เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 888 ไม่เคยถูกเคลื่อนย้าย
“พี่หร่านหร่าน-น-น! พวกเราเป็นแค่ศิลปินดารา ไม่ใช่ฮ่องเต้ที่
อีกฝ่ายต้องยอมรับข้อเสนอของเราเท่านั้น!” เย่อวิ๋นชูเบ้ปาก
เป็นเพราะมีดาราแบบฉู่หร่าน คนทั่วไปถึงชอบดาราน้อยลงเรื่อย
ๆ
ฉู่หร่านหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
หวงเลี่ยขอโทษพวกเขาอีกครั้ง แล้วพาเข้าไปข้างใน
คฤหาสน์หลังนี้มโหฬาร แม้ว่าภายนอกซอมซ่อหมดแล้ว แต่จาก
การตกแต่งภายในพอดูออกว่าบ้านนี้เคยอู้ฟู่มาก่อน
หวงเลี่ยจัดแจงที่อยู่ให้ทีมงานรายการแล้วถึงพาฉู่ลั่วและจี้ไจ่
มายังห้องหนังสือ
หลังเคาะสองสามทีจนได้รับอนุญาตแล้วถึงผลักประตู
ภายในห้องหนังสือ… ผู้ชายบนรถเข็นตัวหนึ่งกำลังจ้องมองพวก
เขา
วินาทีที่จี้ไจ่เห็นหน้าอีกฝ่ายก็หายใจไม่เป็นจังหวะ กัดฟันด้วย
สัญชาตญาณ
“คุณพ่อครับ นี่คือปรมาจารย์ฉู่และปรมาจารย์จี้”
“ปรมาจารย์ทั้งสอง นี่คือคุณพ่อผมครับ”
หลังหวงเลี่ยแนะนำเสร็จ ก็เดินไปเข็นคุณพ่อตัวเองมาอยู่ข้างโต๊ะ
ก่อนจะชงชาให้คนทั้งสาม
หวงหย่งยกถ้วยน้าชาขึ้นจิบไปอึกหนึ่ง “ปรมาจารย์ทั้งสองมีอะไร
อยากพูดไหม”
“จริงอยู่ที่การอาศัยบนฮวงจุ้ยชีพจรมังกรช่วยเพิ่มลาภยศให้
ครอบครัว แล้วยังพิทักษ์บ้านเรือนขับไล่ลางร้ายได้อีกด้วย” ฉู่ลั่ววาง
ถ้วยชาลง “แต่ตอนนี้ดวงการเงินของครอบครัวคุณเป็นยังไง สะกด
ความชั่วร้ายได้จริงเหรอคะ”
หวงหย่งที่กำลังจะดื่มชาชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ วางถ้วย
ลง
“นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น คุณจะไม่เพียงบ้านแตกสาแหรก
ขาด ลูกเมียทอดทิ้ง แต่จะร้ายแรงกว่านี้ นั่นคืออยู่ตัวคนเดียวไปจน
ตาย หลังหมดลมหายใจไปแล้ว ชิ้นส่วนศพก็อยู่ไม่ครบ”
หวงเลี่ยลุกยืนจากเก้าอี้ฉับพลัน พลางมองฉู่ลั่วอย่างโกรธเคือง
“คุณ…”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันขอเตือน”
หวงเลี่ยหันมองพ่อของตัวเอง เห็นอีกฝ่ายไม่พูดไม่จาก็มีสีหน้า
หวาดผวา “คุณพ่อครับ…”
หวงหย่งเงยหน้ามองปรมาจารย์สาว เอ่ยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“พวกคุณสะกดโลงแดงได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ สะกดได้แล้ว”
“แล้วเพราะอะไรกัน?”
“เพราะนี่ไม่ใช่แค่โลงแดง แต่เป็นโลงพรายดิน” ฉู่ลั่วมองหวงหย่ง
ที่หน้าซีดเผือด “โลงพรายดินดูดกลืนพลังในพื้นที่ กลืนกินดวงชะตา
ของครอบครัวที่อาศัยอยู่เหนือมันเท่านั้น”
สีหน้าหวงหย่งย่าแย่ลงเรื่อย ๆ แต่ยังถามอย่างอดไม่ได้ “ใช่แล้ว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมถึงยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวของเรา พวก
เราไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่นสักหน่อย”
“คุณไม่รู้เหรอ?”
หวงหย่งนิ่งค้าง
ส่วนหวงเลี่ยหันมองพ่อ “คุณพ่อ มีเรื่องอะไรปิดบังผมอยู่กันแน่
ครับ?”
หวงหย่งยังคงไม่พูดไม่จา
แต่ลูกชายร้อนใจจนทนแทบไม่ไหว เขาไม่สนใจพ่อตัวเองอีก
และหันไปหาฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ครับ คุณมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ดีกว่า!”
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่ไม่ยอมตอบ
จนหวงหย่งทนไม่ไหว ต้องโพล่งออกมาเอง “ก็ได้ ฉันจะบอกให้
ฟัง! ฉันอยากได้ที่ดินแปลงนั้น แต่อีกฝ่ายขายแพงเกินไป ฉันเลยหา
คนย้ายโลงศพนั่นไปอยู่ในละแวกบ้านเขา…”
“ปรมาจารย์คนนั้นรับปากอย่างดีว่า ขอแค่ย้ายโลงศพไป ดวง
ของบ้านพวกเขาก็จะตกต่า ถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะย้ายบ้าน ส่วน
ฉันก็สามารถซื้อที่ดินแปลงนั้นได้ด้วยราคาต่า”
พูดมาถึงนี่ หวงหย่งโมโหขึ้นมาบ้าง “ใครจะรู้ หลังซื้อที่ดินแปลง
นั้นแล้วปรมาจารย์คนนั้นก็หายไป แล้วฉันก็หาโลงศพนั่นไม่เจอ!”
“ทีแรกฉันคิดว่าคงไม่มีอะไร ถึงได้ลงมือทันที”
“หลังจากนั้น…”
ก็เกิดเรื่องโชคร้ายขึ้นกับวงศ์ตระกูลตามมา
“ฉันเรียกปรมาจารย์มาดูหลายคนแล้ว โลงแดงนั่นไม่ส่งผล
กระทบต่อฉัน ส่งผลกระทบเฉพาะคนที่อาศัยอยู่บนนั้นเท่านั้น”
ปรมาจารย์หนึ่งคนอาจจะโกหก แต่ถ้าปรมาจารย์ทุกคนพูดเป็น
เสียงเดียวกันคงไม่ใช่เรื่องเท็จแล้ว
จี้ไจ่ถามเสียงสงสัย “ย้ายเหรอครับ”
หวงหย่งพยักหน้า “ใช่! ฉันเสียเงินไปมากเพื่อให้ปรมาจารย์ย้าย
โลงแดงมาที่นี่”
จี้ไจ่กะพริบตา ก่อนจะหันไปหาฉู่ลั่วด้วยสีหน้าสงสัย
หวงเลี่ยเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของทั้งสองจึงถามอย่าง
ระมัดระวัง “ปรมาจารย์ทั้งสอง มีตรงไหนผิดปกติเหรอครับ”
จี้ไจ่กระแอมไอ “จากที่พวกเราดูมา โลงแดงนั่นไม่เคยถูก
เคลื่อนย้ายครับ”