เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 811 ปีศาจเฝ้าศาล
“ปรมาจารย์ เมื่อกี้ผมดูแล้ว ไม่มีนักพรตเต๋าเลยสักคนครับ”
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหนีไปแล้วจริง ๆ”
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นมองเทวรูปที่สูงใหญ่ดูดุร้ายนั้น แล้วยิ้มเยาะพลาง
บอก “ในเมื่อสามารถหนีไปได้ก็สามารถกลับมาได้ ก็แค่ทำให้พวก
เขากลับมาก็จบ”
คนตระกูลชวี “…”
ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ปรมาจารย์ในตอนนี้ค่อนข้างจะน่ากลัว
ทีเดียว!
ในยามราตรีที่มืดสนิท
บนภูเขามีลมพัดกิ่งก้านใบไม้จนเกิดเสียงต้นไม้เสียดสีกันอยู่
เป็นครั้งคราว
เงาหลายร่างปรากฏตัวขึ้นในยามราตรีอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้ง
กระโดดข้ามผ่านกิ่งก้านและขวางหนามมาเรื่อย ๆ
จนกระทั่งร่างทั้งห้ามาหยุดลงที่หน้าศาลเจ้าเซี่ยอู่ทง
“เกินไปแล้ว พังประตูไปได้ยังไงกัน!?”
เมื่อเห็นประตูใหญ่ที่เปิดอยู่ ร่างที่ดูน่ากลัวทั้งห้าก็มีสีหน้าตกใจ
ระคนโกรธ
“แม้ว่าพวกเราจะทำอะไรผิดไปก็พังประตูเข้าไปไม่ได้นะ คนสมัย
นี้ไม่ได้ทำตามกฎหมายกันหมดแล้วเหรอ นี่มันเป็นการบุกรุกไม่ใช่
เหรอ? เราไปฟ้องร้องเธอได้นะ”
“ฉู่ลั่วสมคำเล่าลือกันจริง ๆ วิธีการที่ร้ายกาจกับจิตใจที่
โหดเหี้ยม ช่างเป็นศัตรูตัวฉกาจของปีศาจอย่างพวกเราจริง ๆ”
“ตอนนี้พวกเราอ่อนแอกันอยู่ ทำได้เพียงถอยก้าวหนึ่งก่อน รอ
วันหลังก่อนเถอะ… หึ”
พวกเขาบ่นอุบอิบกันอยู่ที่หน้าประตู แต่กลับไม่มีใครกล้าย่าง
กรายเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว
“พี่ใหญ่ พวกเราต้องเข้าไปไหม?”
“เข้าไปสิ ต้องเข้าไปอยู่แล้ว นี่มันเป็นถิ่นของเรา อยากเข้าก็เข้า
ได้ อยากออกก็ออกได้”
“งั้น…เราเข้าไปตอนนี้กันเลยเถอะ!”
ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกไป อีกสี่คนก็ไม่ส่งเสียงอะไรออกมาเลย
สายลมพัดผ่านไปจนใบไม้ร่วงหล่นลงที่พื้น
“ดูเหมือนว่าจะไม่มี… พลังวิญญาณของผู้บำเพ็ญนะ”
“ไม่มีจริง ๆ”
“เราเข้าไปกันเถอะ”
“ใช่ ไม่ว่ายังไงที่นี่ก็เป็นถิ่นของเรา ถ้าเธอกล้ามาแตะต้องพวก
เราล่ะก็…”
“ก็อะไร?” น้าเสียงเยือกเย็นดังขึ้นมา
จากนั้นศาลเจ้าที่เดิมทีมืดสนิทก็สว่างขึ้นในทันใด
เทียนทั้งสองแถวก็จุดขึ้นมาทันที
และตรงกึ่งกลางนั้นคือฉู่ลั่วที่ทำให้พวกเขากลัวจนตัวสั่น
“หนี!”
ทันทีที่หันหลังกลับ ร่างทั้งห้าก็หนีออกไปในห้าทิศทางที่แตกต่าง
กันทันที
เพียงแต่ในวินาทีต่อมา ร่างที่เต็มไปด้วยพลังหยินร่างหนึ่งก็พุ่ง
ออกมาจากในป่า และในระหว่างแสงไฟนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง
โหยหวนดังมาจากในป่าด้วย
พอคนตระกูลชวีที่หลบอยู่ด้านข้างได้ยินเสียงกรีดร้องนั้นก็รู้สึก
ใจสั่นขึ้นมา
“ปรมาจารย์ ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ?”
ถงเนี่ยนที่ได้กลายเป็นแฟนคลับตัวยงของเฉิงยวนไม่รอให้ฉู่ลั่ว
ตอบ ก็ชิงตอบออกไปอย่างแน่วแน่เสียก่อนแล้ว “พี่เฉิงเก่งกาจมาก
ต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนอยู่แล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ก็ได้ยินเสียงของตกจากฟ้าลงมากระทบพื้น
ดังโครม ๆๆ
เฉิงยวนปรากฏตัวออกมาด้วยสีหน้ารังเกียจ “ก็แค่ปีศาจตัวเล็ก
ตัวน้อยไม่กี่ตัว การบำเพ็ญยังสู้จิ่งเจียเหยียนไม่ได้ด้วยซ้า”
ปีศาจไม่กี่ตัวที่ว่าตกลงมาทับกัน พร้อมส่งเสียงร้อง
ตัวที่อยู่ด้านล่างสุดจึงพูดออกมาอย่างดุร้าย “รอให้พี่ใหญ่ของ
พวกเรามาก่อนเถอะ พวกแกได้เห็นดีกันแน่”
“ใช่ ๆๆ รอพี่ใหญ่ของเรามาก่อนเถอะ พวกแกก็รอรับผลที่ตาม
ได้เลย”
“ฉันจะบอกให้นะว่าพี่ใหญ่ของเราเก่งกาจมาก…”
“หืม งั้นเหรอ? งั้นก็เรียกพี่ใหญ่ของพวกเจ้าออกมาทำให้เห็น
หน่อยสิ” เฉิงยวนยิ้มเยาะด้วยสีหน้ารังเกียจ
“บอกมา ใครให้พวกเจ้ามาแอบอ้างเป็นเซี่ยอู่ทง?”
“หึ ให้ตายก็ไม่บอก!”
“ถ้ามีปัญญาก็ฆ่าเราให้ตายสิ!”
เมื่อเฉิงยวนเห็นว่าพวกเขาดื้อรั้นก็ยิ้มเยาะอย่างโหดร้าย จากนั้น
ก็ยกเท้าเหยียบไปบนตัวของปีศาจที่อยู่ด้านบนสุดอย่างโหดเหี้ยม
พลางออกแรงกดลงไปข้างล่างต่อ
ทันใดนั้น ทั่วทั้งศาลเจ้าเซี่ยอู่ทงก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
โหยหวนของปีศาจทั้งห้า
เฉิงยวนเองก็ทั้งทุบตีทั้งเหยียบย่า แต่พวกห้าปีศาจปากแข็งมาก
ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
“พวกเรายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบให้พวกแก”
“พวกเราไม่ใช่ปีศาจที่ไม่มีจรรญาบัญนะ”
“ถ้าพวกแกมีปัญญาก็ฆ่าพวกเราเลย”
เฉิงยวน “…”
“เซี่ยอู่ทงมอบหมายให้พวกนายมาดูแลศาลเจ้าแห่งนี้ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วส่งเสียงเอ่ยถาม
ปีศาจทั้งห้าที่เดิมทียังตะโกนข่มขู่ต่าง ๆ นานา ในเวลานี้กลับ
เหมือนว่าถูกล่ามคอเอาไว้
ฝีเท้าของฉู่ลั่วนั้นเบามาก แต่เมื่อมาอยู่ในยามราตรีแบบนี้ก็ยังคง
ได้ยินอยู่
เสียงนั้นราวกับย่าลงมาบนหัวใจของพวกปีศาจทั้งห้าอย่างไร
อย่างนั้น
ตึก ตึก ตึก
พอเธอเข้ามาใกล้ พวกปีศาจทั้งห้าต่างก็ตัวสั่นกันขึ้นมาทันที
“แกคิดว่าพวกเรากลัวแกเหรอ?”
“พวกเราไม่ใช่ปีศาจที่กลัวการถูกจองจำหรอกนะ”
“เรา… เรา…”
เสียงของปีศาจทั้งห้าทำหน้าจะร้องไห้แล้ว
เฉิงยวน “…”
ฉู่ลั่ว “…”