เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 791 หย่ากันด้วยดี?
คู่บ่าวสาวเข้ามาในห้องจัดงานแต่งงานโดยไม่รู้อะไรเลย ภาพ
งานแต่งงานอันแสนอบอุ่นในตอนแรก มาตอนนี้กลับมีเสียงดัง
โวยวายไม่หยุด หลังจากทั้งคู่ปรากฏตัว ภายในงานก็เงียบลงทันที
พอเจ้าบ่าวเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่บนเวที ก็ตะโกนเสียงดังว่า “เจี่ยน
เฟย เธอทำอะไร ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ผู้หญิงที่อยู่บนเวทีถือไมค์เอาไว้พร้อมหัวเราะอย่างเย็นชา
“ทำไม? นายเชิญจิงจิงมาร่วมงานแต่งของพวกนายไม่ใช่เหรอ?”
“เค้าไม่อยากมา ฉันเลยมาแทนไงล่ะ!”
“ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี ฉันมาร่วมงานแต่ง
ของนาย ไม่ได้เหรอ?”
เจ้าบ่าวกำลังจะพุ่งเข้าไป แต่ยังไม่ทันได้เข้าไป ก็เห็นเจี่ยนเฟ
ยถือไมค์ไว้ในมือไปพลางเดินทอดน่องไปยังโต๊ะของพ่อแม่เจ้าสาว
“ขอถามพ่อแม่ของเจ้าสาวหน่อยค่ะ ไม่ทราบว่านี่เป็นธุรกิจครอบครัว
ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษเหรอคะ?”
ผู้ใหญ่ทั้งสองไม่เข้าใจ แต่พวกเขามองเจตนาร้ายของเจี่ยนเฟ
ยออก พ่อของเจ้าสาวยืนขึ้นด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “เธอ
เป็นใคร? แล้วกล้าดียังไงมาทำลายงานแต่งงานของลูกสาวฉัน!”
“คนที่มันกล้ารังแกลูกสาวของฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยไว้แน่!”
“โธ่! ช่างเป็นพ่อที่รักลูกสาวจังเลยนะคะ!” เจี่ยนเฟยทำหน้า
ตกใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณไม่ดูแลลูกสาวของคุณให้ดี อย่าให้เธอ
สืบทอดธุรกิจครอบครัวแบบนี้สิคะ! เป็นเมียน้อยมืออาชีพขนาดนี้
ถึงกับทำลายการแต่งงานของคนอื่น แถมยังตั้งใจทำลายด้วย!”
“ยัยเด็กคนนี้พูดไร้สาระอะไร? เมียน้อยอะไร!” พ่อของเจ้าสาว
มองเจี่ยนเฟยด้วยความโกรธ “ฉันจะฟ้องเธอข้อหาเผยแพร่ข่าวลือ
เสียหาย และหมิ่นประมาท”
“คุณฟ้องสิ!” เจี่ยนเฟยทำหน้าไม่แยแส “ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาว
ของคุณหน้าด้านเกินไป ถึงขั้นกล้าส่งการ์ดเชิญงานแต่งงานไปให้
เพื่อนสนิทของฉัน ฉันแม่งไม่มางานแต่งน่ารังเกียจแบบนี้หรอก!”
หล่อนยกมือขึ้นมา ชี้ไปที่ป้ายตกแต่งในสถานที่จัดงานแต่งงาน
“รักแท้เหรอ? อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าเหรอ มีลูกในเร็ววัน?”
“ถุย!”
“เจี่ยนเฟย!” เจ้าบ่าวพุ่งเข้ามาแย่งไมค์ไปจากมือหล่อน “กุ้ยหลิง
เอ๋อร์ให้เธอมาใช่ไหม ฉันบอกตั้งกี่ครั้งแล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเค้า
แล้ว กุ้ยหลิงเอ๋อร์ช่วยรักตัวเองหน่อยได้ไหม”
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมได้ยินต่างก็ชะงักไป พวกเขาไม่รู้ว่าควร
ตอบสนองอย่างไร
ในตอนนั้นเองคุณคือกาลเวลาของฉันก็พูดในช่องไลฟ์สตรีมว่า
“ฉันกับซูเฟิงคือรักแท้ ฉันไม่ใช่เมียน้อยด้วย เธอใส่ร้ายฉันค่ะ”
เจี่ยนเฟยเห็นคุณคือยังถือโทรศัพท์ไว้ไลฟ์สตรีมอยู่ หล่อนก็ไม่
สนใจเจ้าบ่าวอย่างซูเฟิงและพุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์ไป ก่อนพูดกับ
กล้องโดยไม่ได้ดูจำนวนผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมด้วยซ้า “เธอยังกล้า
ไลฟ์สตรีมอีกเหรอ ได้เลย! ถ้าอย่างนั้นก็ให้คนรู้กันไปทั้งโลกเลยว่า
สุนัขตัวผู้ตัวเมียอย่างพวกเธอมันเป็นคนยังไง”
เจ้าบ่าวรีบเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ขณะที่ในงาน
กำลังสับสนวุ่นวาย
เจี่ยนเฟยถือโทรศัพท์ไว้ แล้วพยายามหลบหนีเจ้าหน้าที่รักษา
ความปลอดภัยไป หอบหายใจพูดกับกล้องไป “พวกเขาสองคนเป็น
คนสารเลว! ไอ้หมาตัวผู้นี่ยังไม่ทันจะหย่า ก็มาคบหาและอยู่กินกับนัง
สารเลวคนนี้แล้ว”
“นังสารเลวนี่ก็มีความสามารถเฉพาะตัวที่สืบทอดมาจาก
ครอบครัว หล่อนเกลี้ยกล่อมให้ไอ้หมาตัวผู้นี่ไปอยู่กับหล่อนในวัน
ครอบครอบแต่งงานของพวกเขาได้”
“แถมยังจงใจเลือกแต่งงาน ตรงกับวันครบรอบแต่งงานของเพื่อน
ฉันอีก!”
ซูเฟิงวิ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์มือถือในมือของเจี่ยนเฟยไป เขาชี้
หน้าคนก่อความวุ่นวายด้วยความโกรธ “เข้าใจคำว่าจบกันด้วยดี
ไหม? ไม่รู้สึกอะไรแล้วจะหย่ากัน แล้วยังไง หย่ากันมันผิดเหรอ?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนวิ่งเข้ามาจับตัวเจี่ยนเฟย
ไว้ และจะลากหล่อนออกไปข้างนอก
แต่ขณะที่กำลังลากไปกลับมากระเป๋าถือใบหนึ่งฟาดเข้ามา
กระแทกใส่ตัวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จนเขาเผลอปล่อย
เจี่ยนเฟย
“เฟยเฟย เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!” กุ้ยหลิงเอ๋อร์พุ่งเข้ามาประคอง
เพื่อนสาว
“กุ้ยหลิงเอ๋อร์ เธอจะมาป่วนงานแต่งงานใช่ไหม?” ซูเฟิงชี้ไปที่กุ้ย
หลิงเอ๋อร์ “ตอนหย่ากัน พวกเราตกลงกันดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าหย่า
กันแล้วก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก ฉันบอกเธอตั้งนานแล้ว ฉันไม่รักเธอ
แล้ว ฉันรักเสวี่ยเอ๋อร์”
กุ้ยหลิงเอ๋อร์ไม่แม้แต่จะมองซูเฟิง เธอแค่สำรวจดูเจี่ยนเฟยเพื่อน
รักก่อน ถึงค่อยมองซูเฟิงกับเสวี่ยเอ๋อร์อย่างเย็นชา
“ฉันรู้เว่าคุณรักหล่อน! คุณรักหล่อนถึงขนาดไปนอนกับหล่อน
ในวันครบรอบแต่งงานของเรา คุณรักหล่อนถึงขนาดทิ้งฉันไว้ที่
โรงพยาบาล เพื่อไปดูแลหล่อนที่ป่วย”
“ถ้าพวกคุณไม่ใช่รักแท้ ก็คงไม่ยุติธรรมกับเด็กที่แท้งไปแล้วล่ะ!”
กุ้ยหลิงเอ๋อร์ทำหน้าเย้ยหยัน โดยไม่สนใจจะมองสีหน้าของคู่บ่าว
สาวด้วยซ้า