เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 792 การแต่งงานล้มเหลว
“คุณคิดว่าฉันอยากมาเป็นพยานในงานแต่งที่สวยงามของพวก
คุณเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อนส่งข่าวให้ฉัน บอกว่าหวังว่าฉันจะมา
ร่วมงานแต่งของพวกคุณ หวังว่างานแต่งของพวกคุณจะได้รับคำอวย
พรจากฉัน”
เสวี่ยเอ๋อร์รีบพูดแก้ตัว “ฉันอยากได้รับคำอวยพรจากคุณจริง
ฉันไม่อยากให้คุณจมอยู่กับอดีต ฉันไม่อยากให้คุณเกลียดซูเฟิง”
ซูเฟิงรีบเข้ามาโอบเธอไว้ “ผมรู้ ผมรู้ว่าคุณหวังดีกับผม”
เขาปลอบโยนเสร็จ ก็มองไปที่กุ้ยหลิงเอ๋อร์ “เสวี่ยเอ๋อร์เจตนาดี
แต่เธอทำกับเสวี่ยเอ๋อร์แบบนี้เหรอ?”
กุ้ยหลิงเอ๋อร์หัวเราะเยาะ
เจี่ยนเฟยจะพุ่งเข้าไปทุบตีซูเฟิงอีกครั้ง แต่ถูกเพื่อนสนิทคว้าตัว
เอาไว้
“ไอ้หมาตัวผู้นี่ ถ้าไม่ตีมันให้ตาย ฉันคงกำจัดความเกลียดชังใน
ใจไม่ได้!”
กุ้ยหลิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “ช่างเขาเถอะ”
เมื่อเกลี้ยกล่อมเพื่อนสนิทได้แล้ว เธอถึงมองไปที่ซูเฟิงกับอู่เสวี่ย
“ซูเฟิง คุณไม่ต้องทำท่าทางโกรธเคืองโกรธแค้นต่อหน้าฉัน
เหมือนว่าฉันขัดขวางไม่ให้พวกคุณอยู่ด้วยกันแบบนั้นหรอก”
“แต่คุณเองก็อย่าลืมล่ะ เมื่อก่อนคุณก็เคยพูดว่ารักฉัน”
“เคยปกป้องฉันแบบนี้”
“ตอนที่แต่งงานกัน ก็เคยบอกว่าจะรักฉันคนเดียวไปตลอดชีวิต”
แขกที่อยู่ในงานแต่งงานบางคนหยิบโทรศัพท์มาแอบถ่ายไว้ บาง
คนยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความประหม่า
“หลังจากที่ฉันรู้ว่าคุณไปนอนกับเธอ คุณก็บอกฉันว่าคุณรัก
เธอ”
“คุณใส่ใจเธอมากกว่าฉัน”
“เรื่องพวกนี้ฉันไม่สนใจหรอก”
“แต่ว่า…” กุ้ยหลิงเอ๋อร์เดินไปขวางหน้าเจี่ยนเฟยเอาไว้ “คุณจะ
รังแกเพื่อนสนิทของฉันไม่ได้! ฉันไม่เคยคิดจะสร้างความลำบากใจ
ให้พวกคุณเลย”
“แต่เพราะคุณไม่มีมารยาทและไม่ซื่อสัตย์ก่อน ก็อย่ามาโทษว่า
ฉันไม่เกรงใจพวกคุณสองสามีภรรยา”
เธอหันกลับไปมองเพื่อนสนิท พลางถามว่า “เธอปริ้นท์รูปถ่ายที่
ฉันเซฟไว้มาเยอะมากเลยใช่ไหม”
“ใช่…”
เจี่ยนเฟยหยิบรูปภาพปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
เพียงพริบตา ภาพเหล่านั้นก็ถูกโยนจนกระจายไปทั่วราวกับ
ดอกไม้
ซูเฟิงก้มหน้ามองก็เห็นว่าในบรรดารูปพวกนั้น เป็นภาพบันทึก
การสนทนาของเขากับเจ้าสาวของงานอย่างอู่เสวี่ย อู่เสวี่ยถามเขา
ด้วยความเสียใจว่าเมื่อไหร่เขาจะหย่า เขาบอกว่าจะหย่าให้เร็วที่สุด
อย่างน้อยต้องรอให้กุ้ยหลิงเอ๋อร์เอาเด็กออกก่อนถึงจะหย่าได้
แขกในงานมีบางคนเก็บรูปภาพขึ้นมาดู และมองด้วยสีหน้า
รังเกียจ
บางคนซุบซิบนินทาพร้อมหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป บางคน
กระซิบกันเสียงเบา
พ่อแม่ของอู่เสวี่ยมองรูปภาพบนพื้น และยังมีรูปส่วนตัวตอนที่ลูก
สาวของตนอยู่บนเตียงกับซูเฟิงด้วย
แม้จะถ่ายมาไม่เห็นอะไร เห็นแค่มือคู่หนึ่งที่เกาะกุมกันไว้ แต่ดู
จากผ้าปูเตียงยับย่น เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายไปคนละทิศทาง ก็มอง
ออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
นอกจากนั้นยังมีภาพข้อความของอู่เสวี่ยหลังส่งภาพไปให้กุ้ย
หลิงเอ๋อร์ว่า
[วันนี้เขาอยู่กับฉัน เธอไม่ต้องรอเขานะ]
พ่อของอู่เสวี่ยหยิบรูปภาพขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา เขาเดินไป
ตรงหน้าลูกสาว “ลูกบอกพวกเราว่า เขากับภรรยาเก่าหย่ากันเพราะ
ไม่ได้รักกันแล้ว”
อู่เสวี่ยค่อยข้างกลัว แต่ยังพูดยืนกรานว่า “พวกเขาไม่ได้รักกัน
แล้วจริง ๆ ค่ะ พ่อคะ แม่คะ พ่อกับแม่ก็เห็นแล้ว เขาดีกับหนูมาก
ขนาดไหน ดีกับครอบครัวเรามากขนาดไหน”
“เขาซื้อบ้านซื้อรถให้หนูหมดเลย และยังซื้อในชื่อหนูด้วย”
“พวกเรารักกันนะคะ!”
เพียะ!
พ่อของอู่เสวี่ยตบหน้าเธอ “แกมียางอายบ้างไหม! ตอนเขายัง
ไม่ได้หย่า แกเป็นเมียน้อย แกทำลายชีวิตคู่คนอื่น ยังมีหน้ามาพูดอีก
เหรอ!”
“แก… แก…”
“ไป! กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้! งานแต่งงานวันนี้ ไม่แต่งมันแล้ว!”
ภายในงานวุ่นวายไปหมด
ครอบครัวและญาติของฝั่งชายหญิงต่างก็สับสนงุนงง
ญาติบางคนอับอายมากจนจากไปโดยไม่ร่าลา
ซูเฟิงมองภาพความโกลาหล เขาก็ชี้หน้าอดีตภรรยากับเพื่อน
สนิทของเธออย่างโกรธแค้น “นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเรา เธอ
เปิดเผยเรื่องส่วนตัวของพวกเรา ฉันจะฟ้องเธอ”
กุ้ยหลิงเอ๋อร์สะบัดก้นใส่ “ก็แล้วแต่!”
พูดจบ เธอก็พาตัวเพื่อนสนิทของตัวเองออกไป
“ที่รัก ที่รัก…”
อู่เสวี่ยตะโกนเรียกซูเฟิง เขาก็รีบเข้าไปขวางพ่อแม่ของอู่เสวี่ย
ไม่ให้พวกท่านทำร้ายเธอ “พ่อครับ แม่ครับ ผมรักอู่เสวี่ยจริง…”
เพียะ!
ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกพ่อของอู่เสวี่ยตบเข้าแล้ว
“ถ้าแกรักเธอจริง คงไม่ทำลายชื่อเสียงของลูกสาวฉันตั้งแต่
ตัวเองยังไม่หย่าหรอก! แกมันเป็นตัวอะไร!”
คำด่าทอนี้ พ่อแม่ของเจ้าบ่าวเองก็ได้ยิน พวกเขาวิ่งเข้ามา
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาตบลูกชายฉัน! จะโทษก็โทษลูกสาวของคุณ
ที่ร่านเกินไป ลูกชายฉันแต่งงานอยู่ดี ๆ แต่ถูกลูกสาวคุณล่อลวงจน
ต้องหย่า…”
“ลูกชายคุณ…”
“ลูกสาวคุณ…”
“!@#$%”