? หน้าฉันเป็นอะไรไป?”
เหยียนอันอี้ก็นวดแขนขาที่เจ็บระบมของตัวเอง “โอย ฉันจำได้… จำได้ว่าก่อนหน้านี้…”
“ฉันถูกสิงร่างเหรอ?”
เย่อวิ๋นชูพยักหน้านิ่ง ๆ
เมื่อเห็นผมเผ้ายุ่งเหยิงของเย่อวิ๋นชู กับใบหน้าซีดเซียว เหยียนอันอี้เหมือนจะคาดเดาได้แล้ว ว่าหลังจากที่เขาถูกสิง คงสร้างความลำบากให้เธอไม่น้อย
“อวิ๋นชู ขอโทษนะ… ฉัน… ฉันคิดไม่ถึงว่า…”
ส่วนทางฝั่งของฝางไคจี้ก็เปิดโทรศัพท์มือถือ และเริ่มค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาถูกสิงร่าง
รายการเรียลลิตีนี้ได้รับความนิยมสูงมาก!
เพิ่งไลฟ์สตรีมจบไป ก็ติดอันดับการค้นหายอดนิยมไม่น้อยแล้ว
เว็บไซต์หลายแห่งยังลงวิดีโอที่ตัดแล้วออกมาด้วย
โดยเฉพาะวิดีโอของเขากับเหยียนอันอี้ถูกตัดออกไปเผยแพร่ทั่วอินเทอร์เน็ต
ทันใดนั้น เขาก็ขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมาถามว่า “อวิ๋นชู แผลที่หน้าฉันเป็นเพราะโดนเธอต่อยเหรอ?”
เย่อวิ๋นชูถูกสองคนนี้เคี่ยวกรำมาทั้งคืน ตอนนี้กำลังหงุดหงิดได้ที่ พอได้ยินดังนั้นก็หันมาหาทันที “ฉันต่อยเอง จะทำไม?”
ฝางไคจี้ “…”
ตอนแรกเขาเตรียมจะถามจี้เย่อวิ๋นชู แต่เมื่อเห็นไฟโกรธในดวงตาของเย่อวิ๋นชู เขาก็ถามอะไรไม่ออกแล้ว
ทำได้แค่บ่นเสียงเบาว่า “ต่อยคนแล้วยังทำเป็นมีเหตุผลอีก”
เย่อวิ๋นชูถึงกับยืนขึ้น “ถ้าไม่ใช่เพราะนายวิ่งออกไปนอกห้องจนถูกผีสิง แถมยังวิ่งมาเตะประตูห้องฉันอีก พวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอกขนาดนี้ไหม?”
“ท่านปรมาจารย์บอกแล้ว ขอแค่พวกเรารออยู่ในห้องดี ๆ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ถ้านายไม่วิ่งออกไป…”
“ไม่สิ นายวิ่งออกไปยังพอทน ทำไมต้องมาเตะประตูห้องพวกเราด้วย!?”
ฝางไคจี้ถูกเย่อวิ๋นชูยิงคำถามใส่ก็พูดไม่ออกสักคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังโกรธอยู่ เขาจึงพึมพำออกมาเบา ๆ “ฉันทำเพื่อช่วยคนยังไงล่ะ!”
“ใช่แล้ว คุณยายเถาล่ะ?”
“คุณยายเถาเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“พวกเธอได้ไปดูคุณยายเถาบ้างไหม!?”
เย่อวิ๋นชูกลอกตาหมดคำจะพูด
จี้ไจ่ที่ยังรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ตอบกลับไป “ไม่เป็นอะไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ คุณออกไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี”
“เรื่องเฉพาะทาง ก็ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ”
หลังจากพูดจบ เขาก็บอกกับพวกเย่อวิ๋นชู “ยังมีเวลาอีกสักพักก่อนไลฟ์สตรีม พวกคุณไปพักผ่อน ล้างเนื้อล้างตัวกันก่อนเถอะครับ”
“ค่ะ / ครับ”
เย่อวิ๋นชูกลับมาที่ห้องของตัวเองทั้งที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง
ฝางไคจี้ก็ยิ้มแห้งให้เหยียนอันอี้สองที แล้วกลับมาที่ห้องของตัวเอง
…
เวลาเก้าโมงเช้า
รายการกลับมาไลฟ์สตรีมอีกครั้ง
ถึงเวลาฉู่ลั่วพาแขกรับเชิญอีกสามคนมาที่บ้านเก่าแก่
เย่อวิ๋นชูกับคนอื่น ๆ ได้พักผ่อนสองสามชั่วโมง และอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวแล้ว กลับมาปรากฏตัวหน้ากล้องอีกครั้งด้วยรูปลักษณ์เปล่งประกายไร้ที่ติ
ยกเว้นฝางไคจี้ที่มีรอยฟกช้ำตรงมุมปาก
“พี่ไคจี้ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ!” ฉู่หร่านรีบวิ่งเข้ามาถามด้วยความห่วงใยทันที “เจ็บไหมคะ? ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า ติดต่อไปที่บริษัทตัวแทนหรือยัง? ต้องออกแถลงการณ์ไหม?”
เย่อวิ๋นชูเอามือกอดอกอย่างหมดคำจะพูด “แถลงการณ์เรื่องอะไร?”
“ใบหน้าของพี่ไคจี้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยของหนุ่มหล่อระดับเอเชียเชียวนะ ถ้าเสียโฉมไป แฟนคลับจะเจ็บปวดขนาดไหน? อีกอย่าง…” ฉู่หร่านมองเย่อวิ๋นชูพร้อมกับพูดว่า “เพื่อไม่ให้แฟนคลับของพี่ไคจี้เข้าใจเธอผิด ก็ต้องออกแถลงการณ์สิ!”
“…” เย่อวิ๋นชูสูดลมหายใจ ก่อนกอดอกอย่างดื้อรั้น “เธอวางใจได้ ถ้ามันเกิดขึ้นอีก ฉันจะต่อยไม่ให้พลาดแน่”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้ “…”