เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 886 ไม่เห็นด้วย
“ลั่วลั่วและปรมาจารย์จี้ไจ่เป็นคนที่เก่งมาก ๆ ขอร้องแบบนี้พวก
เขาไม่มีทางตอบตกลงหรอก” ฉู่หร่านพูดจาตามใจชอบอย่าง
กระตือรือร้น “ขอแค่คุณคุกเข่า พวกเขาก็จะตกลง!”
หวงเลี่ยได้ยินดังนั้นก็กัดฟัน ขณะที่เตรียมคุกเข่ากลับถูกจี้ไจ่จับ
ไว้ก่อน
จี้ไจ่กวาดตามองฉู่หร่านก่อนจะเบนสายตากลับ “คุณหวงครับ
ไม่ใช่ว่าพวกเรายอมรับปากคุณ แต่… คนที่บ้านคุณไม่ยอมให้พวก
เราไปหรอกครับ”
หวงเลี่ยขมวดคิ้ว “เป็นไปได้ยังไง คนที่บ้านผมคิดหาทางแก้ไข
เรื่องนี้มาตลอด พวกเขาต้องเต็มใจอยู่แล้ว”
หลายปีมานี้ ทางครอบครัวเสียเงินกับเรื่องนี้ไปตั้งไม่รู้เท่าไร
ฉู่ลั่วเอ่ย “ถ้าคุณไม่เชื่อ ลองโทรไปหาครอบครัวคุณดูก็ได้ค่ะ”
หวงเลี่ยรีบควักมือถือออกมากดโทรหาคนที่บ้าน
ฉู่หร่านซึ่งอยู่ด้านข้างเอ่ย “ลั่วลั่ว ถ้าเธอไม่อยากรับปากก็ไม่
ต้องรับปาก ทำไมต้องลามไปถึงครอบครัวคนอื่นด้วย”
“บ้านใครเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องเต็มใจหมด จะมีคนไม่เต็มใจได้
ยังไง”
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่เพียงแต่ปรายตามองฉู่หร่านโดยไม่คุยกับหล่อนสัก
คำ
ฉู่หร่าน “…”
ผ่านไปพักหนึ่ง หวงเลี่ยเดินคอตกเข้ามา น้าเสียงเต็มไปด้วย
ความไม่อยากเชื่อและความเดือดดาล “คุณพ่อผมไม่อนุญาตครับ”
ฉู่หร่านตกใจ “…ทำไมกัน! เป็นไปได้ยังไง!”
หวงเลี่ยหน้าไร้สีเลือดขณะบอกกับพวกฉู่ลั่ว “ต้องรบกวน
ปรมาจารย์ทั้งสองด้วย ช่วยจัดการโลงแดงนี้ให้ด้วยนะครับ!”
เขากลับไปนั่งบนก้อนหินด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากอีกครั้ง
ฉู่หร่านตามอยู่ด้านหลังเขา “คุณหวง นี่เป็นโอกาสที่หายากมาก
เลยนะคะ ลั่วลั่วและจี้ไจ่ต่างเป็นปรมาจารย์ฝีมือเก่งกาจ ถ้าพลาดครั้ง
นี้ไป คุณจะไปหาปรมาจารย์สุดยอดแบบนี้ที่ไหนอีก”
หวงเลี่ยถอนหายใจ เขย่ามือถือตัวเอง “คนที่บ้านไม่เห็นด้วย ผม
ก็จนปัญญาครับ”
ฉู่หร่านนั่งลงข้าง ๆ ด้วยสีหน้าอ่อนโยน เอ่ยอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เป็นเพราะครอบครัวคุณหวงไม่เชื่อในความสามารถของปรมาจารย์
ทั้งสองหรือเปล่า”
หวงเลี่ย “…”
“ขอแค่พวกเขาได้รับรู้ความสามารถของปรมาจารย์ทั้งสอง ต้อง
ยอมตกลงแน่ ๆ”
หวงเลี่ยครุ่นคิด รู้สึกว่าที่ฉู่หร่านว่ามามีเหตุผล “เดี๋ยวผมจะโทร
ติดต่อพวกเขาอีกครั้ง”
เขาทำท่าจะควักมือถือออกมาโทร แต่ถูกฉู่หร่านห้ามไว้ “ผู้ใหญ่
ในบ้านก็มีดื้อรั้นกันบ้าง ต่อให้คุณพูดดีแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีทาง
เชื่อ”
“สู้พาปรมาจารย์ทั้งสองไปเลยดีกว่าไหมคะ ให้พวกเขาได้เห็น
ความสามารถของปรมาจารย์ทั้งสองด้วยตัวเอง”
หวงเลี่ยลังเล
“คุณหวง ฉันแค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น จะทำตามหรือไม่ อยู่
ที่การตัดสินใจของคุณค่ะ”
พูดจบ ฉู่หร่านก็หันหลังจากไป
หวงเลี่ยยืนทบทวนอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่ถึงรวบรวมความกล้าเดินไป
หาพวกฉู่ลั่ว
“ปรมาจารย์ทั้งสอง คนที่บ้านผมยอมแล้วครับ!”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ยอมแล้วจริงเหรอ?”
“ครับ แต่ต้องรบกวนปรมาจารย์ทั้งสองไปที่บ้านผมหน่อย”
หวงเลี่ยตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะแก้ปัญหาที่บ้านให้ได้
“ถ้าคุณแน่ใจแล้ว พวกเราก็ไปได้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปจัดแจงตอนนี้ครับ!”
ใบหน้าหวงเลี่ยเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ฉู่หร่านเดินเข้าไป ยักคิ้วใส่
พลางเอ่ย “ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะ!”
“ขอบคุณมากครับ!”
เพียงครู่เดียว หวงเลี่ยก็จัดแจงเรียบร้อย
เขาพาคนของทีมงานนั่งรถสามสี่คนไปยังบ้านของเขา
เมื่ออยู่บนรถ เขาอธิบายว่า “ครอบครัวเราไม่ใช่คนท้องที่ เพิ่ง
ย้ายมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน”
“ครอบครัวเราสร้างสะพานทำถนนให้ที่นี่ แล้วยังจัดตั้งโรงเรียน
ประถมซีว่าง แถมคุณพ่อผมยังใช้ทุนสนับสนุนนักศึกษา
มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งในทุก ๆ ปี…”
เขาร่ายเรื่องดี ๆ ที่ครอบครัวได้ทำในหลายปีมานี้
“แต่แปลกมากเลยนะครับ ดวงของครอบครัวเราย่าแย่ลงเรื่อย ๆ”
หวงเลี่ยขมวดคิ้ว “ไหนว่าทำดีทำการกุศลแล้วจะได้บุญไง”
“จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน คุณพ่อผมประสบอุบัติเหตุรถยนต์ถูก
ตัดขา นับแต่นั้นมา ดวงของครอบครัวเราก็ยิ่งแย่ ไม่คนในบ้านเรา
ป่วยก็ประสบเคราะห์กรรมเล็ก ๆ ไม่หยุดหย่อน…”
“คนในบ้านเราต่างมองว่าเป็นปัญหาจากการลงทุนเมื่อสิบกว่าปี
ก่อนนี้ของเรา ถึงทำให้บ้านเราประสบเคราะห์ร้ายอยู่ตลอด”
ทว่า…
ปรมาจารย์ทั้งสองบอกว่าไม่ใช่เพราะโลงนั่น
หวงเลี่ยเล่าทุกเรื่องของบ้านตัวเอง และรถก็แล่นมาถึงเขตเมือง
ของเมืองซินพอดี
ขับไปพักหนึ่ง ก็ผ่านเขตเมืองแล้วมาอยู่หน้าโครงการแห่งหนึ่ง