เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 781 เปี้ยนคง
นํ้าพุอมฤตตั้งอยู่บนไหล่เขาของวัด ด้านข้างเต็มไปด้วยหิน
รูปทรงประหลาดแนวตั้ง และด้านหลังหินรูปทรงประหลาด มีบ้าน
โบราณที่ขนาดไม่เกินสิบตารางวา
ข้างบ้านโบราณคือต้นไม้เก่าแก่ขนาดสองคนโอบมิด
อาจเพราะมีนํ้าอมฤต พื้นที่แห่งนี้จึงเปียกชิ้น บนหินรูปทรง
ประหลาดเต็มไปด้วยตะไคร่
จิ่งเจียเหยียนรดนํ้านํ้าอมฤตให้ดอกไห่ถังจนพอ แล้ววางมันบน
หินด้านข้าง ทอดสายตามองรอบ ๆ อย่างถวิลหา “ฉันนึกว่าพวกนาย
รื้อที่พักของฉันทิ้งไปนานแล้วซะอีก”
ซิวหนิงยิ้มบาง “ช่วงไหล่เขาปรับเปลี่ยนสิ่งปลูกสร้างได้ยาก เลย
ไม่ได้ทําอะไร”
จิ่งเจียเหยียนเบ้ปาก “…”
“อาจารย์ป้าวางใจได้ บ้านเก่าของท่านมีคนคอยทําความสะอาด
อยู่ตลอด อยากไปเยี่ยมชมหน่อยไหม”
ได้ยินว่าไปดูได้ ตาของจิ่งเจียเหยียนลุกวาว จับมือฉู่ลั่วแล้วพา
ไปที่บ้านทันที
ทันทีที่เข้าไป ฉู่ลั่วก็สัมผัสถึงความอึมครึ้มเปียกชื้น
มีหน้าต่าง แต่ตั้งอยู่ในจุดอับแสง
มุมหนึ่งในห้องมีหีบวางอยู่สองใบ อีกมุมหนึ่งมีก้านไม้จันทน์ที่ขัด
จนเกลี้ยงวางอยู่ ส่วนตรงกลางมีอาสนะผืนหนึ่ง
“เล็กไปหน่อย แต่ตอนนั้นฉันชอบที่นี่มากเลย เหมาะแก่การ
บําเพ็ญมาก”
“เปี้ยนคงเองก็ชอบมาสวดมนต์ที่นี่สุด ๆ แล้วยังบังคับให้ฉันนั่ง
ฟังอีกต่างหาก บอกว่าฟังบทสวดมนต์แล้วช่วยให้บําเพ็ญได้ดียิ่งขึ้น”
ทั้งที่เป็นเรื่องเมื่อร้อยปีก่อน แต่ยามเล่าถึงอดีต จิ่งเจียเหยียน
รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวาน
ฉู่ลั่วเห็นสีหน้าคะนึงหาของจิ่งเจียเหยียน รวมถึงนํ้าเสียงคิดถึง
บ้าง โอดครวญบ้างแล้วลอบถอนหายใจ
เธอกวาดสายตามองในห้อง
สถานที่นี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษอย่างเห็นได้ชัด มีพลังหยินสูงสุด
สําหรับการบําเพ็ญของปีศาจงูสวาท
ฉู่ลั่วหันมาหาเจ้าอาวาสซิวหนิงอีกครั้ง
เขายังคงยิ้มด้วยสีหน้าเมตตา ทอดมองจิ่งเจียเหยียนที่จับตรงนู้น
ทีจับตรงนี้ที เมื่อสบกับสายตาที่ฉู่ลั่วมองมา ก็ประนมกล่าวเช่นเดิม
“บรรพจารย์ไม่นึกเสียใจ”
ฉู่ลั่ว “…”
“ลั่วลั่ว เธอมาดูนี่เร็ว นี่คือภาพที่ฉันวาดให้เปี้ยนคงล่ะ ไม่คิดเลย
ว่าจะยังอยู่” จิ่งเจียเหยียนเปิดหีบ แล้วหยิบภาพม้วนหนึ่งมาคลี่ออก
เมื่อเห็นภาพคนที่ถูกวาดอย่างหวัด ๆ เจ้านิกายหญิงพลันขมวด
คิ้ว
นอกจากรู้ว่าคนในภาพหัวโล้นแล้ว หน้าตาที่เหลือมองไม่ออก
สักนิด
จิ่งเจียเหยียนกลับมองผลงานตัวเองด้วยความชื่นชม “ฉันนี่วาด
ได้ดีจริง ๆ!”
ฉู่ลั่ว “…”
ปีศาจงูสวาทหยิบภาพอีกม้วนออกมา “เธอดูภาพนี้ ภาพนี้ฉัน
แอบวาดตอนเปี้ยนคงอาบนํ้า”
“แค่ก ๆ ๆ!” รอยยิ้มเปี่ยมเมตตาของเจ้าอาวาสซิวหนิงแข็งค้าง
ไอโขลกรุนแรง
ฉู่ลั่ว “…”
จิ่งเจียเหยียนกลับมีท่าทีไม่ใส่ใจ “โอ๊ย ฉันต้องให้ลั่วลั่วเห็น
หน่อย ถึงแม้ฮั่วเซียวหมิงหน้าตาดี แต่ยังมีคนหน้าตาดีกว่านะจะบอก
ให้… เธอดูดวงหน้านี้สิ เธอดูกล้ามหน้าท้องนี่สิ เธอดู…”
พูดไม่ทันจบ ฉู่ลั่วก็แย่งภาพวาดจากมือปีศาจงูสวาท เดินไปจุด
ที่มีแสงแล้วเพ่งมองภาพ
ภาพนี้ยังคงถูกวาดอย่างหวัด ๆ แต่ยังดีกว่าภาพก่อนมาก
ชายในภาพถอดกาสาวพัสตร์ออกกว่าครึ่ง หันกลับมาด้วย
ใบหน้าเย็นชา สายตาราวกับมีเปลวไฟวูบไหวอยู่ภายใน
จิ่งเจียเหยียน “…”
หลังชะงักไปหลายวิ หล่อนถึงวิ่งเข้าไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “เป็น
ยังไง! หล่อมากใช่ไหม หล่อกว่าฮั่วเซียวหมิงมากเลยใช่ไหม…”
ฉู่ลั่วชี้รอยหวัด ๆ ที่แขนเปี้ยนคง “นี่อะไร”
“เหมือนจะเป็นลายดอกไม้” จิ่งเจียเหยียนเขยิบเข้าไปเพ่งพินิจ
เมื่อระลึกความทรงจําอย่างละเอียดแล้วถึงตอบ “เป็นลายดอกไม้
เหมือนว่าหลังเปี้ยนคงออกเดินทาง ก็มีลายดอกไม้นี้ติดตัวกลับมา”
“ก่อนหน้านั้นไม่มีเหรอ”
“ก่อนหน้านั้น… เหมือนจะไม่มีนะ”
ลวดลายบุปผาแห่งความตาย
ฉู่ลั่วออกแรงกําม้วนภาพวาดเบา ๆ
“มีปัญหาอะไรเหรอ?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิดระหว่างม้วนภาพวาดขึ้น แล้วยื่นให้จิ่งเจียเหยียน
เธอหัวตอบว่า “ไม่มีอะไร”
ขณะที่พูดอยู่ ภิกษุจีวรดําคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกซิวหนิง “เจ้า
อาวาส ปลาคาร์ปในบ่อบุพเพหวดนํ้าใส่นักท่องเที่ยวอีกแล้ว”
ซิวหนิงถาม “มีใครเป็นอะไรไหม?”
“ไม่เป็นไร”
ไม่ใช่แค่ไม่เป็นไร แถมยังดีใจมากด้วย
เพียงแต่…
“หนนี้เป็นหนที่สิบของเดือนแล้ว” หลวงจีนจีวรสีซีดลําบากใจนิด
หน่อย
จิ่งเจียเหยียนได้ยินดังนั้นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “ใช่… ปลา
คาร์ปน้อยตัวเดิมไหม มันยังจําแลงร่างไม่สําเร็จเหรอ?”
เห็นท่าทางสมนํ้าหน้าของหล่อนแล้ว เจ้าอาวาสซิวหนิงสีหน้า
แข็งทื่อไปเสี้ยววินาที “ยัง”
จิ่งเจียเหยียนยิ้มได้ใจ “คิก ๆ ฉันจะไปดูกับนายด้วย!”
ซิวหนิวถอนหายใจ “รอให้ผู้แสวงบุญกลับก่อนแล้วกัน”