เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 749 ซูเยียน
บทที่ 749 ซูเยียน
ระหว่างที่จี้ไจ่กำลังตกใจ ฉู่ลั่วก็พูดต่อไปว่า “หรือควรจะพูดว่า… เป็นเหมิ่งหยวนลี่ที่กลับชาติมาเกิดใช่ไหม?”
เธอถามยายเฒ่าเถา ไม่ใช่เด็กผู้หญิง
พอถูกมองตัวตนออก ยายเฒ่าเถาก็ไม่ได้โกรธ กลับกันดวงตาของเธอยังสะท้อนรอยยิ้มออกมา “สมกับเป็นเจ้านิกายคนใหม่ของลัทธิเต๋า สายตาเฉียบคมกว่าคนทั่วไปจริง ๆ ”
“ไม่ใช่สายตาฉันดีหรอก แต่คุณเปิดเผยเองต่างหาก”
“ฉัน?”
“ใช่” ฉู่ลั่วจ้องยายเฒ่าเถา “คุณบอกว่าคุณมีดวงชะตาอาภัพ นี่เป็นเรื่องจริงแน่นอน ดวงชะตาคุณไม่ใช่แค่อาภัพอย่างเดียวเท่านั้น ยังมีลักษณะเหมือนหงส์ไฟที่เป็นหนึ่งในหกสัตว์เทพ*[1] ด้วย”
“หงส์ไฟเคลื่อนตามสายลมหมายถึงดวงชะตาของการเกิดใหม่จากเถ้าถ่าน แม้จะเจอเส้นทางคดเคี้ยวและยากลำบาก แต่จะเคลื่อนไปตามสายลมได้แน่นอน คุณเป็นผู้บำเพ็ญ ตามธรรมชาติแล้วคุณต้องมุ่งหมายสิ่งที่ยิ่งใหญ่”
“แต่ว่า…” ฉู่ลั่วมองพิจารณายายเฒ่าเถา “แต่พลังวิญญาณในร่างกายคุณกระจัดกระจาย เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่เก่งกาจ อีกทั้ง… บนตัวคุณยังมีหนี้บาป”
เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง ได้ยินคำพูดของฉู่ลั่ว ก็มองยายเถาด้วยใบหน้ากังวล
ยายเฒ่าเถายิ้มปลอบเธอ ก่อนจะมองไปที่ฉู่ลั่วอีกครั้ง “เพราะสิ่งนี้เหรอ?”
“ก่อนที่คุณจะเรียกชื่อเธอออกมา ฉันคิดมาตลอดว่ามีคนสร้างพลังแบบเดียวกับเหมิ่งหยวนลี่ขึ้นมาใหม่ รวบรวมไอหยางจากฟ้าดินให้กลายเป็นกู่ แต่ตอนที่คุณเรียกชื่อของเธอออกมา ฉันเลยนึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง”
“ชื่อหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ชื่อนั่นแหละค่ะ ซูเยียน (ควันหลังเพลิงมอด) เหตุมาจากเหมิ่งหยวนลี่ตายเพราะพ่ายแพ้ไฟ”
ครั้นพูดจบยายเฒ่าเถาก็ตาเบิกกว้าง เธอมองดูเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยความประหลาดใจ ท้ายที่สุดจึงยิ้มขมขื่นออกมา “ฉัน… เพิ่งรู้ที่มาของชื่อนี้วันนี้เอง”
“ไม่น่าล่ะ… ไม่น่าเธอถึงพูดว่า เธอจะใช้ชื่อนี้ไปตลอดทุกชาติภพ”
ยายเฒ่าเถาเผยความเจ็บปวดออกมาทางแววตา
เถาซูเยียนมองคนข้างกายอย่างกังวล พลางขมวดคิ้ว
ยายเฒ่าเถาลูบศีรษะเด็กผู้หญิงตัวน้อยแผ่วเบา “เก็บพิษกู่เถอะ”
เถาซูเยียนเก็บพิษกู่ แต่ก็ยังดื้อรั้นเพราะความไม่เข้าใจ “หล่อนจะรังแกยาย!”
ยายเฒ่าเถาส่ายหน้า “หล่อนไม่ได้รังแกยาย”
เด็กผู้หญิงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม แต่ยังคงมองฉู่ลั่วด้วยท่าทางเตือนและเกลียดชัง
ยายเฒ่าเถาเก็บสีหน้า เธอมองฉู่ลั่วอีกครั้ง พร้อมกับตั้งคำถาม “ไม่ทราบว่าท่านเจ้านิกาย จะกล้ายอมรับการกลับมาเกิดใหม่ของเหมิ่งหยวนลี่หรือเปล่า”
เหมิ่งหยวนลี่… กลับชาติมาเกิด?
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่มองเถาซูเยียนที่ยืนอยู่ข้างหญิงชรา
เหมิ่งหยวนลี่เป็นใคร?
เหมิ่งหยวนลี่คือคนเดียวนอกจากชุยเหมียวที่สามารถคิดค้นเบญจวิชากู่ด้วยตัวเอง อีกทั้งรวมพิษกู่และวิชากู่เป็นหนึ่งเดียว แม้กระทั่งตอนตายยังตายเพราะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ สายฟ้าฟาดผ่า
สรรพชีวิตในสามภพ ผู้ที่ถูกวิถีสวรรค์หวั่นเกรงจนส่งสายฟ้าฟาดผ่ามีสักกี่คนกัน
ต่อให้เธอไม่เป็นที่ยอมรับในสำนักเต๋า แต่ผู้ที่ก่อตั้งสำนักแบบนี้มีเหรอจะเป็นพวกไก่กา
แต่ตอนนี้…
คนระดับนี้กลับชาติมาเกิดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
สายตาของฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ต่างทอดมองเถาซูเยียน
ทีแรกพวกเขาเดาว่ายายเฒ่าเถาอาจได้วิธีสกัดพิษกู่อีกครั้งจากที่ไหนสักแห่ง จนกลั่นพิษกู่สำเร็จ
ยังไงก็คิดไม่ถึงว่า… จะเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของเหมิ่งหยวนลี่
ฉู่ลั่วเงียบงัน
จี้ไจ่กลับตั้งท่าป้องกัน
เถาซูเยียนเองก็ตาเบิกกว้าง แก้มเล็ก ๆ ป่องขึ้นเมื่อเห็นท่าทีไม่เป็นมิตรของปรมาจารย์หนุ่ม
ยายเฒ่าเถาจับมือเด็กผู้หญิง พร้อมสายตาจดจ้องฉู่ลั่ว “เจ้านิกาย ไม่กล้าเหรอ?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ แต่ถามกลับ “คุณสละชะตาหงส์ไฟ ยอมแบกรับทัณฑ์สวรรค์ก็เพื่อเธองั้นเหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่าเจ้านิกายคนใหม่ไม่มีแนวคิดคร่ำครึอย่างเก่า ไม่ว่าผีสางหรือปีศาจร้าย ล้วนมีความสามารถพอจะอยู่ร่วมกัน แม้แต่เซียนพู่กันยังได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเพราะเจ้านิกาย ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมถึงไม่กล้ารับเธอไว้”
ฉู่ลั่วยังคงจ้องมองยายเฒ่าเถาอย่างเงียบ ๆ
ยายเฒ่าเถาทำท่าจะพูดอะไรต่อ แต่กลับไออย่างรุนแรง
เถาซูเยียนร้อนใจจนทนแทบไม่ไหว “หล่อนไม่ต้องการหนูก็ช่างหล่อน หนูก็ไม่อยากไปกับหล่อนเหมือนกันแหละ! มีคนต้องการตัวหนูเยอะแยะ”
ยายเฒ่าเถาจับมือเด็กผู้หญิงไว้ “นอกจากหล่อนแล้ว คนอื่นไม่ได้ทั้งนั้น”
เถาซูเยียนหันมองฉู่ลั่วอีกรอบ “เจ้านิกาย คุณเต็มใจรับเธอไว้ไหม”
[1] หกสัตว์เทพ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานของจีน ได้แก่ มังกรเขียว หงส์ไฟ (ฟินิกส์) เสือขาว เต่าดำ (เสวียนอู่) กิเลน และ งูเหิน (เถิงเสอ)