เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 817 ท าไมจะจัดการเซี่ยอู่ทงไม่ได้
ไม่กี่นาทีต่อมา ปีศาจทั้งห้าก็ปรากฏตัวขึ้นด้านนอกสำนักงาน
องค์กรศักดิ์สิทธิ์ในตี้จิง
ไม่รอให้พวกมันเอ่ยปาก ซู่เซี่ยงหยางก็พาคนกลุ่มหนึ่งเข้ามารุม
ล้อม จนทุกตนตกใจจนไม่กล้าพูดแม้แต่ประโยคเดียว
“นี่คือเซี่ยอู่ทงเหรอ?” เห็นปีศาจทั้งห้าตนตัวสั่นไม่กล้าแม้แต่จะ
ขัดขืน ซู่เซี่ยงหยางก็แสดงท่าทีแปลกใจ
เฉิงยวนกลอกตา “เซี่ยอู่ทงอะไรกัน ก็แค่ปีศาจที่ทำงานให้เซี่ย
อู่ทงเท่านั้นเอง!”
ปีศาจทั้งห้าได้ยินก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองขึ้นมา แต่กลับไม่กล้า
พูดอะไร
ทำได้เพียงปล่อยให้คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์หยิบเครื่องมือมา
สแกนร่างกายของพวกเขาเท่านั้น
หลังจากสแกนเสร็จ คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์บอกกับซู่เซี่ยง
หยาง “ไม่มีหนี้กรรมเปื้อนเลือด”
ซู่เซี่ยงหยางตอบรับหนึ่งคำ ก่อนจะหันไปหาเจ้านิกาย
ฉู่ลั่วพยักหน้า “พวกเขาไม่มีหนี้กรรมเปื้อนเลือดจริง”
ผู้บัญชาการซู่โล่งใจแล้ว “เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นใหม่โดย
ศูนย์วิจัยขององค์กร ไม่ว่าจะมีหนี้เลือดหรือไม่ สนามแม่เหล็กรอบ
ด้านจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แต่ว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้
จำเป็นต้องทดลองใช้อีกหลายครั้ง”
ฉู่ลั่วพยักหน้า ก่อนจะหยิบรูปภาพส่งให้เขา “บนแขนของเซี่ย
อู่ทงก็มีบุปผาแห่งความตาย”
ซู่เซี่ยงหยางรับรูปภาพมาดู ก่อนหรี่ตาลง “บนแขนของเทพชั่ว
ร้ายก็มีบุปผาแห่งความตายเหรอ”
แผนการชั่วร้ายของหุบเหวเทพมรณะแข็งแกร่งกว่าที่เขา
จินตนาการไว้เสียอีก
เขาโบกมือให้คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์พาปีศาจทั้งห้าตนเข้าไป
ในสำนักงาน
ส่วนตัวเขาก็เดินเข้าไปพร้อมฉู่ลั่ว
ปีศาจทั้งห้าเดินไปร้องไห้ไป ตัวของพวกมันสั่นสะท้านไม่หยุด
ซู่เซี่ยงหยางถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เฉิงยวนยักไหล่ “แค่แสดงละครเก่งไปหน่อย”
“…” ซู่เซี่ยงหยางเงียบไปสักพัก ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ “ใช่แล้ว
ผมมีเรื่องอยากถามพวกเขา ตอนสอบปากคำพวกคุณช่วยผมถาม
เขาได้หรือเปล่า?”
“ได้”
เฉิงยวนกระซิบสองสามประโยคข้างหูเจ้าหน้าที่สอบสวน ก่อน
อีกฝ่ายพยักหน้า “ทราบแล้วครับ หากมีโอกาสพวกเราจะถามให้”
เฉิงยวนกระซิบอีกสองสามประโยค
“!?”
คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์มองหล่อนด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไป
หาฉู่ลั่ว “แบบนี้จะดีเหรอ? มันจะ…ทำลายชื่อเสียงของเจ้านิกายหรือ
เปล่าครับ?”
“จะเป็นไปได้ยังไง! คนของโลกปีศาจกลัวฉู่ลั่วไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?
เมื่อกี้ยังทำให้ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังพวกนี้ตกใจกลัวได้ด้วย”
คนของสำนักงงานครุ่นคิด พวกเขาเห็นด้วยกับคำพูดของเฉิง
ยวน “ก็ถูกนะครับ ถ้าอย่างนั้นถึงเวลาพวกเราจะลองดู”
“วางใจได้ จากไอคิวของพวกเขา ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะใช้กล
อุบายทางจิตวิทยามาจัดการได้ แค่เอาฉู่ลั่วมาขู่ เรื่องทั้งหมดก็
คลี่คลาย”
คนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ “…”
พอพวกเขามองเหล่าปีศาจในชุดนักพรต ซึ่งกำลังน้าหูน้าตา
ไหล ร่างกายสั่นสะท้าน
ก็เหมือนจะเข้าใจคำพูดของเฉิงยวนขึ้นมาทันที
หลังจากเฉิงยวนอธิบายเสร็จแล้ว ก็ตามฉู่ลั่วเข้าไปในห้อง
ประชุม
ภายในห้องประชุม ฉู่ลั่วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอีกครั้ง เฉิง
ยวนคอยเสริมอยู่ข้าง ๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานหนึ่งคนคอย
จดบันทึก
หลังจากฟังเรื่องทั้งหมดของตระกูลชวีแล้ว ซูเซี่ยงหยางก็แสดงสี
หน้าสงสัย “ตามบันทึกดั้งเดิมของลัทธิเต๋า เซี่ยอู่ทงถูกห้าแม่ทัพ
สวรรค์หลิงกวานกำจัดไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน”
“แต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เซี่ยอู่ทงปรากฏตัวบนโลกมนุษย์อีกครั้ง
ทั้งทำให้คนจำนวนมากทำสัญญายืมเงินผีอีกด้วย”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยถาม “ถ้าอย่างนั้นมีความเป็นไปได้ไหมว่า มีจิต
วิญญาณขุนเขาอื่นบำเพ็ญตบะจนได้รับการสืบทอดตำแหน่งเซี่ย
อู่ทง”
“ไม่ง่ายขนาดนั้น” ไม่รอให้ฉู่ลั่วตอบ เฉิงยวนก็เอ่ยขึ้นมา
“แน่นอนว่าเซี่ยอู่ทงคือเทพเจ้านอกรีต แต่ก็มีฐานะเป็นเทพ การสืบ
ทอดฐานะเทพไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เว้นแต่ว่าเซี่ยอู่ทงจะส่งต่อให้พวก
เขาด้วยตนเอง”
“เจ้าคิดว่าเทพนอกรีตที่ได้รับตำแหน่งเซี่ยอู่ทงมา จะยอมมอบ
มันให้ปีศาจตนอื่นง่าย ๆ เหรอ?”
ไม่มีทางอยู่แล้ว
แต่หากพูดแบบนี้…
คนในในที่นี้ต่างก็มีสีหน้าสงสัย
ซู่เซี่ยงหยางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ “ถ้าเซี่ยอู่ทงยังมีชีวิตอยู่…”
“คนที่ห้าแม่ทัพสวรรค์ยังฆ่าไม่ตาย พวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ?”
ห้าแม่ทัพสวรรค์หลิงหวานเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง พวกเขายังฆ่า
เทพเจ้านอกรีตไม่ได้ แล้วพวกเขาที่เป็นมนุษย์ธรรมดาจะจัดการเซี่ย
อู่ทงได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้าว่าเซี่ยอู่ทงอยู่ที่ไหน
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบ
ฉู่ลั่วเอ่ยว่า “พวกเราจับซางหัวได้แล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางหันไปหาฉู่ลั่ว
“ซางหัวเรียกตัวเองว่าเป็นจักรพรรดิภูตผี ถึงจะไม่ได้มีฐานะเทพ
เขาก็ดูแลอาณาจักรภูติผีอยู่ พวกเรายังจับเขามาได้เลยไม่ใช่เหรอ
ตอนนี้ยังขังเขาเอาไว้ในอาณาเขตของเราด้วย”
“ซางหัวยังจัดการได้ แล้วทำไมจะจัดการเซี่ยอู่ทงไม่ได้ล่ะ?”
ฉู่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉบ ดูเหมือนเธอจะคิดแบบนี้จริง ๆ คิดว่าพวก
เขาสามารถจับเซี่ยอู่ทงได้ ไม่ใช่เป็นการปลอบใจพวกเขา
ความหดหู่ของซู่เซี่ยงหยางดีขึ้นมากแล้ว เขาปรบมือหนึ่งครั้ง
“ฉู่ลั่วพูดได้ถูกต้อง พวกเราจับตัวซางหัวมาได้แล้ว ถึงพวกเราจะเป็น
มนุษย์ แต่วิทยาศาสตร์พัฒนามาจนถึงขั้นนี้แล้ว มันมากพอจะแสดง
ให้เห็นว่ามนุษย์อย่างเราไม่ได้ด้อยไปกว่าเทพเลย”
“ก็ถูกนะ!”
“ซางหัวยังถูกพวกเราขังไว้ที่นี่อยู่เลย”
“เซี่ยอู่ทงก็คงไม่คณามือหรอก!”
“พวกเรามีทั้งปืนใหญ่และขีปนาวุธ จะทำลายเทพองค์หนึ่งไม่ได้
เชียวเหรอ?”
“จุดสิ้นสุดของวิทยาศาสตร์คือเทววิทยา จุดสิ้นสุดของเทววิทยา
ก็คือวิทยาศาสตร์”