เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 748 พวกเขากลายเป็นเพื่อน
บทที่ 748 พวกเขากลายเป็นเพื่อน
เฉียวโจวที่กำลังดูภาพในจอมอนิเตอร์ เห็นความโกรธที่ปิดไม่มิดในดวงตาของแขกรับเชิญก็หัวเราะแห้ง
ปรมาจารย์ฉู่ ต่อให้คุณรู้เรื่องนี้แล้วก็เถอะ… ไม่พูดก็ได้นะครับ
หลังจากเย่อวิ๋นชูโกรธ เธอจึงถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “คุณยายเถา ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วยคะ? พวกนี้เป็น… ผีไม่ใช่เหรอ?”
ยายเถาถอนหายใจ “ฉันมีดวงชะตาอาภัพ ไร้ญาติ ไม่มีเพื่อนมาตั้งแต่เด็ก เพราะเกิดมามีเนตรหยินหยาง เลยเห็นของพวกนี้มาตั้งแต่เด็กน่ะ”
“พวกเขากลายเป็นเพื่อนของฉัน”
“ต่อมาฉันมีโอกาส ได้เรียนรู้โหราศาสตร์มาบ้าง ฉันเลยรับเอาผีเร่ร่อนไม่มีที่ไปเหล่านี้มาอยู่ด้วย ตนไหนที่ยังมีห่วงก็กำจัดห่วงให้ ช่วยทำให้พวกเขาไปสู่ปรภพได้เร็วขึ้น”
“ตนไหนไม่มีห่วงอะไรแล้วก็เลี้ยงพวกเขาไว้ จะได้ช่วยพวกเขาตามหาครอบครัว”
ฉู่ลั่วก้มหน้า “คุณใจดีนะคะ”
ดวงตาของยายเฒ่าเถาอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน “ฉันใจดีที่ไหนกันล่ะ ก็แค่คนขี้เหงาคนหนึ่ง เลยอยากเป็นเพื่อนกับพวกเขาเท่านั้น ตอนนี้ฉันแก่แล้ว ใกล้จะหมดเวลาแล้ว จะไม่สนใจพวกเขาก็ไม่ได้”
หญิงชรามองฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์ทั้งสองท่านจะช่วยฉันได้หรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง ก่อนหันไปถามแขกรับเชิญทั้งหกคน “พวกคุณจะยอมช่วยคุณยายเถาไหม?”
“ยอมสิ ต้องยอมแน่นอน!”
“มีเหตุผลอะไรให้ไม่ยอมด้วยเหรอ?”
“ถึงไม่รู้ว่ามีอะไรที่พวกเราช่วยได้ก็เถอะ?”
ยายเถาหยิบสมุดเก่าเล่มหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้า “นี่คือข้อมูลกระจัดกระจายที่ฉันได้รับมา จากการสื่อสารกับพวกเขาตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ หวังว่าพวกคุณจะช่วยพวกเขาตามหาบ้านของตัวเองเจอ เพื่อสร้างป้ายวิญญาณและหลุมศพ เพื่อให้พวกเขาได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง”
ในสมุดเก่าจนเป็นสีเหลืองเล่มนั้น เริ่มเขียนจากชื่อสกุลของเหล่าวิญญาณ ตามมาด้วยอายุ เสื้อผ้าที่สวมใส่ เรื่องราวที่ยังจดจำได้ บางอันเป็นร่องรอยที่บันทึกไว้ในอดีต บางอันก็เพิ่งถูกเขียนขึ้นมา
ฉู่ลั่วส่งสมุดให้พวกเย่อวิ๋นชู “ข้อมูลพวกนี้พวกคุณเอาไปดูนะคะ แล้วแบ่งกัน ทางที่ดีคือช่วยตามหาครอบครัวให้พวกเขาด้วย”
“ได้ค่ะพี่ลั่ว”
บรรดาแขกรับเชิญรับสมุดมาเริ่มแบ่งงานกัน หลังจากแบ่งงานเสร็จแล้ว พวกเขาก็หยิบข้อมูลของตัวเองไป และเริ่มทำการไลฟ์สตรีมส่วนตัว เพื่อตามหาครอบครัวของผีเร่ร่อนเหล่านี้
ทีมงานของรายการก็เดินเข้ามา และเริ่มรื้อกล้องที่ติดตั้งไว้ในบ้านออก
เฉียวโจวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าขมขื่น “ปรมาจารย์ฉู่ คุณทำร้ายผมแล้ว!”
ดวงตาของฉู่ลั่วมีรอยยิ้ม “ผู้กำกับเฉียววางใจ อย่างมากที่สุดพวกเขาก็แค่ตีคุณสักที”
ใบหน้าของเฉียวโจวแข็งค้างไปแล้ว ก่อนจะสงบลงอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปตรงหน้ายายเฒ่าเถา คุกเข่าลง หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้วจึงหยิบซองออกมา ในนั้นมีเงินอยู่ปึกหนึ่ง
“นี่คือค่าใช้จ่ายที่มอบให้คุณ เป็นค่ายืมสถานที่ครับ”
ยายเฒ่าเถากดคางลงเล็กน้อย พลางรับเงินไปโดยไม่ลังเล
เฉียวโจวถามด้วยความเป็นห่วงอีกสองสามประโยค รอจนกระทั่งทีมงานเก็บกล้องกลับมาหมดแล้ว จึงเตรียมจากไป
“ปรมาจารย์ฉู่กับปรมาจารย์จี้ไจ่ไม่ไปเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วยิ้มจาง ๆ พลางส่ายหน้า “ที่นี่มีไอหยินรุนแรง ไม่ดีกับร่างกายคน พวกเราจะอยู่กำจัดไอหยินสักพักค่ะ”
จี้ไจ่ก็พูดว่า “ผู้กำกับเฉียวไปดูพวกแขกรับเชิญเถอะครับ! ทางนั้นน่าจะมีเรื่องอีกมากมาย ที่ต้องการให้คุณไปออกหน้าจัดการ”
“ได้ครับ”
เฉียวโจวไปแล้ว
ทีมงานคนสุดท้ายที่ออกไปปิดประตูเหล็กตรงลานบ้านอย่างระมัดระวัง
กระทั่งเสียงรถยนต์ไกลออกไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้ยินเสียงแล้ว
…
บรรยากาศในบ้านพลันเปลี่ยนไปทันที
ลำแสงเยือกเย็นปรากฏขึ้น ฉู่ลั่วหันกระบี่ชิงเจวี๋ยไปยังยายเฒ่าเถา
จี้ไจ่เองก็ตั้งท่าป้องกันขึ้นมาเช่นกัน
ฟึบ!
ม่านควันสีแดงปรากฏขึ้นมา ขวางกั้นระหว่างยายเฒ่าเถากับกระบี่ชิงเจวี๋ยเอาไว้
ควันแดงนั้นชวนให้รู้สึกว่ามันกำลังระแวดระวังภัย
ทันใดนั้น เงาร่างสีขาวก็กระโดดออกมาจากความมืด พร้อมแผ่แรงกดดันมหาศาลมาหาฉู่ลั่ว
เคร้ง!
จี้ไจ่ก้าวออกมาขวางทันที แต่กระบี่ดอกท้อของเขากลับมีเสียงหักดังขึ้นมา
อีกทั้งคาถาที่ทรงพลังยังโจมตีจนปรมาจารย์หนุ่มถอยไปข้างหลังหลายเมตร
เขาถึงกับกระอักเลือด แต่เงาสีขาวยังคิดจะเข้ามาซ้ำ
จนกระทั่งได้ยินเสียงแผ่วเบา
“ซูเยียน…”
ยายเฒ่าเถาเอ่ยราวกับกระซิบ ทำให้เงาร่างขาวนั้นหยุดลงทันที แล้วถอยกลับไปอยู่ข้างกายหญิงชรา
กลายเป็นเป็นเด็กผู้หญิงคนเมื่อคืนนี้
จี้ไจ่ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ก่อนจะเดินไปอยู่ข้างฉู่ลั่ว “เธอคือ…”
“เหมิ่งหยวนลี่”
“อะไรนะ!”