เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 877 การแสดง
ผู้จัดการส่ายหน้า “ไม่หรอกน่า”
“ตำรวจยังไม่มีคำอธิบายดี ๆ ออกมาเลย ตอนนี้เรื่องวุ่นวายมาก
แล้ว ต่อให้สุดท้ายหาคำอธิบายมาได้ ชาวเน็ตก็ไม่มีทางเชื่อ”
“ถึงตอนนั้นค่อยจ้างหน้าม้า เรื่องนี้ก็แทบจะไม่ส่งผลกระทบไปถึง
เธอแล้ว หรือไม่ก็ไม่ส่งผลอะไรเลย”
ฉู่หร่านครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ฉันต้องทำต่อไหม?”
ผู้จัดการพยักหน้า “ทางที่ดีทำให้เรื่องนี้วุ่นวายขึ้นอีกหน่อย
จำเป็นต้องใช้พลังจากความคิดเห็นมากดดันทางทีมงานรายการกับ
ตำรวจ…”
ฉู่หร่านกดคางลง
ก่อนส่งสัญญาณให้ช่างแต่งหน้า ให้ช่างแต่งหน้าแต่หน้าหล่อน
ให้ดูซีดเซียวขึ้นอีกหน่อย
หลังจากเสร็จแล้ว หล่อนก็เปิดประตูรถอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไป
ในกลุ่มคนด้วยสีหน้าโศกเศร้า
ในกลุ่มคนมีแฟนคลับของฉู่หร่านอยู่ด้วย ทั้งยังมีเพื่อน และแฟน
คลับของคนที่เสียชีวิตไป
แต่พวกแฟนคลับจะมีมากเป็นพิเศษ
“หร่านหร่าน เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“หร่านหร่าน เธออดทนมาหลายวันแล้ว รีบไปพักผ่อนเถอะ!”
“หร่านหร่าน พวกเราเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ”
“หร่านหร่าน เธอก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน รายการทำเพื่อ
กระแสของตัวเอง เพื่อให้ได้ขึ้นการค้นหายอดนิยม เลยจงใจให้เธอกะ
ยันต์ออก เรื่องพวกนี้พวกเรารู้แล้ว”
ฉู่หร่านก็ไม่อธิบายอะไร เพียงแค่ส่ายหน้าแล้วเดินไปที่หัวแถว
อีกครั้ง
หล่อนหันกลับมาด้วยร่างกายอ่อนแอซวนเซ แต่แววตากลับหนัก
แน่น “พวกลั่วลั่วตายไปสี่วันแล้ว!”
“ทางรายการไม่แจ้งรายละเอียดอะไรเลย ตำรวจก็ไม่รายงาน
สถานการณ์ให้ได้รู้”
“พวกเขาตายเพราะอะไรกันแน่ แล้วเพราะอะไรถึงให้พวกเราเห็น
ไม่ได้”
“พวกเขากำลังปิดบังอะไรอยู่กันแน่!”
“ถึงจะแจ้งให้พวกเรารู้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้พวกเราได้เห็นพวก
เขาหน่อยสิ! ทำลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ เพื่ออะไรกัน” ทันใดนั้นน้าเสียง
ของฉู่หร่านก็หวีดแหลม “วันนี้ พวกเขาต้องมีคำอธิบายให้พวกเรา!”
“อธิบายมาเดี๋ยวนี้!”
“ต้องมีคำอธิบาย!”
โทรศัพท์ของเน็ตไอดอลดังต่างถ่ายไปที่ฉู่หร่าน
“ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่าฉู่หร่านทำร้ายพวกเขา ตอนนี้ฉันคิดว่า
ต้องมีเรื่องลับลมคมใน” เน็ตไอดอลคนหนึ่งไลฟ์สตรีมและอธิบายไป
ด้วย
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมก็เห็นด้วยกับคำพูดของฉู่หร่าน
คำพูดของหล่อนยิ่งปลุกใจ กลุ่มคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็ยิ่งตื่นตัว
ขึ้นเรื่อย ๆ
ซู่เซี่ยงหยางได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก กขมวดคิ้วแน่น
ถ้ายังถูกหล่อนยุยงปลุกปั่นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าเรื่องจะวุ่ยวาย
ถึงขนาดไหน
ขณะที่กำลังคิดมาตรการตอบโต้ ก็เห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งเข้า
มาด้วยสีหน้าดีใจ
ซู่เซี่ยงหยางไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ย ก็ชิงถามทันที “พวกฉู่ลั่วกลับ
มาแล้วเหรอ?”
เจ้าหน้าที่รีบพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหย่างสบายใจแล้ว เขารีบวิ่งขึ้นไปบนอาคาร
ส่วนคนด้านนอกที่ถูกฉู่หร่านยุยง มีบางคนเริ่มปีนกำแพงแล้ว
โดรนก็พากันบินข้ามกำแพงไป
ฉู่หร่านถูกคนดึงขึ้นไปบนกำแพง หล่อนกระโดดลงไปอีกฝั่งได้
แล้ว
ผู้คนต่างโห่ร้อง “หร่านหร่านเก่งมาก!”
“หร่านหร่านแน่มาก!”
“หร่านหร่านสุดยอดไปเลย”
ฉู่หร่านหันมาโค้งคำนับให้ทุกคน จากนั้นก็ห้ามคนที่กำลังจะพุ่ง
เข้าไป หล่อนบอกพวกเขาว่า “พวกเราแค่มาเรียกร้องความยุติธรรม
ไม่ได้มาเพื่อก่อปัญหา”
หลังห้ามทุกคนได้แล้ว หล่อนก็คุกเข่าลงบนพื้นทันที พร้อมกับ
ตะโกนแหลมด้วยน้าเสียงแหบแห้ง
“ฉันเองค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน”
“ฉันเป็นคนแกะยันต์ทำให้พวกเขาตาย”
“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง!”
“ตอนนี้ พวกคุณช่วยส่งพวกเขามาให้พวกเราได้ไหมคะ?”
ขณะที่ฉู่หร่านตะโกน น้าตาก็ไหลอาบแก้มไปด้วย
คนที่ตามหลังมา ต่างเช็ดน้าตาอย่างปวดใจ
“ฉันไม่ขอร้องอะไร ฉันขอแค่พวกคุณคืนพวกเขาให้พวกเรา ถ้า
พวกคุณไม่ยอมให้คำอธิบายกับพวกเรา ก็ส่งพวกเขาคืนมาให้พวก
เรา”
“ถ้าพวกคุณต้องการคนผิด ถ้าอย่างนั้นฉัน ฉู่หร่านจะเป็นคนรับ
ผิดเองค่ะ”
“ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของฉัน!”
โทรศัพท์ที่อยู่ด้านหลัง โดรนที่อยู่บนฟ้า ต่างกำลังถ่ายทอดสด
ภาพนี้
[ว้าว! ร้องไห้แล้ว! ทั้งที่ทีมงานรายการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำ
อะไรเลย แล้วทำไมหร่านหร่านต้องมารับผิดด้วย?]
[หร่านหร่านผิดอะไร? ทั้งที่ทีมงานรายการให้หร่านหร่านแกะ
ยันต์ออก ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว รายการยังหดหัวอยู่ในกระดอง แล้ว
ให้ผู้หญิงอ่อนแออย่างหร่านหร่านมารับผิดชอบทั้งหมด]
[หร่านหร่าน!]
[ก่อนหน้านี้ใครด่าหร่านหร่านไว้ เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิด
ของหร่านหร่านเลย]
[หร่านหร่านน่าสงสารมาก! หร่านหร่านของพวกเราทั้งสวยทั้ง
จิตใจดี…]
ฉู่หร่านคุกเข่าลำตัวตั้งตรง หล่อนเงยหน้ามองเจ้าหน้าที่ที่สวม
ชุดตำรวจ ซึ่งอยู่ภายในอาคารอย่างจริงจังและรอคอย
“ขอร้องล่ะ ให้ฉันได้เห็นพวกเขาเถอะนะคะ”
“อย่างน้อยก็ขอให้พ่อแม่ของพวกเขา ได้เห็นพวกเขาเถอะนะ
คะ!”
ไม่รู้ว่าใครตะโกนออกมาท่ามกลางฝูงชนว่า “ยังมีหน้ามาพูดอีก
เหรอ!”
“หล่อนนั่นแหละทำให้พวกเขาตาย ตอนนี้ยังมาหน้าด้านทำตัว
เสแสร้งอยู่ที่นี่อีก!”
ทุกคนหันไปมองที่มาของเสียงแต่กลับไม่รู้ว่าใครตะโกนออกมา
ทุกคนได้แต่มองหน้ากันด้วยความสับสน