เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 808 ไปหาเขา
เฉิงยวนเห็นสิ่งเหล่านี้แล้วไม่เปลี่ยนสีหน้าเท่าไร ตัวเองเป็น
วิญญาณร้ายมาตั้งหลายปี เคยเจอผีมาทุกประเภทแล้ว
หล่อนชี้แขนผีที่กำลังควักลำไส้ในรูปถ่าย “นี่… อะไร”
ซู่เซี่ยงหยางตอบ “บุปผาแห่งความตาย”
เมื่อดูรูปหลาย ๆ ใบที่เผยรูปลักษณ์เดิมออกมาแล้ว “ไม่ใช่แค่ผี
ตนเดียว ผีทุกตนบนรถนี้ รวมถึงคนขับรถและยมทูตสองตนนี้ต่างมี
ร่องรอยบุปผาแห่งความตายที่แขน”
แม้ยังไม่เข้าใจว่านี่หมายความว่ายังไง แต่ซู่เซี่ยงหยางชักระแวง
แล้ว
“ใช่หมดเลยเหรอ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้วมุ่น “นี่มีความหมายว่าอะไร ในวิชาเต๋ามี
คำอธิบายไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหัว “วิชาเต๋าไม่มีบันทึกเกี่ยวกับบุปผาแห่งความตาย
เลย”
เฉิงยวนวางรูปเหล่านี้ไว้ด้วยกัน “ยมโลกไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือ”
ฉู่ลั่วเงียบไปสามสี่วิ “ยมโลกแยกตัวเป็นเอกเทศกับโลกมนุษย์มา
แต่ไหนแต่ไร ไม่เคยมีกรณีร่วมมือกับโลกมนุษย์มาก่อน”
“แต่พวกเขาเป็นฝ่ายมาหาเจ้านี่”
ฉู่ลั่ว “…”
อีกเฉิงยวนกัดฟัน มือกำหมัดทุบโต๊ะแรง ๆ “พวกเขารู้แน่! แต่
พูดไม่ได้ บอกเจ้าไม่ได้ เอาแต่ปล่อยให้เจ้าไปสืบเอง”
หล่อนผงกหัว รอยยิ้มหยันเต็มใบหน้า “มิน่าถึงให้อำนาจเจ้ามาก
ขนาดนี้ ปล่อยให้เจ้าเข้าออกยมโลกได้ตามต้องการ แล้วยังให้เจ้า
สตรีมในนรกด้วย ที่แท้เพราะฝั่งตัวเองก่อปัญหาไว้ ต้องให้…”
คำพูดที่เหลือ เฉิงยวนกลืนกลับไปท่ามกลางสายตาฉู่ลั่ว
หล่อนใช้มือทุบโต๊ะอีกครั้งเพื่อระบายความโกรธของตัวเอง
หน้าตาซู่เซี่ยงหยางทั้งตระหนกทั้งโมโห แม้เฉิงยวนไม่ได้บอกไว้
ชัดเจน แต่ตัวเขาก็พอปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว
เขามองหน้าฉู่ลั่วอย่างตึงเครียด “ตอนนี้เราควรทำยังไงดี”
ฉู่ลั่วเงียบไปครู่หนึ่ง “อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น จะให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้
ว่าเราจะลงมือแล้ว”
“แล้วจะสืบกันยังไง?”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ หากแต่หันมองผู้บัญชาการ
“…” ซู่เซี่ยงหยางเงียบไปหลายวินาที ถึงกระจ่างแจ้ง “ไปหาเขา
อีกเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “งานนี้ให้ทางรายการออกหน้าเป็นการดีที่สุดค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
…
ตระกูลชวี
คุณพ่อชวีนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเลื่อนลอย ใต้เท้าเขาคือ
กล่องผ้าไหมกล่องนั้น รูปถ่ายและสิ่งของในนั้นถูกกางออกในอีกด้าน
หนึ่ง
คุณแม่ชวีเห็นสภาพเช่นนั้นแล้วก็ถอนหายใจ
“คุณพ่อ คุณแม่ มากินอะไรหน่อยเถอะ” ชวีพาน หรือเจ้าของ
แอ็กเคาน์ ‘ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงลงลง’ และแฟนสาวยกบะหมี่ออกมา
พร้อมส่งเสียงเรียก เห็นว่าคุณพ่อชวีและคุณแม่ชวีไม่มีปฏิกริยาอะไร
ก็ได้แต่เดินเข้าไปกล่อม “ปรมาจารย์บอกว่าจะมาต้องมาแน่ครับ”
ถงเนี่ยนก็เดินเข้าไปด้วย “คุณอา คุณดูคลิปของปรมาจารย์ฉู่มา
หลายคลิปแล้ว คงรู้แล้วว่าเธอเก่งขนาดไหน”
“ต้องไม่มีปัญหาแน่ ๆ ค่ะ”
“อีกอย่าง หลังปรมาจารย์มาแล้ว ไม่แน่เธออาจอยากให้เรา
เตรียมอะไรให้ก็ได้ คุณอาเองก็ต้องเป็นที่พึ่งพา ถ้าปรมาจารย์
ต้องการอะไร แค่คุณอากลับเป็นลมเพราะหิวข้าว ไม่เท่ากับเสีย
โอกาสไปเหรอคะ”
ประโยคนี้ทำให้คุณพ่อชวีที่หมดอาลัยตายอยากเงยหน้า
เขาจ้องถงเนี่ยนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้า
อย่างนั้นก็กินสักหน่อยเถอะ”
ได้ยินดังนั้น ถงเนี่ยนยักคิ้วให้แฟนหนุ่มอย่างลำพอง
ชวีพานอดยิ้มไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของบ้านตัวเองก็
ถอนหายใจออกมาช้า ๆ
เนี่ยนเนี่ยนดีขนาดนี้ เขาไม่ควรทำให้เธอเสียเวลา
คนทั้งครอบครัวนั่งกันอยู่ที่โต๊ะ ยกบะหมี่ขึ้นกินสองสามคำ
คุณพ่อชวีฝืนกินบะหมี่ไปหมดถ้วย
ทันทีที่กินเสร็จ ก็มีเสียงเคาะประตูดังเข้ามา
ชวีพานผงะ เอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณ “จะใช่ท่าน
ปรมาจารย์ไหม?”
เมื่อเช้าฉู่ลั่วติดต่อเขามาว่าจะมาหาวันนี้
แต่ต่อให้ปรมาจารย์นั่งเครื่องบินมาทันทีที่วางสาย ก็ไม่น่าจะถึง
เร็วขนาดนี้!
เขาเดินไปเปิดประตูอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ท่านปรมาจารย์!”
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่ฉู่ลั่วแล้วจะเป็นใครได้
หนนี้คนที่ตามฉู่ลั่วมาคือเฉิงยวน วิญญาณสาวใส่คอนแท็กต์
เลนส์ บนตัวมียันต์ของฉู่ลั่ว ถ้าไม่ใช่ผู้บำเพ็ญระดับสูงก็จะมองไม่
ออกว่าหล่อนคือผีร้ายพันปี