เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 810 ศาลเจ้า
ไม่เพียงแต่เฉิงยวนที่รู้สึกว่ามีปัญหาแล้ว แต่คนตระกูลชวีล้วน
คิดแบบนี้กันหมด
ชวีพานกระซิบกับถงเนี่ยน “คุณไม่ต้องไปแล้วนะ นี่เป็นเรื่องของ
ครอบครัวเรา ผมไม่อยากทำให้คุณต้องลำบาก”
ถงเนี่ยนเองก็กดเสียงต่า “มาถึงนี่แล้ว คุณยังจะให้ฉันกลับไปอีก
เหรอ!”
หล่อนมองฉู่ลั่วกับเฉิงยวนด้วยแววตาวาวโรจน์
วันนี้ฉู่ลั่วสวมชุดกระโปรงยาวผ้าลินิน ส่วนเส้นผมที่ดำขลับนั้นก็
ใช้ปิ่นปักผมสีไม้มาปักไว้
เห็นได้ชัดเลยว่าการแต่งตัวดูเรียบง่าย แต่กลับดูมีกลิ่นอายความ
ศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมา
ส่วนเฉิงยวนใส่ชุดกี่เพ้าสีม่วง ดัดผมเป็นลอนใหญ่และการ
แต่งหน้าประณีต ที่มือของหล่อนมีพัดกลมโบกอยู่เบา ๆ ขณะที่เดิน
บิดสะโพกไปมา
คนหนึ่งราวกับเซียนสวรรค์ อีกคนก็เป็นพี่สาวพราวเสน่ห์มี
ชีวิตชีวา ตอนเห็นพวกเธอทั้งสองคน ถงเนี่ยนรู้สึกว่าในหัวของตัวเอง
มีคำชมที่ล้าลึกเกิดขึ้นมามากมาย
ถงเนี่ยนไม่สนใจชวีพาน แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปอยู่ข้างฉู่ลั่วกับเฉิง
ยวน “ปรมาจารย์ฉู่ คุณมั่นใจไหมคะ ถ้าพวกเราเข้าไปแล้วจะมี
อันตรายหรือเปล่า?”
เฉิงยวนแย้มรอยยิ้ม ทำให้ใบหน้าสดใสนั้นยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้นไป
อีก “ถ้ามีอันตรายก็คงไม่ให้พวกเจ้าตามมาแล้ว”
ถงเนี่ยนเห็นรอยยิ้มนั้นก็หน้าแดงขึ้นมา เอาแต่ตามติดข้างกาย
และออดอ้อนสาวสวยทั้งสองเหมือนกับเด็กสาวตัวน้อย ๆ
ชวีพาน “…”
แฟนหนุ่มที่เคยได้รับสิ่งนี้แค่สมัยเริ่มจีบใหม่ ๆ ทำเอาตอนนี้เกิด
ความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ
แฟนสาวของเขาคงไม่ได้ตามมาที่ศาลเจ้าเซี่ยอู่ทงด้วยกัน
เพราะว่าสาวสวยสองคนนี้หรอกนะ!
ไม่ได้มาเพราะเขาด้วยซ้า!
ชวีพาน “…”
ศาลเจ้าเซี่ยอู่ทงไม่ได้ใหญ่ แต่มีการสร้างไว้อย่างสวยงามมาก ๆ
แสดงให้เห็นเลยว่าในตอนนั้นคนตระกูลชวีให้ใจกับที่นี่มาก
ศาลเจ้าเซี่ยอู่ทงในวันนี้มีคนมาไม่มากนัก
มีเพียงคนแก่สิบกว่าคนที่ถือกระเป๋าเข้า ๆ ออก ๆ กันอยู่
พวกคนแก่พูดคุยกันเสียงแผ่วเบา กระทั่งเห็นคุณชวีจึงส่งยิ้มมา
ให้เขา “วันนี้ยังไม่ถึงเวลาเลย ทำไมคุณถึงมาแล้วล่ะ?”
คุณพ่อชวีตอบ “มาไหว้ครับ มาไหว้!”
“อ๋อ! เข้าไปไหว้สิ! แต่พวกนักพรตไม่อยู่กันหรอกนะ ในศาลว่าง
เปล่าเลย”
“ไม่มีใครอยู่เหรอครับ?”
“อื้ม ไม่มี”
พวกคนแก่พูดเสร็จก็เดินออกไป
พอเดินไปจนถึงประตูใหญ่ก็เห็นว่าประตูศาลเจ้าปิดสนิท ดู
ท่าทางแล้วเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่จริง ๆ
“หรือว่าจะหนีกันไปแล้ว?” ชวีพานก้าวไปเคาะประตูแต่ก็ไม่มีใคร
ตอบ “คราวนี้ทำยังไงกันดีครับ?”
คนตระกูลชวีเองก็ยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูเช่นกัน
ปรมาจารย์ฉู่อุตส่าห์มา ถ้าพวกเขาหนีไปแบบนี้ล่ะก็…
ถงเนี่ยนเองก็มีสีหน้ากังวลเช่นกัน แต่พอมองไปทางฉู่ลั่วกับเฉิง
ยวนแล้ว
หล่อนก็เห็นใบหน้าที่งดงามของเฉิงยวนก็หมดคำพูด “พี่เฉิงคะ!”
จากการที่ได้พูดคุยกันเมื่อครู่ หล่อนได้เลื่อนขั้นความสนิทสนม
มาถึงขั้นที่สามารถเรียกพี่ได้อย่างราบรื่นแล้ว
เฉิงยวนเดินไปตรงหน้าประตู
จากนั้นคุณพ่อชวีจึงถาม “ปรมาจารย์ คุณมีวิธีอะไรไหมครับ?”
ชวีพานถาม “ปรมาจารย์เตรียมจะทำยังไงครับ เป็นวิธีที่จะเรียก
พวกเขากลับมาหรือเปล่า?”
คุณแม่ชวีเองก็มองเฉิงยวนอย่างกังวลเช่นกัน
“หนีจากการเป็นนักพรตไปได้… แต่หนีจากศาลไปไม่ได้หรอก!”
ตึก
เมื่อสิ้นเสียงลง เฉิงยวนพลันก้าวเท้าเดินเข้าไป
เสียงแผ่นดินไหวดังขึ้นตามมาด้วยประตูบานพับทั้งสองด้าน
กระเด็นออกไปไกลถึงหลายสิบก้าว กระแทกเข้ากับบนไดศาลเจ้า
เฉิงยวนชักฝีเท้ากลับแล้วสะบัดพัดกลมนั้นอย่างสง่างาม ทำท่า
ทางเชิญทุกคน “ตอนนี้สามารถเข้าไปได้แล้วค่ะ!”
คนตระกูลชวี “…”
ถงเนี่ยน “…”
วินาทีต่อมา ถงเนี่ยนก็ตื่นเต้นขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปเดินอยู่ข้าง ๆ
เฉิงยวน “พี่เฉิง ก้าวเมื่อกี้ของพี่เท่มากเลย”
“ใช่ไหม” เฉิงยวนมีสีหน้าภาคภูมิใจ “มันแน่อยู่แล้วที่ข้าจะดูเท่”
“อื้อ ๆ เท่มาก ๆๆ เลยค่ะ!”
ฉู่ลั่วกับเฉิงยวนเดินเข้าไป จากนั้นคนตระกูลชวีก็ตามหลังเข้า
ไป
ศาลไม่ได้ใหญ่แต่ก็มีทุกสิ่งที่ควรมีเลย
ที่บนวิหารกลางมีเทวรูปทั้งห้าตั้งอยู่ ที่ใบหน้าของเทวรูปนั้นดูดุ
ร้ายแปลก ๆ แล้วก็จ้องมาที่ผู้คนด้านล่างด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
เฉิงยวนเดินไปที่วิหารกลางแล้วมองซ้ายทีขวาที จากนั้นก็ยกพัด
ในมือชี้ออกไป “นี่คือเซี่ยอู่ทงใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว”
“เปลี่ยนแปลงไปดูแปลกจริง หน้าตาดูน่าเกลียดด้วย!”
คนตระกูลชวี “…”
แม้จะรู้ว่าเทพอู่ทงเป็นเทพด้านชั่วร้าย แต่พวกเขาเองก็ไม่กล้า
ประมาทเช่นกัน
มีเพียงปรมาจารย์ทั้งสองเท่านั้นที่เผชิญหน้ากับเทพชั่วร้ายที่ได้
อย่างสบาย ๆ
เฉิงยวนหันไปมองพิจารณาเทวรูปของเทพอู่ทง แล้วก็เคลื่อน
สายตาไปยังแขนของเทพอู่ทงอย่างช้า ๆ
เป็นดังที่คาด…
ลวดลายของบุปผาแห่งความตายชัดเจนมาก ๆ
เธอกับฉู่ลั่วสบตากัน และมองสีหน้าของกันและกันออกทาง
สายตาเลย