เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 751 ร่างเกิดใหม่ผู้บริสุทธิ์
บทที่ 751 ร่างเกิดใหม่ผู้บริสุทธิ์
“เด็กน้อยหวังว่าฉันจะจำเธอไว้ เธอชื่อหลี่ซูเยียน ไม่ใช่เหมิ่งหยวนลี่”
หญิงชราจุดธูปให้หวังซูเยียนต่อ “ตอนที่ได้พบเธอ ฉันอายุสิบเจ็ดสิบแปด เธอยังเป็นเด็กอายุไม่ถึงสิบขวบที่หนีออกมา”
“ฉันรับเลี้ยงเธอ เห็นเป็นน้องสาว”
“หลังจากนั้นคนกลุ่มหนึ่งบุกมาชิงตัวเธอไป คืนนั้นเธอมาอยู่ตรงหน้าฉันในสภาพวิญญาณอีกครั้ง ร้องไห้บอกว่าไม่อยากกลับชาติมาเกิดอีกแล้ว”
ยายเฒ่าจุดธูปต่อไป พลางขยับมาหน้าป้ายวิญญาณอีกป้าย “ฉันลงคาถาติดตามวิญญาณบนตัวเธอ ทันทีที่เธอเกิดใหม่ฉันจะไปพาตัวเธอมา”
“ฉันเลี้ยงเธอเหมือนลูกสาวในไส้ เลี้ยงอยู่อย่างนั้น เธอทั้งเชื่อฟังและน่าเอ็นดู อีกทั้งยังขี้อ้อนมาก”
“แต่เพราะคนกลุ่มนั้นอีกแล้ว พวกมันบุกเข้ามาในบ้านฉัน ลักพาตัวพวกเราไปแล้วฆ่าเธอต่อหน้าฉัน เธอร้องไห้ขอให้ฉันช่วย แต่ฉันก็ช่วยเธอไม่ได้”
ทั้งที่เป็นความทรงจำแสนปวดร้าว แต่เวลานี้ ยายเฒ่าเถากลับเล่าออกมาอย่างเรียบเรื่อย พลางสัมผัสรูปถ่ายเด็กสาวที่ยิ้มอย่างสดใสไร้เดียงสาเบา ๆ
“ฉันถูกพวกเขาขังเอาไว้ ผ่านไปไม่กี่ปี พวกเขาพาเด็กทารกคนหนึ่งกลับมาให้ฉันเลี้ยงดู ดูดี ๆ เป็นซูเยียนอีกแล้ว… ซูเยียนอีกคนหนึ่งมาแล้ว”
“เธอดูไม่ค่อยแข็งแรงและเอาแต่ร้องไห้ จนฉันต้องลำบากลำบนกว่าจะเลี้ยงเธอจนเติบใหญ่ ก่อนเด็กที่ถูกฟูมฟักจนแข็งแรงร่าเริงจะถูกพวกเขาฆ่าอีกครั้ง…”
“ฉันเลี้ยง แล้วพวกเขาก็เอาไปฆ่า ฆ่าไปคนหนึ่งแล้วพากลับมาอีกคนหนึ่ง”
“วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”
ภายในห้องมืดสลัว เสียงทุ้มต่ำชราภาพของยายเฒ่าเถาดังออกมา
“จนกระทั่งวันหนึ่ง แมลงกู่สีแดงตัวหนึ่งบินออกจากศพของซูเยียนที่ถูกฆ่าตาย” เสียงของยายเฒ่าเถายิ่งทุ้มลง แต่แววตากลับเจือไปด้วยจิตสังหาร
“ฉันฆ่าคนพวกนั้น! ฆ่าจนหมดไม่เหลือสักคนเดียว”
“ฉันพาเด็กและแมลงกู่จากมา”
“น่าเสียดาย พลังวิญญาณของฉันเริ่มสลายเพราะใกล้จะหมดอายุขัยแล้ว ไม่อาจปกป้องเธอได้อีก” ยายเฒ่าเถาเงยหน้าปักธูปใส่กระถางหน้าป้ายวิญญาณสุดท้าย พลางเอียงคอมองฉู่ลัว “ท่านเจ้านิกาย มีอะไรอยากถามไหม?”
สายตาฉู่ลั่วกวาดผ่านรูปถ่ายและป้ายวิญญาณทั้งแถว สุดท้ายทอดบนใบหน้ายายเฒ่าเถา “คนกลุ่มนั้น…”
“หุบเหวเทพมรณะ”
เมื่อสามพยางค์นี้ดังออกมา คิ้วของฉู่ลั่วพลันขมวดเป็นปม
เธอเคยเห็นอักษรสามตัวนี้จากอสูรน้ำที่ซางหัวสร้าง
เทพมรณะ!
เทพมรณะ!
ช่างเป็นสี่พยางค์ที่เบียวแตกสิ้นดี
ยายเฒ่าเถาเลิกแขนเสื้อขึ้น กรีดพลังวิญญาณใส่แขนตัวเอง
ดอกไม้หม่นสีหมึกดอกหนึ่งค่อย ๆ เผยลวดลายออกมาบนแขนเธอ
สายตาฉู่ลั่วเปลี่ยนไปฉับพลัน จดจ้องดอกไม้ดอกนั้น
“นี่คือตราประทับที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ในร่างกายฉัน ผู้บำเพ็ญทุกคนที่ถูกประทับตราล้วนอยู่ในการครอบครองของพวกเขา”
ฉู่ลั่วทำท่าจะถามต่อ ยายเฒ่าเถากลับเอ่ยขึ้นก่อน “เรื่องอื่นฉันไม่รู้แล้ว”
ฉู่ลั่ว “…”
…
เสียงสนทนาดังเข้ามาราง ๆ หน้าอกปวดแน่นตุ้บ ๆ
จี้ไจ่ลืมตาขึ้นช้า ๆ กลอกตามองไปรอบ ๆ ถึงพบว่าตัวเองอยู่บนเบาะหลังรถแล้ว
ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้างกายก็คือฉู่ลั่ว เธอเพิ่งวางสายไป
วินาทีที่เห็นฉู่ลั่ว สมองที่ยังสับสนพลันกลับมามีสติ “เหมิ่งหยวนลี่ล่ะ”
ฉู่ลั่วตอบ “อยู่ที่บ้านยายเฒ่าเถา”
จี้ไจ่ยังคงมีสีหน้าร้อนรน “ร่างเกิดใหม่ของเหมิ่งหยวนลี่เป็นเรื่องใหญ่นะ พวกเราจะปล่อยปละมองข้ามแบบนี้ไม่ได้ จะปิดบังองค์กรศักดิ์สิทธิ์อย่างเรื่องพิษกู่เมื่อคราวก่อนไม่ได้แล้ว”
“เจ้านิกาย ท่านไม่เพียงแต่เป็นผู้ดูแลองค์กรศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นเจ้านิกายแห่งลัทธิเต๋าด้วยนะ!”
เขาเตือนฉู่ลั่ว
“ฉันรู้”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะส่งข่าวให้องค์กรศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้”
“ฉันบอกพวกเขาแล้ว เราต้องกลับไปที่องค์กรในเมืองตี้จิงก่อน”
ได้ยินว่าฉู่ลั่วส่งข่าวให้องค์กรศักดิ์สิทธิ์แล้ว จี้ไจ่ก็โล่งอก
ทางรายการถ่ายทำต่อไป ฉู่ลั่วให้จี้ไจ่อยู่จัดการเหตุเฉพาะหน้า แล้วกลับไปยังตี้จิงตามลำพัง
ทันทีที่ลงเครื่องบิน ก็เห็นผู้บัญชาการซู่มารับเธอด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
เมื่อขึ้นรถแล้ว ซู่เซี่ยงหยางถามเสียงเข้ม “แน่ใจแล้วเหรอ?”
เจ้านิกายพยักหน้า “แน่ที่สุด”