เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 782 ปลาคาร์ปแห่งบ่อบุพเพ
ห้าโมงเย็น วัดก็หยุดต้อนรับนักท่องเที่ยว ประตูหน้าประตูหลังถูก
ปิดหมด
จิ่งเจียเหยียนพุ่งไปถึงขอบบ่อด้วยท่าทีหยิ่งผยอง บนบ่อมีแท่น
ดอกบัวประดิษฐ์ นักท่องเที่ยวไม่น้อยพากันโยนเหรียญเข้าไป
“เสี่ยวหง เสี่ยวหง! ฉันกลับมาแล้ว ตายจริง เธอยังไม่จําแลงกาย
อีกเหรอ”
ผิวนํ้าเรียบนิ่ง…
จิ่งเจียเหยียนเกาะอยู่บนรั้ว ส่งเสียงโหวกเหวกต่อ “เสี่ยวหง ฉัน
จะบอกเธอให้ หลังจําแลงกายสําเร็จแล้วไปเที่ยวที่โลกมนุษย์สนุกสุด
ๆ เลยละ มีทั้งโทรทัศน์ทั้งมือถือ แล้วยังมีของกินอร่อยอีกเยอะแยะ…”
เกลียวคลื่นกระเพื่อมอยู่บนผืนนํ้าวงแล้ววงเล่า
เจ้าอาวาสซิวหนิงและจิ้งเฉินต่างยืนอยู่ข้าง ๆ มองจิ่งเจียเหยียน
พูดจาขิงใส่ผิวนํ้า
ฉู่ลั่วปรายตามองซิวหนิง กระทั่งเห็นแววให้ท้ายในสีหน้าเจ้า
อาวาส
ฉู่ลั่ว “…”
จิ่งเจียเหยียนยังคงพล่ามใส่ผืนนํ้าไม่หยุด ทันใดนั้น ปลาคาร์ปสี
แดงจํ้ามํ่ากระโจนขึ้นจากผิวนํ้าไปถึงกลางอากาศ
เพียะ!
ขณะที่ทุกคนตั้งตัวไม่ทัน หางของมันกระแทกหน้าจิ่งเจียเหยียน
ก่อนจะตกลงนํ้าอีก หยาดนํ้ากระเซ็นออกมาเป็นดวง
จิ่งเจียเหยียน “…”
ทุกคน “…”
วินาทีต่อมา จิ่งเจียเหยียนกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ “คนลอบ
กัด! แน่จริงมาเจอกันซึ่ง ๆ หน้าสิยะ!”
ตู้ม!
งูสวาทพุ่งตัวลงนํ้า กลับร่างเดิมในเสี้ยววินา แล้วสู้กับปลาคาร์ป
ตัวอ้วนนัวไปหมด
นํ้าสาดกระเซ็น เสียงตูมตามดังไม่หยุด
ฉู่ลั่วมองเจ้าอาวาสซิวหนิงสลับกับหลวงจีนจิ้งเฉิน “ไม่ห้าม
เหรอ?”
จิ้งเฉินตอบ “ช่วงนี้ปลาคาร์ปมักกระโจนขึ้นมาหวดนักท่องเที่ยว
เหมือนเมื่อกี้ แต่พอถามหาเหตุผลมันกลับไม่บอก บางที… อาจารย์
ป้าอาจเค้นเอาเหตุผลมาได้”
ปลาคาร์ปตัวนี้อยู่ในวัดมาหลายร้อยปีแล้ว มีพลังวิญญาณในตัว
ก่อนหน้ายังอยู่อย่างปกติสุข แต่ครึ่งปีที่ผ่านมา ไม่หวด
นักท่องเที่ยวก็กระโดดขึ้นฝั่ง มีอยู่ครั้งหนึ่งนอนพะงาบ ๆ เกือบตาย
อยู่ข้างบ่อ
รอจนหนึ่งงูหนึ่งปลาสู้กันหมดแรง ผืนนํ้าถึงค่อย ๆ สงบลง
จิ่งเจียเหยียนจับหางปลาคาร์ปตัวอ้วนไว้อย่างลําพอง ก่อน
จําแลงเป็นรูปมนุษย์ เอนตัวบนแท่นดอกบัว
“เมื่อกี้เก่งนักไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ยังหวดฉันอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ห้ะ!”
ปลาคาร์ปหัวดื้อไม่พูดไม่จา
จิ่งเจียเหยียนจับหางมันสะบัดเบา ๆ “ตอนฉันมาถึง หล่อนก็อยู่
บําเพ็ญในวัดนี้แล้ว ตอนนี้ฉันจําแลงเป็นมนุษย์แล้วหล่อนก็ยัง
บําเพ็ญอยู่ ไม่มีพรสวรรค์เลยนะยะ!”
ปลาคาร์ปที่กระด้างเงียบเชียบในตอนแรกพ่นนํ้าจากปาก พุ่งใส่
ใบหน้าปีศาจงูสวาท
“…”
จิ่งเจียเหยียนเบิกตาด้วยความโมโห แต่วินาทีต่อมา สีหน้ากลับ
เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฉู่ลั่วและซิวหนิงเองก็ชะงักงัน มีเพียงจิ้งเฉินและหลวงจีนจีวรซีด
ไม่เข้าใจถ้อยคําจากปากปลาคาร์ปเมื่อครู่
ณ วัดจิ่งไท่ท่ามกลางพระอาทิตย์ตก บรรยากาศด้านนอกมีรถรา
มากมายในช่วงเวลาหลังเลิกงาน และเสียงนกหวีดที่ดังมาเป็นครั้ง
คราว
เสียงลมพัดผ่านใบไม้จนเป็นเสียงใบไม้เสียดสีกันอยู่บริเวณใกล้
ๆ
ใกล้เข้ามาอีกหน่อย มีเสียงสวดมนต์ของสามเณรที่ไม่
ประสีประสานัก
แต่ว่า…
เสียงเหล่านี้ไม่ได้เล็ดลอดออกมาเลย มีเพียงบางคนเท่านั้นที่
ตะลึงอยู่ข้างบ่อบุพเพ
พระภิกษุจีวรดํามองซ้ายทีขวาทีด้วยใบหน้าสับสน
จิ้งเฉินก็ยังอยู่ในท่าทีนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน จิ่งเจียเหยียนถึงดูเหมือนจะได้สติคืนมาจาก
อาการตกใจแล้ว เธอดึงหางปลาคาร์ปแล้วแกว่งไปในอากาศ “เมื่อกี้
แกพูดอะไรนะ”
ปลาคาร์ปบิดตัวไปมาอย่างแข็งขืน “ฉันจะเปลี่ยนหนทาง
บําเพ็ญ…”
“เปลี่ยนหนทาง?”
“ใช่ เปลี่ยนหนทางบําเพ็ญไงล่ะ!”
เจ้าอาวาสซิวหนิงเดินเข้าไป พนมมือด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “ท่าน
บําเพ็ญอยู่ในบ่อบุพเพหลายร้อยปี จิตที่แน่วแน่เป็นกุญแจสําคัญของ
การบําเพ็ญ ถ้าหากเวลานี้… ต้องเปลี่ยนหนทางการบําเพ็ญ เกรงว่า
จิตจะไม่มั่นคง แล้วสิ่งที่ทํามาก่อนหน้านี้จะสูญเปล่า”
เดิมทีการบําเพ็ญคือเส้นทางแห่งความยากลําบาก ยิ่งไปกว่านั้น
คือตอนนี้เป็นยุคแห่งความขาดแคลนพลังวิญญาณ
หากเปลี่ยนการบําเพ็ญ จิตก็จะไม่มั่นคง มีความเป็นไปได้สูง
มากว่าจะดับสูญไป และสิ่งที่พยายามทํามาก่อนหน้านี้จะสูญเปล่า
ปลาคาร์ปตัวนี้อยู่ในวัดจิ่งไท่มาหลายร้อยปีแล้ว ในทุก ๆ วันก็จะ
ได้รับพลังวิญญาณจากการรับฟังคําอธิษฐานของมนุษย์ จึงมอบการ
แต่งงานอยู่ข้างบ่อบุพเพ คอยรับพลังจากคําอธิษฐานจากผู้คน
เรื่อยไป
ซิวหนิงเองก็ไม่คิดว่าท้ายที่สุดแล้วมันจะปฏิเสธหนทางการ
บําเพ็ญเช่นนี้ แล้วกลายเป็นปลาคาร์ปทั่วไปอีกครั้ง
“ทําไมท่านถึง… อยากเปลี่ยนหนทางบําเพ็ญ?”