เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 876 ฉู่หร่านก่อม็อบ
“ท่านอยากไปพบพ่อแม่ไม่ใช่เหรอ? พวกเธอจะพาท่านไปหาพ่อ
แม่เอง”
สามเณรน้อยเอ่ยอย่างนอบน้อม “ขอบคุณโยมทั้งสองมาก”
“ว้าว! มีมารยาทขนาดนี้เชียว น่าสงสารจังเลย!”
เฉิงยวนยื่นมือไปลูบศีรษะโล้นเกลี้ยง พลางหัวเราะคิกคัก “ไป
เถอะ ไปกับพี่สาวคนสวยทั้งสองเถอะนะ!”
สามเณรมองเฉิงยวน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปหาหร่วนย่วนย่วนผู้
ซึ่งเต็มไปด้วยพลังหยินและความอาฆาตแค้นที่อยู่ด้านหลัง
พลันหันมามองเจ้านิกายเป็นนัยสงสัย
ฉู่ลั่วยืนยัน “แม้ว่าพวกเธอจะเป็นผีร้าย แต่ไม่ทำร้ายคน ไปกับ
พวกเธอเถอะ”
เณรน้อยพยักหน้า
เฉิงยวนกับหร่วนย่วนย่วนพาสามเณรไป หร่วนย่วนย่วนยังใช้มือ
ข้างหนึ่งลากวิญญาณของซ่งอวิ๋นไท่กลับเข้าร่าง แต่กายเนื้อของเขา
สลบไปแล้ว
สองคนสองวิญญาณหายไป
พวกเขารออยู่ที่เดิมพักหนึ่ง ยมทูตก็พาวิญญาณของฝางไคจี้
กลับมาส่งให้
ตอนนั้น เขายังคงอยู่ในอาการสะลึมสะลือ
ฉู่ลั่วเอ่ย “ควรกลับกันแล้ว”
เย่อวิ๋นชูพูดอย่างคาดหวังและไม่ค่อยเต็มใจ “เป็นผีมาตั้งหลาย
วัน ไม่ค่อยอยากกลับไปเลยค่ะ”
เหยียนอันอี้หัวเราะ “ถ้ายังไม่กลับไปอีก ผู้กำกับเฉียวจะจัดการ
ไม่ไหวเอานะ!”
ได้ยินแบบนี้ พวกหางเจียซิ่นต่างดวงตาเป็นประกาย “ไม่รู้ว่าจะมี
แฟนคลับโจมตีทีมงานรายการหรือเปล่า?”
“ผู้กำกับเฉียวจะถูกทุบตีไหม?”
“อาจจะถูกรุมกระทืบเอาก็ได้”
“จะมีคนโยนผักเน่าใส่เขาหรือเปล่า”
“โยนไข่เน่า!”
ทุกคนเริ่มพูดคุยกันไปตลอดทาง
วิญญาณเดินทางเร็วกว่ากายเนื้อมาก
บวกกับพวกเขามีจุดหมายที่จะกลับไปแล้ว ไม่นานก็มาถึงด้าน
นอกอาคารร้าง
แต่ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็เห็นรถหลายสิบคันจอดอยู่ริมถนน แถม
บนท้องฟ้ามีโดรนอย่างน้อยสิบกว่าลำลอยอยู่
เย่อวิ๋นชูรีบวิ่งเข้าไป แต่สักพักก็รีบวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว
“แย่แล้วค่ะ ฉันคิดว่าคนที่อาจจะถูกโจมตีทางออนไลน์ไม่ใช่ผู้
กำกับเฉียว แต่เป็นพวกเราต่างหาก!”
ทุกคน “…?”
พวกเขาเดินไปตรงด้านนอกอาคารร้างก็เห็นพวงหรีดวางเต็ม
พื้นหญ้า
บนพื้นยังมีรูปถ่ายของพวกเขาด้วย มีทั้งรูปเล็กรูปใหญ่ มีรูปขาว
ดำ มีรูปสี…
หางเจียซิ่นอ่านเสียงเบา “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่
คุณหางเจียซิ่น…”
ทุกคนต่างก็เห็นพวงหรีดของตนเอง ทั้งพวงใหญ่และพวงเล็ก
“ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้”
เหยียนอันอี้ขมวดคิ้ว “ผู้กำกับเฉียวบอกว่าจะปิดกั้นความ
คิดเห็นไม่ใช่เหรอ? เขาบอกจะปรามให้ทุกอย่างอยู่ภายในขอบเขตที่
ควบคุมได้ไม่ใช่เหรอ? นี่ยังควบคุมได้ไหม”
เขาลอยเข้าไปมองดูคนกลุ่มหนึ่ง ก่อนจะรีบลอยกลับมา
“แย่แล้ว! ครั้งนี้เรื่องใหญ่แล้วจริง ๆ!”
ภายนอกอาคารร้างถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงสองเมตรเพื่อกั้น
พื้นที่
ด้านนอกมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามา ทั้งยังมีเน็ตไอดอลชื่อดังหลาย
คนมาไลฟ์สตรีม โดรนบนท้องฟ้ายังบินตรงไปยังอาคารร้างเพื่อ
ถ่ายทอดสดด้วย
ด้านใน ซู่เซี่ยงหยางกับคนอื่น ๆ กำลังรอคอยด้วยความ
เคร่งเครียด
“รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
“โดรนไม่สามารถบินล้าเส้นได้ ไม่อย่างนั้นพวกเรามีสิทธิ์ยิงตก!”
ซู่เซี่ยงหยางถือโทรโข่งตะโกนเตือนเสียงดัง
หลังสิ้นเสียงของเขา โดรนหลายลำที่ข้ามแนวกำแพงเข้ามาต่าง
ถูกยิงจนร่วงลงบนพื้น
กลุ่มคนด้านนอกกำแพงยิ่งสร้างความปั่นป่วนมากขึ้นไปอีก
“พวกคุณห้ามไม่ให้พวกเราดูศพเพราะมีเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้หรือ
เปล่า?”
“พวกเราต้องการความจริง!”
“พวกเราต้องการความจริง”
และด้านหน้าของกลุ่มคน คือฉู่หร่านที่สวมชุดไว้ทุกข์ ใบหน้าไร้
สีเลือด ในมือถือโทรโข่งขนาดใหญ่อันหนึ่ง น้าเสียงแหบแห้ง แต่
ยังคงตะโกนเสียงสูง “ทำไมถึงไม่ให้พวกเราเห็นศพของญาติตัวเอง
ล่ะคะ?!”
ม็อบขนาดย่อม ๆ ด้านหลังตะโกนตามหล่อน
หลังจากฉู่หร่านตะโกนเสียงสูง ร่างกายก็โอนเอน แต่ถูกคน
ด้านหลังรับเอาไว้
“หร่านหร่าน เธอเหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนหน่อยเถอะ!”
ฉู่หร่านพยักหน้า แล้วส่งโทรโข่งให้คนข้าง ๆ ส่วนตนเองเดิน
โซเซกลับเข้าไปในรถตู้ที่จอดอยู่ข้าง ๆ
จนกระทั่งประตูรถปิด หล่อนก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้พลางหยิบ
พัดลมพกพามาจ่อที่ตัวเอง “โอ๊ย! ต้องแสดงไปถึงเมื่อไหร่กันเนี่ย?”
ผู้จัดการที่อยู่ด้านข้างส่งขวดน้า พร้อมกับพัดให้หล่อนไปด้วย
“นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังมุ่งเป้าไปที่
ทีมงานรายการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอมเมนต์ถึงเธอก็ดีขึ้นมาแล้ว”
ฉู่หร่านคว้าไอแพดมาดู ก็เห็นว่าเรื่องนี้ในแพลตฟอร์มหลัก เริ่ม
มีความคิดเห็นเกี่ยวกับหล่อนในทิศทางที่ต่างจากก่อนหน้านี้
หล่อนอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย
“แล้วต้องทำไปอีกนานเท่าไหร่?”
ผู้จัดการมองไปยังอาคารร้าง “อย่างน้อยก็ต้องรอให้ทางตำรวจ
ออกมาแถลงความจริง”
“ความจริง?”
“แล้วต้องรอไปถึงเมื่อไหร่? ถ้าแถลงข่าวออกมาแล้ว บอกว่าเป็น
เพราะฉันแกะยันต์ทำให้เกิดเรื่องกับพวกเขา ถ้าอย่างนั้นที่ฉันทำมา
ทั้งหมดก็สูญเปล่าสิ!”