เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 812 ชื่อเสียงในหมู่ปีศาจ
“เซี่ยอู่ทงไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ?” ฉู่ลั่วเดินเข้าไปตรงหน้าพวก
ปีศาจ “เมื่อหลายปีก่อน เป็นพวกแกใช่ไหมที่ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพา
ตัวศาสตราจารย์หมิงไปที่ถ้า?”
“พวกเราแค่ย้ายนางไปที่ในถ้าตามที่โดนสั่งมาเท่านั้น พวกเรา
ไม่ได้ฆ่าใครนะ!”
“ไม่เพียงแต่ไม่ได้ฆ่า พวกเรายังแอบส่งน้าส่งอาหารให้อีกด้วย!”
“ใช่ ๆๆ ดังนั้นแกจะเอาข้ออ้างว่าพวกเราฆ่ามนุษย์ มาทรมาน
พวกเราไม่ได้นะ”
“จะเอาเราไปเป็นทาส หรือถลกหนังเราทั้งเป็น หรือจะตัดตอน
พวกเราก็ไม่ได้ทั้งนั้นนะ…”
“แล้วก็จะมาเจาะตรงกลางกะโหลกเรา แล้วเติมปรอทลงไปก็
ไม่ได้ด้วย”
“ไหนจะตัดแขนตัดขาเราไปปรุงอาหารต่อหน้าต่อตาเราอีก ทำ
ไม่ได้น้าา”
ฉู่ลั่ว “…”
เฉิงยวน “…”
หล่อนมองไปทางฉู่ลั่วแล้วกระซิบถาม “ชื่อเสียงของเจ้าในหมู่
ปีศาจนี่มันเกินจริงไปไหม!”
“…” ฉู่ลั่วยืนมองปีศาจทั้งห้าร้องโหยหวนอยู่ “หุบปาก”
เสียงนั้นเงียบไปทันที
เฉิงยวนพยักหน้า “ดูท่าทางชื่อเสียงของเจ้าในหมู่ปีศาจนี่จะ
เหลือเกินเอาเรื่องเลยนะ”
เมื่อมองปีศาจทั้งห้าที่หวาดกลัวจนน้าตาไหลแบบนี้
คนตระกูลชวีก็ตะลึงไปเลย
โดยเฉพาะคุณพ่อชวี หลายปีมานี้เขามากราบไหว้ที่ศาลนี้อยู่
ตลอด เวลาที่ปีศาจในคราบนักพรตทั้งห้าเจอเขาก็จะมีท่าทีทั้งหยิ่ง
ผยองและวางตัวเหนือกว่าเสมอ
แต่ว่าตอนนี้…
พอเห็นพวกเขานอนกองกันอยู่ที่พื้นตั้งแต่เมื่อกี้มาจนถึงตอนนี้
โดยที่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว แถมตอนนี้ยังร้องห่มร้องไห้ออกมาราว
กับเด็กสาวอีก
คุณพ่อชวี “…”
เฉิงยวนแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา “ไม่ต้องไปสนใจพวกนั้น
หรอก มาชำระบัญชีของครอบครัวเขาก่อนดีกว่า”
คนตระกูลชวีต่างพากันกดคางลง
ฉู่ลั่วเองก็พยักหน้าเช่นกัน แล้วถามออกไปตามตรง “บัญชี
หนี้สินอยู่ที่พวกแกใช่ไหม?”
ปีศาจทั้งห้าไม่ตอบอะไร
เฉิงยวนจึงเตะไปครั้งหนึ่ง “จะบอกหรือไม่บอก หากไม่บอกข้าจะ
ถลกหนังของพวกเจ้าออกมา แล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ จากนั้นก็จะทำหม้อ
ไฟแล้วก็น้าจิ้มซะ”
แล้วข้าก็จะควักหัวใจควักตับของพวกเจ้า ตัดแขนตัดขาพวก
เขาทั้งเป็น จากนั้นก็จะทุบตีพวกเจ้าจนเป็นร่างเดิมแล้วเอาไปทิ้งไว้ใน
ป่า
“แกเป็นปีศาจเหรอ?”
ปีศาจทั้งห้าตะโกนออกมาอย่างหวาดกลัวระคนโกรธเกรี้ยว
เฉิงยวนชี้ฉู่ลั่ว “นางต่างหากไม่ใช่ข้า สิ่งเหล่านี้นางเคยทำมา
หมดแล้ว ดูท่าทางพวกเจ้าคงจะรู้ถึงระดับความโหดเหี้ยมของนางอยู่
แล้ว แต่ความจริงมันโหดร้ายยิ่งกว่าที่พวกเจ้ารู้มาเสียอีก!”
“ข้าจะถามอีกครั้งนะ เป็นการให้โอกาสกับพวกเจ้าเป็นครั้ง
สุดท้าย ถ้าหากให้นางมาถามล่ะก็…”
“ไม่รู้ว่าพวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องการค้นหาวิญญาณหรือเปล่า
หากเผลอไปเพียงเล็กน้อย คนที่ถูกค้นหาวิญญาณก็จะเป็นบ้าไม่ก็
ปัญญาอ่อนหรือโง่เขลาไปเลย”
“พวกเจ้าคิดดูนะ ถ้าคนเป็นบ้า ปัญญาอ่อน หรือว่าโง่เขลาไป
แล้ว ถึงยังไงก็ยังมีคนดูแล แต่พวกเจ้าล่ะ? พวกเจ้าเป็นปีศาจทั้งหมด
ใครจะมาดูแลพวกเจ้า แค่ไม่ทุบตีจนตายก็นับว่าใจดีแล้ว ”
ปีศาจทั้งห้าตัวสั่นกันหมด
เฉิงยวนชี้ไปที่ฉู่ลั่วอีกครั้ง “หรือพวกเจ้ามองไม่เห็นบารมีกับพลัง
วิญญาณที่อยู่รอบตัวของนาง? คิดว่าได้ยังไงกันล่ะ? …ก็ได้มาจาก
การกำจัดปีศาจทั้งนั้นแหละ!”
ปีศาจทั้งห้ามองไปทางฉู่ลั่ว เห็นว่าพลังวิญญาณรอบตัวของเธอ
นั้นบริสุทธ์มาก ทั้งยังมีบุญบารมีจาง ๆ นั่นอีก
นี่ต้องสังหารปีศาจมามากเท่าไหร่กัน!
ฮือ ๆๆ
เฉิงยวนเอาพัดกลมมาปิดปากตัวเองไว้แล้วกระซิบกับปีศาจทั้ง
ห้า “พวกเจ้าดูข้านะ วิญญาณเฮี้ยนอายุนับพันปีอย่างข้าก็ต้องยอม
จำนน ยอมอดทนทำงานหนักและรับการทรมานอยู่ในเงื้อมมือของ
นางไม่ใช่เหรอ”
หล่อนส่ายหน้าด้วยท่าทีดูเศร้าสร้อย “ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก
เช่นกัน! หากข้าไม่ฟังนาง นางก็จะทำให้ข้าเป็นขี้เถ้าปลิวหายไป”
“เห้อ ข้าเองก็ไม่ไหวเช่นกัน ข้าไม่ได้มีความหยิ่งทรนงในศักดิ์ศรี
เพียงนั้น แต่หากพวกเจ้ามี ข้าก็จะเคารพอย่างสูงเลย”
“สู้เข้านะ ศักดิ์ศรีของปีศาจขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว”
“รอให้ถึงตอนที่พวกเจ้าถูกนางทรมานก่อน แล้วข้าจะขอหลบ
ออกไปไกล ๆ ไม่อยู่ดูด้วยหรอก”
พูดจบหล่อนก็ลุกขึ้นแล้วพูด “ปรมาจารย์ฉู่ พวกเขาไม่ยอมบอก
ที่อยู่ของบัญชีหนี้สิน ค้นหาวิญญาณเลยเถอะ”
ปีศาจทั้งห้า “…”
นังงูพิษ!
“ไม่ใช่ ๆ พวกเรายอมบอกนะ”
“เราไม่ได้พูดสักหน่อยว่าจะไม่บอก”
“ปรมาจารย์อย่าไปฟังเธอเลย พวกเรายอมแล้ว”