เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 891 เรื่องภายในบ้านมันยากจะตัดสินถูกผิด
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 891 เรื่องภายในบ้านมันยากจะตัดสินถูกผิด
หวงหย่ง “…”
จู่ ๆ ภาพที่เขาถูกพ่อทุบตีอย่างรุนแรงเมื่อตอนเด็กก็ผุดขึ้นมาใน
หัว เรื่องราวมันก็ผ่านไปตั้งหลายสิบปีแล้ว แต่ความเจ็บปวดใน
ช่วงเวลานั้นดูเหมือนจะย้อนกลับมาได้ในทันที
ความทรงจำที่เลือนลางไปแล้ว จู่ ๆ ก็กลับมาเข้าโจมตีเขา
“พ่อ… พ่อฟังผมอธิบายก่อนนะ”
“ได้! แกอธิบายมา”
หวงหย่งนิ่งไม่กล้าพูดอะไร
อสุรกายจึงส่งเสียงเย็นชาแล้วมองไปที่หลานชาย “แกพูดมาซิ”
หวงเลี่ยลังเลอยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงเอ่ยปาก
“พ่อแม่ผมหย่าร้างกันเมื่อหลายปีก่อน แม่พาน้องสาวผมไปด้วย
ส่วนผมอยู่กับพ่อครับ”
“หย่า… ทำไม?”
หวงเลี่ยอธิบาย “พ่อผมไปมีคนรักใหม่นอกบ้านครับ แล้วคนคน
นั้นท้องก็เลยมาหาแม่ผม แม่ก็เลยหย่ากับพ่อครับ”
อสุรกายตะลึง แล้วหันไปทางหวงหย่งอย่างเศร้าใจ
หวงหย่งคอตก “พ่อครับ ผม… ผมก็เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ
คนหนึ่ง… ผู้ชายร่ารวยในสมัยนี้มีใครบ้างที่จะไม่ไปมีผู้หญิงอื่นล่ะ
ครับ! ผมก็แค่ทำความผิดแบบที่ผู้ชายทั่วโลกเขาทำกัน”
เพียะ!
สิ้นเสียงเขา โซ่เส้นหนึ่งก็ฟาดเข้ามา
โซ่มันไม่ได้ดึงน่ากลัวแบบก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีใช้แรงเยอะมาก
จนรถเข็นล้มลงไป “ตอนนั้นแกคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน ขอร้องฉันให้
ไปสู่ขอ จะเป็นจะตายยังไงก็จะแต่งงานกับหล่อนให้ได้ไง!”
“คนประสบความสำเร็จเหรอ!”
“ร่ารวยอย่างนั้นเหรอ!”
เปรี้ยง ๆๆ
โซ่นั้นลากร่างกายของหวงหย่งโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทำเอา
เขาเจ็บปวดจนต้องร้องออกมา
หวงเลี่ยมองแล้วพูดต่อโดยที่ไม่ขยับไปไหน “พ่อของผมโอน
ทรัพย์สินในบ้านบางส่วนไปให้ชู้รักคนนั้นเพื่อจะเลี้ยงดูเธอกับลูก”
“แต่ใครจะรู้ว่าหล่อนจะหอบเงินหนีตามคนรักไปต่างประเทศ
แถมเด็กคนนั้นก็ไม่ใช่ลูกของพ่อด้วย”
อสุรกาย “…”
โซ่ยิ่งฟาดลงไปอย่างรุนแรงขึ้นอีก
จี้ไจ่เห็นแบบนั้นก็จะเข้าไปช่วย แต่ถูกซูเซี่ยงหยางดึงแขนเอาไว้
“เรื่องในบ้านมันยากจะตัดสิน พ่อเขาจะสั่งสอนลูกชาย คุณเป็น
คนนอกจะเข้าไปยุ่งทำไมกัน!”
จี้ไจ่ “…”
เหรอ?
หวงเลี่ยยังแฉไม่หยุด “ต่อมา พ่อผมก็ไปลงทุนอยู่หลายครั้ง แต่ก็
ล้มเหลวทั้งหมดครับ”
โซ่นั้นเหวี่ยงรุนแรงมาก
หวงหย่งกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
“ผมมาหาปรมาจารย์เพราะอยากจะให้ท่านแก้ไขสถานการณ์
ของครอบครัวเรา พ่อผมก็ยังดุด่าผมเลย!”
โซ่ทั้งแปดเส้นนั้น นอกจากสองเส้นที่ใช้พยุงตัวเองแล้ว เส้นที่
เหลือก็เหวี่ยงไปมาอย่างบ้าคลั่ง
จนกระทั่งเสียงร้องของหวงหย่งเบาลงเรื่อย ๆ แล้วมีเลือดชุ่มไป
ทั่วทั้งตัว ฉู่ลั่วถึงได้ก้าวเข้าไปขวางหน้าอสุรกายที่เตรียมตัวจะสั่ง
สอนลูกชายตัวเองต่ออีก
“คุณทำร้ายคนจนตายไปตั้งกี่คนแล้วคะ ถ้าคุณยังจะทุบตีเขาจน
ตายอีก จะต้องแบกรับหนี้กรรมเปื้อนเลือดไปอีกนะคะ”
ยันต์ผืนหนึ่งไปติดที่ตัวของอสุรกายตามเสียงของเธอ
มันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง แต่ปากก็ยังคงดุด่าอยู่อย่าง
นั้น “ถ้าไม่ฟาดมันจนตาย ฉันก็ไม่ใช่พ่อมันแล้ว!”
“จะต้องใช้ทางลัดอย่างนู้น ใช้วิธีการอย่างนี้ แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ
วางแผนร้ายใส่คนอื่นไม่ได้ผล กลับต้องมาตกหลุมพรางเสียเอง!”
อสุรกายดุด่าลูกชายที่ร้องโอดโอยอยู่ที่พื้นอย่างไร้ความปรานี
ฉู่ลั่วยกกระบี่ขึ้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ตอนนี้ฉันสามารถปลด
พันธนาการพรายดินให้คุณได้ แต่คุณมีหนี้กรรมเปื้อนเลือดแล้ว
หลังจากที่คุณเข้าสู่ปรโลกก็จะต้องรับโทษ”
“ยังอยากให้เป็นแบบนี้อยู่ไหมคะ?”
อสุรกายพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงแล้วมองค้อนลูกชาย
ตัวเองอย่างหนัก จากนั้นก็หันไปหาหลานชายของตัวเอง
“พ่อของแกไร้ประโยชน์ ตัวแกเองก็… ทำตัวให้ดี ๆ นะ! พวกเรา
ในฐานะที่เป็นบรรพบุรุษ ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจ พอ
ตายมาก็สละร่างและวิญญาณ ดังนั้นสิ่งที่กลัวที่สุดก็คือการที่ได้เจอ
ทายาทรุ่นหลังโง่ ๆ”
“ต่อไป ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องมาหาบรรพบุรุษอย่างพวกฉัน
แก้ปัญหาด้วยตัวเองไปซะ”
หวงเลี่ยพยักหน้า “ผมรู้ครับปู่ หลังจากกลับไป ผมจะรับช่วงต่อ
ธุรกิจทั้งหมดของตระกูลอย่างเต็มที่ จะไม่ให้เขาเข้ามาแทรกแซงอีก
แล้วครับ”
“ฉันไปล่ะ!”
อสุรกายทอดถอนใจ
ฉู่ลั่วยกกระบี่ขึ้นแทงเข้าไปในก้อนเนื้อนั้น
อสุรกายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ก้อนเนื้อที่ลำตัวกลายเป็นเถ้า
ถ่านไปแล้ว สุดท้ายก็เหลืออยู่เพียงกระดูกที่เต็มไปด้วยอักขระร่วงลง
พื้น
โลงโลหิตเองก็กลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตาเช่นกัน
ฉู่ลั่วเก็บกระดูกที่พื้นขึ้นมา จ้องมองอักขระที่อยู่บนนั้น จากนั้นก็
บีบแล้วใช้มือถูดู
อักขระบนกระดูกพลันหายไป เธอจึงส่งมันคืนให้หวงเลี่ย
“กระดูกของปู่คุณค่ะ”
หวงเลี่ย “…”
เขามองกระดูกนั้น จะรับก็กระไรอยู่ แต่จะไม่รับก็กระไรอยู่
เหมือนกัน!