เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 885 พรายดิน
ภาพนี้ทำเอาผู้ชมในช่องสตรีมไม่สบอารมณ์เป็นพิเศษ
[อะไรกัน ไหนว่าฉู่ลั่วเก่งนักเก่งหนา ทำไมรอบนี้ถึงหมดความ
ศักดิ์สิทธิ์ล่ะ!]
[แต่เดิมก็เป็นพวกไร้ที่ติ หมดความศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ก็ถือว่า
ปกติไม่ใช่เหรอ]
[แหม! เทพธิดาไม่เก่งเหมือนเดิมแล้วเหรอ!]
[เทพธิดาอะไรกัน ข่าวโคมลอยทั้งนั้น เป็นลูกไม้ของทางรายการ
ดันปรมาจารย์ศาสตร์เร้นลับที่ทั้งสาวทั้งสวย ถึงจะเป็นที่น่าพูดถึงไง!]
[ในแง่รายการ พวกเธอมองเป็นลูกไม้ก็ได้ แล้วกับทางการล่ะ
ประกาศจากทางการพวกเธอไม่อ่านบ้างเลยใช่ไหม]
[ทางการก็สร้างข่าวเท็จได้เหมือนกัน! พวกเธอลืมคดีก่อนหน้านี้
ไปแล้วเหรอ ฉู่ลั่วมีตระกูลฮั่วหนุนหลัง การจะใช้เส้นสายทางการเป็น
เรื่องง่ายจะตายไม่ใช่เหรอ]
ในช่องสตรีมทะเลาะกันใหญ่
แต่สีหน้าของฉู่ลั่วและจี้ไจ่สองคนกลับไม่เปลี่ยนไปมากนัก
จี้ไจ่เอ่ยเสียงเรียบเฉย“คุณหวง ไม่ใช่ว่าพวกเราปัดความ
รับผิดชอบ แต่โลงแดงนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวพวกคุณจริง ๆ”
“นี่คือโลงพรายดิน” จี้ไจ่ชี้มุมทั้งแปดของโลงแดงที่มีอักษร
‘ปฐพี’ เขียนไว้
“โลงพรายดินเป็นโลงที่ใช้สำหรับเป็นสื่อกลางบูชาพรายดิน
โดยเฉพาะ มันเป็นเจ้าแห่งธรณี ปกปักทุกอย่างในที่บริเวณนี้ ตั้งแต่
ดินฟ้าอากาศจนถึงพืชพรรณที่เจริญงอกงาม”
“เท่ากับว่าพลังวิญญาณทั้งหมดในแถบนี้ถูกถวายให้พรายดิน
หมด”
“พรายดินถูกเลี้ยงขึ้นด้วยมนุษย์ คล้ายกับการเลี้ยงผีและกุมาร
ทอง แต่ความแตกต่างคือพรายดินมีไว้ทำร้ายคนอื่นเท่านั้น”
“บ้านในแถบที่มีพรายดินจะอับโชคอยู่เรื่อย ๆ หรืออาจถึงขั้นส่ง
ผลร้ายถึงลูกหลานคนรุ่นหลัง”
หวงเลี่ยฟังถึงนี่ก็อารมณ์เดือดดาลขึ้นมา “ว่าแล้ว! หลายปีมานี้
ครอบครัวเราโชคร้ายมาตลอด โดยเฉพาะรุ่นคุณพ่อผมและรุ่นผมยิ่ง
ซวยหนักเข้าไปใหญ่”
“ทั้งที่คุณพ่อผมทำกุศลไว้ตั้งมาก ทั้งที่ครอบครัวเราทำบุญทำ
ทานมาตลอดหลายปี…”
“ต้องเป็นพรายดินที่พาเรื่องซวยมาให้ครอบครัวเราแน่นอน!”
“แค่กำจัดมันออกไปก็พอใช่ไหมครับ!”
เห็นหวงเลี่ยที่อารมณ์พลุ่งพล่านแล้ว จี้ไจ่อธิบายต่อด้วยน้าเสียง
เรียบนิ่ง “แต่โลงศพนี้อยู่มาอย่างน้อยสองร้อยกว่าปี เป้าหมายของ
โลงศพ… คือผู้อยู่อาศัยในที่ดินผืนนี้ครับ”
หวงเลี่ย “…”
“ครอบครัวพวกคุณไม่เคยมาอยู่ที่นี่ ถูกต้องไหม?”
เขาพยักหน้า
“นี่เป็นที่ที่คุณพ่อผมซื้อในภายหลังเพื่อพัฒนา”
“เพราะอย่างนั้น โลงพรายดินไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อครอบครัว
พวกคุณไงครับ”
หวงเลี่ย “…”
เขามองโลงแดงอย่างอึ้งงัน ก่อนจะเบนสายตากลับ “แล้วทำไม
ครอบครัวเราถึงโชคร้ายมาตลอดเลยล่ะครับ!”
ไม่ใช่เพราะโลงแดงนี่อย่างนั้นเหรอ
หลายปีมานี้ เขาคิดมาตลอดว่ามันคือสาเหตุที่ครอบครัวตกต่า
อับโชคไม่หยุด
หวงเลี่ยคิดหาทุกวิถีทางเพื่อกำจัดโลงแดงนี้
แต่ตอนนี้…
กลับมาบอกเขาว่าความโชคร้ายของครอบครัวไม่ได้เกิดจากมัน
ไม่ใช่โลงศพนี้…
แม้จะอยู่หน้ากล้อง หวงเลี่ยก็ยังมีสีหน้าสลดลงอย่างกลั้นไม่อยู่
เขาเดินไปอีกทางอย่างหมดอาลัยตายอยาก นั่งบนหินก้อนหนึ่งด้วย
ความอับจนหนทาง
ภาพนี้ทำเอาทุกคนปวดหัวใจ
ฉู่หร่านเดินเข้าไปช้า ๆ ยื่นผ้าเช็ดหน้าในมือให้หวงเลี่ย “คุณ
หวงอย่าเพิ่งร้อนใจ ลั่วลั่วกับปรมาจารย์จี้ไจ่เก่งกาจกันทั้งคู่ ถ้าคุณ
ขอร้องพวกเขา พวกเขาต้องยอมช่วยแน่นอนค่ะ”
หวงเลี่ยเงยหน้าฉับพลัน “จริงเหรอครับ?”
ฉู่หร่านพยักหน้า “แน่นอนค่ะ พวกเขาสองคนต่างเป็นคนดีมาก
ๆ ฉันเชื่อว่าพวกเขาต้องยอมช่วยแน่”
“อีกอย่าง พวกเขาเป็นผู้บำเพ็ญกันไม่ใช่เหรอ? จิตใจเมตตากัน
พร้อมอุทิศตัวเพื่อมนุษย์ทั้งนั้น ต้องตกลงอยู่แล้ว”
หวงเลี่ยฟังแล้วตาเป็นประกาย “ขอบคุณมากครับ!”
หลังขอบคุณเสร็จ เขาก็รวบรวมความกล้าเดินไปหาพวกฉู่ลั่ว
[ว้าว! หร่านหร่านของเราใจดีจังเลย!]
[หร่านหร่าน… หร่านหร่านของเรา…]
[ทั้งที่ฉู่ลั่วและจี้ไจ่เป็นผู้บำเพ็ญ กลับต้องให้คนอื่นไปขอร้องพวก
เขา เหอะ! ผู้บำเพ็ญประสาอะไร!]
[นั่นเพราะพวกเธอไม่เคยเห็นพระที่อยู่คฤหาสน์ ขับรถหรู
นักพรตที่แต่งงานมีลูกหลอกเรี่ยไรเงิน ใส่ทองทั้งตัว… ถ้าฉู่ลั่วและจี้
ไจ่เป็นปรมาจารย์จริงจะมาอยู่หน้ากล้องเหรอ แค่คิดก็รู้ว่าเป็นไป
ไม่ได้ ทางรายการปั้นขึ้นมาทั้งนั้น]
[ต่อให้พวกเขามีความสามารถจริง ก็ไม่มีคุณธรรมอย่างผู้
บำเพ็ญแล้ว]
[พวกเธอเชื่อไหม พวกฉู่ลั่วทำเพื่อวางมาดทั้งนั้น พวกเขารอให้
คนอื่นไปขอร้องอ้อนวอน เพราะเสพติดกับการเป็นผู้เหนือกว่า]
หวงเลี่ยมาอยู่ด้านหน้าฉู่ลั่วและจี้ไจ่ “ปรมาจารย์ทั้งสอง พวกคุณ
ช่วยไปดูที่บ้านผมหน่อยได้ไหมครับ ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมครอบครัว
เราถึงโชคร้ายไม่หยุด”
จี้ไจ่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธ
ฉู่ลั่วก็ส่ายหัวเช่นกัน
ฉู่หร่านก้าวเข้ามาฉับไว “คุณหวงขอร้องแบบนี้ไม่มีประโยชน์
หรอกค่ะ คุณต้องคุกเข่าสิ!”