เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 889 ฉันจะเปิดฝาโลงแล้ว
“เป็นไปไม่ได้!” หวงหย่งขมวดคิ้ว “ฉันต้องเสียเงินก้อนใหญ่เพื่อ
ย้ายมาจริง ๆ!”
ปรมาจารย์หนุ่มถามต่อ “โลงแดงที่เราเจอไม่เคยถูกเคลื่อนย้าย
จริง ๆ ครับ แต่มันแตกต่างจากโลงแดงที่คุณย้ายก่อนหน้านี้มากเลย
ใช่ไหม?”
หวงหย่งครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า “ฉันเคยเห็นในการ
ถ่ายทอดสด โลงแดงในตอนนี้ไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อนเท่าไร”
ฉู่ลั่วปริปาก “ในอดีต คุณไม่เพียงแต่ย้ายโลงแดง แต่ยังทำอย่าง
อื่นไว้ด้วยใช่ไหม”
หวงหย่ง “…”
“คุณพ่อครับ!”
หวงหย่งได้แต่บอกออกไป “ปรมาจารย์คนนั้นถามฉันว่าอยาก
ยืมโชคชะตาไหม ฉันบอกว่าอยาก จากนั้น…”
“จากนั้นคุณก็นำกระดูกท่อนหนึ่งออกมายัดใส่โลงศพใช่ไหม”
หวงหย่งสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกจากน้าเสียงของฉู่ลั่ว จึง
กระวนกระวายขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “มีตรงไหนผิดปกติเหรอ!
ปรมาจารย์คนนั้นบอกให้ยัดกระดูกของบรรพชนตระกูลเราเข้าไป
เท่านี้ก็จะดูดกลืนโชคชะตาของครอบครัวนั้น แล้วชักนำให้ดวงชะตา
นั้นทาบทับลงบนตัวเราผ่านสายเลือด”
“เรื่องนี้ไม่ถูกต้องตรงไหนเหรอ?”
หวงเลี่ยซึ่งอยู่ด้านข้างฟังแล้วรู้สึกไม่ปกติสุด ๆ “คุณพ่อครับ
กระดูกอะไรกัน คุณพ่อ… หยิบกระดูกใครมาครับ”
“ปู่แกไง! ฉันหยิบกระดูกท่อนหนึ่งของปู่แกมาแล้วมอบให้
ปรมาจารย์คนนั้น ให้เขาช่วยยัดลงโลงศพ”
หวงเลี่ย “…”
หยิบกระดูกบรรพชนท่อนหนึ่ง
ยัดเข้าโลงศพ
คิดยังไงก็รู้สักแปลก!
“ปรมาจารย์ ทำแบบนี้ไม่ถูกต้องตรงไหนเหรอครับ”
หวงเลี่ยถามอย่างร้อนใจ
ฉู่ลั่วยืนขึ้น “พวกคุณตามฉันไปดูสักครั้งจะเข้าใจเองค่ะ”
“ตอนนี้เหรอ”
หวงเลี่ยมองตะวันที่ใกล้ตกดินด้านนอกแล้วรู้สึกกังวลนิดหน่อย
“อืม”
เทียบกับความกังวลของหวงเลี่ย หวงหย่งเพียงแต่พ่นลมหายใจ
สำทับว่า “ไปสิ ไปตอนนี้เลย! ฉันอยากเห็นเหมือนกันว่าในโลงศพ
นั้นมีอะไรอยู่กันแน่!”
หวงเลี่ยเห็นว่าคุณพ่อยืนกรานจึงได้แต่ไปเตรียมรถ
…
พวกเขากลับไปยังสิ่งปลูกสร้างรกร้าง เวลานั้น พวกซู่เซี่ยงหยาง
รับมือโลงพรายดินไปแล้ว
กว่าพวกเขามาถึง บนโลงพรายดินก็เต็มไปด้วยยันต์
“ทำไมถึงพาคนมาด้วยครับ”
จี้ไจ่เดินไปพูดคุยกับซู่เซี่ยงหยางสองสามประโยค ผู้บัญชาการ
จึงสั่งให้คนในองค์กรถอยออกไป
หวงเลี่ยเข็นบิดามาอยู่หน้าโลง
โซ่แปดเส้นที่ตรวนด้านนอกโลงพรายดินก็มียันต์พันไว้เช่นกัน
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง ซู่เซี่ยงหยางสั่งให้คนเปิดไฟฉายส่อง เมื่อ
แสงไฟสาดลงมา โลงศพสีแดงฉานยิ่งน่าสยดสยอง
ฉู่ลั่วเดินไปอยู่หน้าโลงศพ ก่อนจะจ้องมองสองพ่อลูกหวงหย่ง
และหวงเลี่ย “ตอนนี้ฉันจะเปิดฝาโลงแล้วนะคะ หลังเปิดแล้ว สิ่งที่อยู่
ในโลงศพก็จะออกมา”
หวงเลี่ยถามอย่างสับสน “ปรมาจารย์ครับ สิ่งที่อยู่ในนี้… น่าจะ
เป็นสิ่งลี้ลับไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องเรียกพวกเรามาด้วยครับ?”
“ถ้าไม่เรียกพวกคุณมา ก็จะกำจัดสิ่งที่อยู่ในนี้ไม่ได้”
ฉู่ลั่วสะบัดมืออัญเชิญกระบี่ชิงเจวี๋ย
เธอบอกกับหวงหย่ง “ต้องใช้เลือดคุณด้วยค่ะ”
หวงหย่ง “…”
จี้ไจ่ยื่นมีดสั้นเล่มหนึ่งให้ หวงหย่งใช้มีดสั้นกรีดฝ่ามือตัวเองให้
เลือดสดหลั่งริน
ยันต์แผ่นหนึ่งลอยมากลางอากาศ รองรับหยดเลือดที่กำลังไหล
ก่อนจะลอยกลับไปหามือของฉู่ลั่วอีกครั้ง
เธอปาดยันต์กับดาบชิงเจวี๋ย ตัวดาบถูกเคลือบด้วยสีแดงฉาน
ทันที
ฉู่ลั่วเดินไปอยู่หน้าโลงพรายดิน มือหนึ่งจับฝาโลงไว้ “ฉันจะเปิด
ฝาโลงแล้วนะคะ”
หวงเลี่ย “…”
หวงหย่ง “…”
สองพ่อลูกเบิกตาโต มองฉู่ลั่วที่ยกฝาโลงแดงที่หนักอึ้งด้วยมือ
ข้างเดียวอย่างเหลือเชื่อ
แต่ทันทีที่เปิดเป็นช่องเล็ก ๆ กลิ่นเหม็นข้างในนั้นก็ทะลักออกมา
มันฉุนกึกจนทำเอาสองพ่อลูกเกือบจะอาเจียนอยู่แล้ว
โลงแดงที่เดิมทีเงียบสงบอยู่ก็ส่งเสียงดังลั่น กระทั่งโลงก็สั่นไป
ทางซ้ายทีขวาทีด้วย
จี้ไจ่ยืนอยู่ข้าง ๆ สองพ่อลูกและคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา
ส่วนซูเซี่ยงหยางยืนอยู่ไม่ไกลนัก พร้อมกับจับปืนที่อยู่ตรงเอวไว้
“โครม!”
ฉู่ลั่วออกแรงเปิดโลงอันหนักอึ้ง
พอโลงเปิดออก อสุรกายที่มีหัวเป็นมนุษย์ก็กระโดดออกมาจาก
ข้างใน
ก่อนโซ่ทั้งแปดเส้นก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับเป็นแขนขา
ของมัน
“อ๊าก!”
“ตัวอะไรเนี่ย!”
หวงเลี่ยเห็นเข้าก็ตกใจตะโกนออกมาทันที
อสุรกายที่กระโดดออกมานั้น ตรงส่วนหัวเห็นว่าเป็นหัวมนุษย์
แต่ส่วนล่างนอกจากหัวลงไปเป็นก้อนเนื้อทรงกลมสีแดงสด แถมยังมี
โซ่แปดเส้นงอกออกมาจากก้อนเนื้อนั้น
ดูราวกับว่าเป็นแมลงตัวป้อมที่มีส่วนหัวเป็นมนุษย์
น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด!